Skip to content

ที่สุดแห่งปี 2567 กีฬา-ธุรกิจ-ไลฟ์สไตล์

03 ม.ค. 2568 | 08:44น.
ที่สุดแห่งปี 2567 กีฬา-ธุรกิจ-ไลฟ์สไตล์

ตลอดทั้งปี 2567 ที่ผ่านมา มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นมากมายในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นบุคคลที่โดดเด่น กระแสยอดฮิตในสังคม ตลอดจนวงการกีฬาและภาพยนตร์ “ประชาชาติธุรกิจ” ชวนผู้อ่านย้อนดู “ที่สุดแห่งปี 2567” ว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง

หมูเด้ง รันทุกวงการ

ปี 2567 ที่ผ่านมา ที่สุดแห่งปีคงต้องยกให้ “หมูเด้ง” ลูกฮิปโปแคระ เซเลบสาวแห่งสวนสัตว์เปิดเขาเขียว ที่เด้งจนเกิดเป็นกระแสไวรัลไปทั่วโลกไม่เฉพาะแค่ในประเทศไทย และสร้างการมีส่วนร่วมหรือเอ็นเกจเมนต์กับผู้คนจำนวนมหาศาล

หมูเด้ง เป็นลูกฮิปโปแคระเพศเมีย เกิดเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม 2567 จากแม่ชื่อโจนา อายุ 25 ปี และพ่อชื่อโทนี่ อายุ 24 ปี โดยชื่อ หมูเด้ง มาจากการเปิดโหวตของสวนสัตว์เขาเขียว จาก 3 ชื่อด้วยกัน ได้แก่ หมูเด้ง, หมูแดง และหมูสับ ปรากฏว่ามีผู้โหวต 20,000 คน เลือกชื่อหมูเด้ง จนเป็นที่มาของชื่อเซเลบตัวน้อย

ไทม์ไลน์ความดังของ หมูเด้ง มีจุดเริ่มต้นจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ขาหมู แอนด์เดอะแก๊ง” โดย “เบนซ์-อรรถพล หนุนดี” พี่เลี้ยงของหมูเด้งและแอดมินเพจ ซึ่งได้มีการเปิดตัวคลิปแรกของหมูเด้งในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม 2567 และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก

โดยข้อมูลจากองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ระบุว่าตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม-25 ธันวาคม 2567 สวนสัตว์เปิดเขาเขียวมีจำนวนผู้เข้าชมกว่า 871,755 คน

นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า หมูเด้ง ได้ปลุกกระแสการท่องเที่ยวสวนสัตว์ให้กลับมาอีกครั้ง สร้างรายได้มากกว่า 40 ล้านบาท เป็นส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชนโดยรอบสวนสัตว์ รวมถึงทำให้จังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยามีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมากกว่า 80% (ข้อมูล ณ วันที่ 24 พ.ย. 67)

บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า เมื่อสำรวจความคิดเห็นบนโซเชียลมีเดีย จากข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-16 ธันวาคม 2567 พบว่า หมูเด้ง ได้รับความนิยมมากถึง 205,730,852 เอ็นเกจเมนต์ กลายเป็นขวัญใจมหาชน จนแฮชแท็ก #หมูเด้ง #hippo #ขาหมูแอนด์เดอะแก๊ง ถูกใช้กันอย่างล้นหลามบนโซเชียลมีเดีย

ขณะที่ X (Twitter) ได้ประกาศว่า หมูเด้ง คือผู้ที่ครองตำแหน่ง “มีมแห่งปี” (Top Meme of the Year) เนื่องจากปี 2567 มียอดโพสต์ภาพหมูเด้งจากผู้ใช้ X ทั่วโลกกว่า 7.7 ล้านโพสต์ สะท้อนความไวรัลของเซเลบสาวตัวนี้อย่างไม่ต้องสงสัย

หมูเด้งยังถูกกล่าวถึงในวงการการเมืองระดับโลกด้วย ในฐานะนักทำนายคนใหม่ หลังเสี่ยงทายผลเลือกตั้งสหรัฐ จากกระทงผลไม้สลักชื่อ “โดนัลด์ ทรัมป์” เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ อย่างแม่นยำ

ยิ่งไปกว่านั้น เซเลบสาวตัวนี้ยังมีเพลงเป็นของตัวเองด้วย เมื่อค่าย “GMM Sauce” ได้ปล่อยตัวเพลง “หมูเด้ง ลิตเติลฮิปโป” 4 เวอร์ชั่น 4 ภาษา เป็นโปรเจ็กต์พิเศษที่ต่อยอดกระแสซอฟต์พาวเวอร์ของหมูเด้งที่โด่งดังไกลระดับโลกได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ กระทรวงวัฒนธรรม ยังได้ยกย่องหมูเด้งเป็นผู้นำสื่อสารความเป็นไทยสู่สากล ถ่ายทอดอัตลักษณ์ เสน่ห์วิถีชีวิต ประเพณีไทย สู่การเป็น World Event หมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั่วโลก ที่สำคัญกระแสของหมูเด้งยังพาผองเพื่อนฮิปโปโปเตมัสในประเทศไทย ทั้ง หอมแดง ศรีสะเกษ, หมูด้วง ขอนแก่น, คากิ อุบลราชธานี และแก่นคูณ เชียงใหม่ ได้รับความนิยมไปด้วย “เหมาะสมด้วยประการทั้งปวงกับคำว่า ที่สุดแห่งปี”

หมีเนย เซเลบฮีลใจวัย 3 ขวบ

อีกชื่อที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ในปี 2567 ที่ผ่านมา คือ “น้องหมีเนย Butterbear” จากผู้ปลุกปั้นอย่าง “บูม-ธนวรรณ วงศ์เจริญรัตน์” และ “เบลล์-ธนาภา ปางพุฒิพงศ์” 2 ทายาทของ “ณัฐธยาน์ ปางพุฒิพงศ์” แห่งร้าน “คอฟฟี่บีน บาย ดาว” (COFFEE BEANS by Dao)

น้องเนย เป็นไวรัลไปทั่วโลกไม่ใช่แค่ในไทย สร้างปรากฏการณ์ห้างแตกมาแล้วที่ ดิ เอ็มสเฟียร์ เพราะนอกจากบุคลิกน่ารักสดใสแล้ว ยังมีการโชว์เต้นสุดคิวต์ทั้งเพลง T-POP และ K-POP ที่กำลังฮิตในช่วงนั้น ๆ น้องเนย ยังสร้างความปังและความน่ารักสดใส ด้วยการปล่อย 2 ซิงเกิลอย่าง “น่ารักมั้ยไม่รู้” และ “ฮีลใจ” จนกลายเป็นขวัญใจ และตัวแทนความสุขใจฟูของบรรดา “มัมหมี” ทั่วโลก โดยเฉพาะชาวจีน

ตัวอย่างที่สะท้อนความปังของน้องเนย คือในช่วงวันที่ 1-12 มิถุนายน 2567 ที่ผ่านมา ระยะเวลาเพียงไม่กี่วัน น้องเนยมียอดเอ็นเกจเมนต์ทั้งการดู ไลก์ แชร์ คอมเมนต์ รวมทั้งหมด 13,599,968 เอ็นเกจเมนต์ โดยช่องทางที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ TikTok

ขณะที่บริษัท ไวซ์ไซท์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า หมีเนยยังคงเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องมาจนถึงช่วงสิ้นปี โดยได้รับความนิยมมากถึง 137,341,660 เอ็นเกจเมนต์

ทั้งการออกซิงเกิล เพลง รวมถึงมีท่าเต้นของตัวเอง และการไปคอลแลบส์กับแบรนด์อื่น ๆ เช่น ได้รับเชิญไปงานของกุชชี่ (Gucci) และการเป็นพรีเซ็นเตอร์ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ทำให้น้องหมีเนยไปสู่ระดับโกลบอลได้ในเวลาเพียงไม่ถึง 1 ปีเท่านั้น

นอกจากนี้ น้องเนยยังประกาศความสำเร็จด้วยการจัด “Fam Meeting” ครั้งแรกในช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยบรรยากาศงานมีตติ้งครั้งแรกของเซเลบสาววัย 3 ขวบ นั้นมีบรรดามัมหมีและพ่อหมีมาให้กำลังใจกันอย่างคับคั่งและอบอุ่น เรียกได้ว่า น้องเนย เป็น “ไอคอนแห่งความบันเทิงอย่างแท้จริง”

หลานม่า ที่สุดของหนังไทย

มาที่วงการภาพยนตร์กันบ้าง ปีนี้เป็นปีของ “หลานม่า” อย่างแท้จริง หลังจากเข้าฉายวันแรก 4 เมษายน 2567 นับจากนั้นคือเรื่องราวของประวัติศาสตร์และความสำเร็จ ของค่าย “GDH” และ “พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์” ผู้กำกับ ตลอดจนทีมงานทุกคน

หลานม่า ทำรายได้เปิดตัววันแรกทั่วประเทศถึง 21 ล้านบาท ขึ้นแท่นเป็นภาพยนตร์ไทยเปิดตัวแรงที่สุดในปี 2567 ทันที และหลังเข้าฉายเพียง 14 วัน ก็ทำรายได้ทั่วประเทศทะลุ 250 ล้านบาท เป็นอันดับ 1 ภาพยนตร์ทำรายได้รวมทั่วประเทศสูงสุดในรอบปี

จากนั้น หลานม่า โกอินเตอร์ โดยเข้าฉายในหลายประเทศ อาทิ ฟิลิปปินส์, ลาว, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เวียดนาม, กัมพูชา, ไต้หวัน, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์, ฮ่องกง, จีน, เกาหลีใต้ เป็นต้น

เพียงเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ที่ประเทศจีนได้ 3 วัน ก็โกยรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศทะลุ 30 ล้านหยวน หรือราว 150 ล้านบาท เข้าฉายที่มาเลเซีย 3 วัน ทำรายได้ไป 14.6 ล้านบาท และหลังเข้าฉายในอินโดนีเซีย 2 สัปดาห์ ทำรายได้ไป 200 ล้านบาท กลายเป็นหนังไทยที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลในอินโดนีเซียทันที โดย “วัน-วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์” โปรดิวเซอร์ ระบุเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ว่า หลานม่าทำเงินทั่วโลกจากรายได้ค่าตั๋วแล้วกว่า 2 พันล้านบาท ถือเป็นหนังไทยที่ทำรายได้จากการฉายทั่วโลกมากที่สุด

หลานม่า กวาดรางวัลมากมาย อาทิ รางวัล Audience Award จากเทศกาลภาพยนตร์ New York Asian Film Festival และรางวัลจากเทศกาลภาพยนตร์รัสเซีย KinoBravo International Film Festival 2024 ประกอบด้วย นักแสดงหญิงยอดเยี่ยม (Best Actress) ได้แก่ “ยายแต๋ว-อุษา เสมคำ” ผู้รับบท “อาม่าเหม้งจู” และรางวัลกำกับภาพยอดเยี่ยม (Best Cinematography) ได้แก่ “ก๊อย-บุญยนุช ไกรทอง” ผู้กำกับภาพ

และอย่างที่ทุกคนทราบกันดีว่า สมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติ ได้ประกาศเลือก หลานม่า เป็นตัวแทนของภาพยนตร์ไทยชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ในสาขา ภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม ซึ่งหลานม่าก็ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 15 เรื่องที่ผ่านเข้ารอบ เพื่อลุ้นรางวัลออสการ์ครั้งที่ 97 ปีหน้าวันที่ 17 มกราคม 2568 ต้องมาร่วมลุ้นกันว่า หลานม่า จะเป็น 5 เรื่องสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบหรือไม่

(File) Photo by David GRAY / AFP

เทนนิส-สายสุนีย์ ที่สุดกีฬาไทย

มากันที่วงการกีฬา ปีนี้ต้องยกให้ “เทนนิส-พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ” นักกีฬาเทควันโดรุ่น 49 กิโลกรัม ฮีโร่ของชาวไทยในการแข่งขันมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ฝรั่งเศส

การคว้าเหรียญทองในโอลิมปิก 2024 ของเทนนิส พาณิภัค ถือเป็นเหรียญที่ 3 ของเจ้าตัว ซึ่งกลายเป็นนักกีฬาไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าได้ถึง 3 เหรียญโอลิมปิก โดยครั้งแรกเป็นเหรียญทองแดง โอลิมปิก 2016 เหรียญที่สองเป็นเหรียญทอง โอลิมปิก 2020 และเหรียญที่สามคือเหรียญทอง ที่โอลิมปิก 2024 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส

ที่สำคัญ เทนนิส พาณิภัค ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักกีฬาไทยคนแรกที่สามารถคว้าเหรียญทอง 2 สมัย ในโอลิมปิกเกมส์ ได้สำเร็จ

(File) Photo by ALAIN JOCARD / AFP

อีกคนที่ไม่กล่าวถึงไม่ได้ในวงการกีฬาของปี 2567 ที่ผ่านมา คือ “แวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ” นักกีฬาวีลแชร์ฟันดาบทีมชาติไทย วัย 50 ปี ที่ได้สร้างประวัติศาสตร์ในการแข่งขันพาราลิมปิกเกมส์ 2024

โดยพาราลิมปิกหนล่าสุดนี้ เธอสามารถคว้าได้ถึง 3 เหรียญทอง กับ 1 เหรียญทองแดง กลายเป็นนักกีฬาฟันดาบหญิงคนแรกของโลกที่คว้า 3 เหรียญทองได้ในพาราลิมปิกครั้งเดียว รวมแล้วเป็น 6 เหรียญทองในพาราลิมปิกทุกครั้งที่เธอลงแข่ง

จากอุปสรรคที่ต้องเผชิญ และการใช้ชีวิตอันยากลำบาก จนกระทั่งประสบความสำเร็จในระดับโลก เธอจึงเป็นอีกหนึ่งตัวแทนของหญิงเก่งและแกร่ง รวมถึงเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคนอีกนับไม่ถ้วน “ราชินีวีลแชร์ฟันดาบ” จึงเหมาะสมด้วยประการทั้งปวงที่จะอยู่ในลิสต์ที่สุดแห่งปี 2567

กล่องสุ่ม-จุ่มกันทั่วบ้านทั่วเมือง

ปี 2567 สิ่งหนึ่งที่พบเห็นกันทั่วบ้านทั่วเมืองไทย คือ “กล่องสุ่มอาร์ตทอย” นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า อาร์ตทอยเป็นที่นิยม เนื่องจากการออกแบบโดยศิลปินหรือนักออกแบบ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างศิลปะสมัยใหม่กับของเล่นแบบเดิม มีรูปลักษณ์ที่แปลกใหม่ ผลิตในจำนวนที่จำกัด

ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อการครอบครอง และหากเป็นผลงานของศิลปินที่มีชื่อเสียงหรือกำลังอยู่ในกระแส ความต้องการยิ่งเพิ่มขึ้น ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เป็นการสร้างความตื่นเต้นให้แก่ผู้ซื้อจากการแกะกล่องที่ไม่ทราบว่าจะเป็นอาร์ตทอยในรูปแบบใด จนเกิดกระแสนิยมในสไตล์พ็อปคัลเจอร์ (POP Culture) หรือวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก

“สืบเนื่องจากปี 2566 มูลค่าตลาดอาร์ตทอยของโลกอยู่ที่ 8,517.81 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดการณ์ว่าจะขยายตัวเฉลี่ยร้อยละ 4.26 จนมีมูลค่าสูงถึง 10,938.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2573 ขณะที่จีนที่มีตลาดและฐานการผลิตอาร์ตทอยขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เห็นได้จาก ‘Pop Mart’ ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาร์ตทอยชั้นนำของจีน มีสาขามากกว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศจีน และกว่า 100 แห่งทั่วโลกรวมถึงไทย” นายพูนพงษ์กล่าว

นอกจากนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายังเผยว่า เทรนด์การสะสม Art Toy หรือธุรกิจของเล่นมาเเรง มีมูลค่าทุนจดทะเบียนกว่า 5,692.21 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 26 มิ.ย. 67) ขณะที่ แสนรู้ (Zanroo) ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลดาต้า เปิดเผยข้อมูลการวิเคราะห์เสียงในโซเชียลมีเดียว่า

ความสนใจใน Pop Mart มีการดูคอมเมนต์ ไลก์แชร์กว่า 1,350 ล้านเอ็นเกจเมนต์ ในช่วงเดือนพฤษภาคม-กรกฎาคม 2567 โดยกระแสเริ่มต้นจากแคแร็กเตอร์ลาบูบู้ ที่ดาราและนักแสดงนิยมนำมาห้อยกระเป๋า อย่าง “ลิซ่า BLACKPINK” โดย 5 แคแร็กเตอร์ที่ครองใจคนไทยยังคงเป็น Labubu, Crybaby, Molly, Skullpanda และ Hirono

ปัจจุบันกล่องสุมในประเทศไทยมีมากมายหลายแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Pop Mart, Finding Unicorn และ Baby Three เป็นต้น ซึ่งสามารถพบเห็นและซื้อได้ตั้งแต่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำของประเทศ จนถึงตามตลาดนัด ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็มีในครอบครอง

ตลอดจนเป็นสินค้าที่น่าจับตามองจากแนวโน้มการขยายตัวของตลาดอาร์ตทอยของโลก และการนำเข้าสินค้าอาร์ตทอยที่เพิ่มขึ้นของไทย แสดงให้เห็นถึงโอกาสทางการค้าของทั้งศิลปินและผู้ประกอบการไทย นับว่าเป็นอีกปรากฏการณ์แห่งปี 2567 ของประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กล่องสุ่ม หมูเด้ง หลานม่า