เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

1 ม.ค. 2025 สิ้นสุดยุคก๊าซรัสเซียครองตลาดยุโรป เมื่อปิดท่อส่งเก่าแก่ในยูเครน

01 ม.ค. 2568 | 09:45น.

ข้อตกลงการขนส่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียไปยังยุโรปผ่านทางยูเครนสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มกราคม 2025 ถือเป็นการปิดเส้นทางส่งก๊าซที่เก่าแก่ที่สุดของรัสเซียไปยังยุโรปและการสิ้นสุดขนส่งก๊าซธรรมชาติที่ครั้งหนึ่งเคยครองตลาดยุโรป

รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า การส่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียไปยังยุโรปผ่านทางยูเครน ซึ่งครั้งหนึ่งครองตลาดยุโรป เป็นเวลานานหลายทศวรรษสิ้นสุดลงในวันปีใหม่ 1 มกราคม 2025 เนื่องจากสิ้นสุดสัญญาที่ทำขึ้นระหว่างรัสเซียและยูเครน สองประเทศคู่สงคราม ซึ่งเคยสร้างรายได้ให้รัสเซีย และรายได้จากค่าธรรมเนียมการขนส่งให้รัฐบาลยูเครน เป็นมูลค่ารวมแล้วหลายพันล้านเหรียญสหรัฐ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวถือการปิดเส้นทางส่งก๊าซที่เก่าแก่ที่สุดที่มีอายุราว 50 ปีของรัสเซียไปยังยุโรป เป็นการสิ้นสุดความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดยาวนานกว่า 10 ปี ซึ่งเกิดขึ้นนับจากการที่รัสเซียเข้ายึดครองไครเมียเมื่อปี 2014

สหภาพยุโรป (EU) เพิ่มความพยายามเป็นสองเท่าเพื่อลดการพึ่งพาพลังงานจากรัสเซีย หลังจากสงครามในยูเครนปะทุในปี 2022 โดยแสวงหาแหล่งพลังงานทางเลือกอื่น ๆ โดยมาจากก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์และสหรัฐอเมริกาที่ส่งผ่านท่อมาจากนอร์เวย์

การเปลี่ยนแปลงนี้ชัดเจนเมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากก๊าซพรอม (Gazprom) ซึ่งเป็นบรรษัทข้ามชาติส่งออกก๊าซของทางการรัสเซีย ขาดทุนเป็นประวัติการณ์จำนวน 7,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 2.3 แสนล้านบาท) ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1999 แม้ว่าบริษัทจะพยายามกระตุ้นการส่งออกไปยังจีนซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหม่ก็ตาม

สำหรับผู้ซื้อก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียผ่านทางยูเครนที่ยังเหลืออยู่อย่างสโลวาเกีย ออสเตรียได้เตรียมหาแหล่งพลังงานทางเลือกไว้ด้วยแล้ว

ยกตัวอย่าง โฆษกกระทรวงพลังงานของออสเตรียกล่าวเมื่อ 31 ธันวาคมว่า เนื่องจากมีการซื้อผ่านอิตาลีและเยอรมนี และมีการเติมสินค้าลงคลัง ทำให้สามารถรับประกันการจัดหาให้ผู้บริโภคได้

สหภาพยุโรปได้มีการเตรียมการรวมถึงมาตรการประสิทธิภาพพลังงาน การพัฒนาพลังงานหมุนเวียน และระบบก๊าซที่มีความยืดหยุ่น “โครงสร้างพื้นฐานก๊าซของยุโรปมีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะจัดหาก๊าซที่ไม่ได้มาจากรัสเซียไปยังยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกผ่านเส้นทางอื่น โดยได้รับการเสริมกำลังด้วยศักยภาพการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลวใหม่ที่สำคัญตั้งแต่ปี 2022” อันนา-ไกซา อิตโคเนน โฆษกคณะกรรมาธิการยุโรปของอียูกล่าว

สำหรับผลกระทบต่อตลาด นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าการหยุดส่งก๊าซจะส่งผลกระทบต่อตลาดเพียงเล็กน้อย เนื่องจากข้อมูลจากผู้ประกอบการขนส่งก๊าซของยูเครนแสดงให้เห็นว่ารัสเซียไม่ได้ร้องขอให้มีการขนส่งก๊าซใด ๆ สำหรับวันที่ 1 มกราคม ผ่านท่อส่งของยูเครนไปยังยุโรป ณ เวลา 17.00 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช

อีกทั้งการสิ้นสุดข้อตกลงการขนส่งนั้นไม่น่าจะทำให้ราคาก๊าซในสหภาพยุโรปพุ่งสูงขึ้นซ้ำอีกเหมือนในปี 2022 เนื่องจากปริมาณที่เหลือค่อนข้างน้อยแล้ว

แม้สหภาพยุโรปจะมีความคืบหน้าในการทดแทนการส่งก๊าซของรัสเซียผ่านยูเครน แต่ยุโรปก็ได้รับผลกระทบจากสงครามยูเครนเช่นกัน โดยต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาและจีน เป็นต้น ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างรุนแรง อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้น และวิกฤตค่าครองชีพยิ่งเลวร้ายลง

ปัจจุบัน ยูเครนเผชิญกับการสูญเสียค่าธรรมเนียมการขนส่งจากรัสเซียปีละประมาณ 800 ล้านดอลลาร์ (ราว 27,000 ล้านบาท) ขณะที่ก๊าซพรอมจะสูญเสียรายได้จากการขายก๊าซเกือบ 5,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 170,000 ล้านบาท)

มอลโดวา ซึ่งเคยเป็นส่วนหนึ่งของสหภาพโซเวียต ถือเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด ซึ่งรัสเซียส่งก๊าซไปให้มอลโดวาทั้งสิ้น 2,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยส่งผ่านท่อก๊าซจากยูเครนมายังแคว้นทรานส์นีสเตรีย ดินแดนปกครองตนเองในมอลโดวา

ทางการมอลโดวาระบุว่า จะต้องนำมาตรการต่าง ๆ มาใช้เพื่อลดการใช้ก๊าซลงให้ได้ 1 ใน 3

เส้นทางส่งก๊าซอื่น

รัสเซียและอดีตสหภาพโซเวียตใช้เวลาครึ่งศตวรรษในการสร้างส่วนแบ่งหลักในตลาดก๊าซยุโรป ซึ่งในช่วงพีกอยู่ที่ประมาณ 35% แต่สงครามในยูเครนได้ทำลายธุรกิจก๊าซพรอมไปเกือบหมด อาทิ ท่อส่งยามาล-ยุโรปที่ผ่านเบลารุสก็ถูกปิดตัวลงเช่นกัน และเส้นทางนอร์ดสตรีมข้ามทะเลบอลติกไปยังเยอรมนีก็ถูกระเบิดในปี 2022

เมื่อรวมกันแล้ว เส้นทางต่าง ๆ ที่ส่งก๊าซไปยังยุโรปมีปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 201,000 ล้านลูกบาศก์เมตร (bcm) ในปี 2018

รัสเซียส่งก๊าซประมาณ 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ผ่านยูเครนในปี 2023 ซึ่งลดลงจาก 65,000 ล้านลูกบาศก์เมตร เมื่อมีการบังคับใช้สัญญาในปี 2020 หรือเมื่อ 5 ปีที่แล้ว

เส้นทางก๊าซของรัสเซียไปยังยุโรปเพียงเส้นทางเดียวที่ยังดำเนินการอยู่คือ เติร์กสตรีม ซึ่งขนส่งข้ามทะเลดำไปยังตุรกี โดยมี 2 เส้นทาง เส้นทางหนึ่งส่งไปยังตลาดในประเทศของตุรกี และอีกเส้นทางหนึ่งส่งไปยังผู้รับในยุโรปกลาง เช่น ฮังการีและเซอร์เบีย