ปัญหา ‘รัฐธรรมนูญ 2560’
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชนและคณะ ยื่นร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ มาตรา 256 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ยื่นต่อนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายวันมูหะมัดนอร์ เตรียมนัดประชุมวิป 3 ฝ่าย เพื่อนัดประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณา สำนักงานเลขาธิการสภา เผยแพร่เอกสารร่างแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ 2560 และเพิ่มเติมหมวด 15/1 การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่พรรคประชาชนเสนอแล้ว
โดยมีสาระสำคัญว่า รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีบทบัญญัติหลายประการที่ไม่สอดคล้องกับหลักประชาธิปไตย จึงสมควรแก้ไข โดยให้มี สภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนดำเนินการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และแก้ไขมาตรา 256 ของรัฐธรรมนูญ 2560 ยกเลิกเกณฑ์การออกเสียงรับหลักการวาระแรก และเสียงเห็นชอบในวาระสาม ให้ใช้เสียงเห็นชอบไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา โดยมี สว.ร่วมเห็นชอบอย่างน้อย 1 ใน 3 ให้ใช้เสียงเห็นชอบจาก สส. ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 แทน
การแก้ไขรัฐธรรมนูญแม้เป็นเรื่องที่พรรคการเมืองเคยมีความเห็นว่าควรดำเนินการ แต่บางพรรคเปลี่ยนท่าทีไป ขณะที่ สว.ชุดใหม่ ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข โดยอ้างว่า มีการลดอำนาจ สว. ในการลงมติร่วมเห็นชอบวาระ 1 และ 3 สว.ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน 150-160 คน เท่า สว.ที่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข พ.ร.บ.การออกเสียงประชามติ
อย่างไรก็ตาม มี สส.กลุ่มที่มีแนวคิดอิสระ เรียกตัวเองว่า “สว.พันธุ์ใหม่” สนับสนุนร่างฉบับของพรรคประชาชน ลดอำนาจของ สว.ในการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ให้ใช้ สว. 1 ใน 3 โดยเห็นว่า สว.ไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรง ไม่อาจเรียกว่าเป็นตัวแทนของประชาชนทั้งประเทศ ส่วนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สนับสนุนให้มี ส.ส.ร. จากการเลือกตั้ง 100% เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นเจตจำนงของประชาชน บรรจุอยู่ในกฎหมายสูงสุดของประเทศ น่าเสียดายที่ สว.กลุ่มนี้ มีจำนวนน้อยเกินไป
ความพยายามของพรรคการเมืองในรอบนี้ แม้จะเห็นถึงความตั้งใจจริง แต่ยากที่จะประสบความสำเร็จ โดยเฉพาะเมื่อ สว.ประกาศไม่เห็นด้วย ส่วน สว.พันธุ์ใหม่ มีจำนวนน้อย ไม่เพียงพอแก่การขับเคลื่อน สิ่งที่ควรดำเนินการ คือการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในส่วนของที่มา สว. น่าจะพิจารณาคุณสมบัติอย่างรอบคอบ ต้องยึดโยงกับประชาชนด้วยการเลือกตั้ง มีคุณวุฒิที่เหมาะสมจะทำหน้าที่สภาที่สอง และไม่ควรมีสิทธิมากกว่า สส. ซึ่งเป็นวิธีการขยายอำนาจ สว. เพื่อให้อยู่เหนือกว่าสภาผู้แทนฯ กฎกติกาของการเมือง
โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับสภาผู้แทนฯและวุฒิสภา ต้องแก้ไขให้มีความเป็นธรรม เพื่อให้สองสภาทำงานร่วมกัน มีเจตนารมณ์เดียวกัน ไม่เป็นคู่ขัดแย้งของกันและกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศด้านอื่นทั้งเศรษฐกิจและสังคม