Skip to content

ประเสริฐ ชี้ พ.ร.ก.ให้แบงก์-ค่ายมือถือ ร่วมจ่ายหากไม่มีแผนสกัดคอลเซ็นเตอร์ เริ่มใช้ ม.ค.นี้

07 ม.ค. 2568 | 11:08น.
ประเสริฐ ชี้ พ.ร.ก.ให้แบงก์-ค่ายมือถือ ร่วมจ่ายหากไม่มีแผนสกัดคอลเซ็นเตอร์ เริ่มใช้ ม.ค.นี้

ประเสริฐดันกฎหมายแก้ปัญหาคอลเซ็นเตอร์ให้แบงก์-ค่ายมือถือร่วมจ่าย จ่อออกเป็น พ.ร.ก.เร่งด่วนภายในมกราคมนี้ ชี้ชัดแบงก์หากปล่อยให้เปิดบัญชีม้าเข้าข่ายมีความผิด ค่ายมือถือปล่อยให้มีเอสเอ็มเอส แนบลิงก์ผิดเช่นกัน ต้องร่วมจ่ายหากประชาชนตกเป็นเหยื่อ

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กล่าวถึงความคืบหน้าเรื่องการออกกฎหมาย เพื่อให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือมีส่วนร่วมรับผิดชอบหากประชาชนถูกมิจฉาชีพออนไลน์หลอกเงินจากบัญชี ว่าเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่รัฐบาลให้ความสำคัญ โดยรัฐบาลต้องการให้กฎหมายบังคับใช้ได้อย่างรวดเร็ว จึงเตรียมที่จะออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.)

ทั้งนี้ คาดว่า พ.ร.ก.จะมีผลบังคับใช้ภายในเดือน ม.ค. 2568 ได้เลย เพื่อเป็นการแก้ปัญหา โดยให้สถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือเข้ามาร่วมรับผิดชอบด้วย หากไม่มีการวางมาตรการในการรองรับที่ดีพอ

“ถ้าเป็น พ.ร.ก.จะออกได้เร็ว ผมคาดว่าภายในเดือน ม.ค.นี้ก็จะออกมาได้ เพราะไม่ต้องเข้าสภา สามารถประกาศราชกิจจาได้เลย ถือเป็นเรื่องเร่งด่วน และเป็นประโยชน์กับประชาชน”

โดยกฎหมายเรื่องนี้มีคนถามเข้ามามาก ว่ามิจฉาชีพออนไลน์มีมาก เรื่องนี้เป็นไปตามข้อกำหนดที่มีการหารือกับคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย รวมทั้งกฎหมายการป้องกันและปราบปรามภัยทางไซเบอร์ที่มีการหารือกันแล้ว

พร้อมยกตัวอย่างว่า หากสถาบันการเงินและผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ไม่ทำระบบป้องกันที่ดีพอ ปล่อยให้เกิดความเสียหาย เช่น ปล่อยให้มีการเปิดบัญชีม้า โดยที่ไม่มีการสอบถามเลยว่าคนที่ไม่มีอาชีพจะเปิดบัญชีธนาคาร 10 บัญชีได้อย่างไร ต้องสอบถามด้วยถึงเหตุผลของการเปิดบัญชี ไม่ใช่ปล่อยให้มีการเปิดบัญชีได้ง่าย ๆ เพราะหากเกิดความเสียหายขึ้นจากกรณีนี้คุณต้องมีส่วนในการรับผิดชอบ หรือกรณีนิติบุคคลที่มีการเปิดบัญชีก็ต้องมีการชี้ว่าเป็นบัญชีต้องห้ามตามบัญชี HR03 หรือไม่

บัญชีที่เป็นผู้ต้องสงสัยในการทำความผิด ก็ต้องป้องกันไม่ให้มีการเปิดบัญชี ไม่ใช่ว่าใครที่เดินเข้าไปที่ธนาคารก็จะสามารถเปิดได้ทุกราย หากปล่อยปละละเลยก็ต้องมีส่วนในการรับผิดชอบเช่นกัน โดยปัจจุบันมีประมาณ 100 บัญชีที่เป็นบัญชีนิติบุคคลแล้วเป็นบัญชีม้า ต้องมีการตรวจสอบโดยเชื่อมกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อตรวจสอบว่าเป็นชื่อที่อยู่ในบัญชีดำหรือไม่ ถ้าอยู่ในบัญชีดำจะเปิดไม่ได้ ถือว่าเป็นการตัดวงจรทางการเงิน

นอกจากนี้ ในกรณีของผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ หากยังปล่อยให้มีข้อความ SMS ที่ปล่อยมาแล้วเก็บค่าส่งโดยที่ไม่ระมัดระวังว่าเป็น SMS ที่มีการแนบลิงก์ดูดเงินมาด้วย ก็ต้องมีการร่วมจ่ายกับผู้ที่ถูกมิจฉาชีพหลอกด้วย ถือเป็นการป้องกันที่ระบบ ซึ่งเอกชนต้องมาช่วยรัฐบาลด้วย