Skip to content

โกลด์แมน แซคส์ ลดคาดการณ์ราคาทอง ปี 2025 ไม่ถึง 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

06 ม.ค. 2568 | 20:53น.
โกลด์แมน แซคส์ ลดคาดการณ์ราคาทอง ปี 2025 ไม่ถึง 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์

โกลด์แมน แซคส์ (Goldman Sachs) ลดคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2025 ก่อนหน้านี้คาดว่าจะถึง 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 103,511 บาท) แต่ล่าสุดคาดว่าไม่น่าจะถึง ให้สูงสุดแค่ 2,910 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 100,779 บาท) เหตุธนาคารกลางสหรัฐ (Fed) ลดดอกเบี้ยน้อยกว่าคาด

บลูมเบิร์ก (Bloomberg) รายงานในวันที่ 6 มกราคม 2025 ว่า กลุ่มธุรกิจการเงิน โกลด์แมน แซคส์ กรุ๊ป (Goldman Sachs Group Inc.) ปรับลดคาดการณ์ราคาทองคำในปี 2025 ลง จากเดิมที่ฟันธงว่าราคาทองคำจะเพิ่มขึ้นไปถึง 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ประมาณ 103,511 บาท) ภายในสิ้นปี 2025 แต่ล่าสุดโกลด์แมน แซคส์ บอกว่า ไม่คาดว่าราคาทองคำจะถึง 3,000 ดอลลาร์ต่อออนซ์ภายในปี 2025 แล้ว แต่น่าจะไปถึงจุดนั้นในกลางปี 2026 เนื่องจากคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด (Federal Reserve System) จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงน้อยกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ 

การผ่อนคลายนโยบายการเงินที่ช้าลงในปี 2025 ทำให้มีความต้องการลงทุนในกองทุนอีทีเอฟ (ETF) ที่อ้างอิงราคาทองคำน้อยลง ส่งผลให้บรรดานักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ ซึ่งรวมถึง ลีนา โทมัส (Lina Thomas) และ ดาน สตรอยเวน (Daan Struyven) คาดการณ์ราคาทองคำในสิ้นปี 2025 ว่าจะแตะที่ 2,910 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ (ประมาณ 100,406 บาท) เท่านั้น 

นอกจากนี้ นักวิเคราะห์ของโกลด์แมน แซคส์ เขียนในบทวิเคราะห์ว่า เมื่อเดือนธันวาคม 2024 กระแสเงินไหลเข้ากองทุนอีทีเอฟน้อยกว่าที่คาดไว้ เป็นผลมาจากความไม่แน่นอนได้ผ่อนคลายลง หลังทราบผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ก็เป็นสิ่งที่ส่งผลให้ราคาทองคำในช่วงเริ่มต้นปี 2025 ลดลงด้วย

นักวิเคราะห์ของโกลด์แมนกล่าวว่า ความต้องการซื้อทองคำเพื่อเก็งกำไรที่ลดลง กับการที่ธนาคารกลางซื้อทองคำมากขึ้น เป็นสิ่งที่ชดเชยกันและกัน ทำให้ราคาทองยังคงทรงตัวอยู่ได้ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา และความต้องการซื้อทองของธนาคารกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนราคาทองคำในระยะยาว โดยคาดการณ์ว่าการซื้อทองคำรายเดือนจะอยู่ที่เฉลี่ยประมาณ 38 ตันต่อเดือนไปจนถึงช่วงกลางปี 2026 

ราคาทองคำสูงขึ้น 27% ในปี 2024 ซึ่งสูงขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยได้รับแรงหนุนจากทั้งการผ่อนคลายนโยบายการเงินในสหรัฐ อุปสงค์หรือความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) และการซื้ออย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก อย่างไรก็ตาม ราคาที่พุ่งสูงขึ้นก็เริ่มหยุดชะงักในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน เนื่องจากการที่โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น 

นอกจากนั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ราคาทองยังได้รับแรงกดดันจากการที่เจ้าหน้าที่ของธนาคารกลางสหรัฐได้ตอกย้ำถึงความจำเป็นที่จะต้องใช้แนวทางที่ระมัดระวังมากขึ้นในการลดดอกเบี้ยในปีนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อที่อาจจะกลับมาสูงขึ้นอีกครั้ง 

นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนคาดว่าในปีนี้ธนาคารกลางสหรัฐจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.75% (75 bps) เปลี่ยนแปลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าจะลด 1% (100 bps) ซึ่งการคาดการณ์ครั้งนี้ของโกลด์แมน แซคส์ ผ่อนคลายกว่าที่ตลาดคาดการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากธนาคารโกลด์แมน แซคส์ เห็นว่าแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อจะลดลง นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมนยังไม่เชื่ออย่างเต็มที่ว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายต่าง ๆ ภายใต้การบริหารของโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำไปสู่การที่อัตราดอกเบี้ยเพิ่มสูงขึ้นอย่างที่สำนักอื่น ๆ คาดการณ์กัน