ศึกเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (นายก อบจ.) วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ไม่ได้มีความหมายแค่การเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นเข้าไปบริหารจังหวัด
หากมีนัยสำคัญต่อการเมือง-การเลือกตั้งใหญ่ระดับชาติ ในอีก 2 ปีข้างหน้า
เห็นได้จากการขับเคี่ยวชิงพื้นที่ข่าวระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ 2 ขั้ว พรรคเพื่อไทย กับ พรรคประชาชน
พรรคเพื่อไทย มีผู้ช่วยหาเสียงชื่อ ทักษิณ ชินวัตร เป็นตัวชูโรง ขายนโยบายประชานิยมบนเวทีหาเสียง ทั้งปมลดค่าไฟ บ้านเพื่อคนไทย ค่าแรง เงินดิจิทัลวอลเลต ฯลฯ
ส่วน พรรคประชาชน มีแกนนำรุ่นก่อตั้ง จนถึงแกนนำรุ่นปัจจุบันดาวกระจายหาเสียงไปหลายพื้นที่ นำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล
แต่พรรคการเมืองที่เงียบแต่ไหลลึก อย่าง พรรคภูมิใจไทย ก็มีกลไกท้องถิ่น กลไกนักปกครองอยู่ในมือ ในฐานะที่กำกับดูแลกระทรวงมหาดไทย
47 จังหวัดเลือก อบจ.
ก่อนหน้านี้มีการเลือกตั้งนายก อบจ.ไปแล้ว 29 จังหวัด แบ่งเป็น ในปี 2565 เลือกใหม่ 2 จังหวัด ปี 2566 เลือก 2 จังหวัด และ ปี 2567 ที่ผ่านมา มีการเลือกตั้งนายก อบจ.อีก 25 จังหวัด เนื่องจากมีการลาออกของนายก อบจ. ก่อนครบวาระ เพื่อชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้งใหม่
โดยผลเลือกตั้งนายก อบจ.ในปี 2567 ปรากฏว่า คนของพรรคเพื่อไทย-พรรคภูมิใจไทย ได้เก้าอี้นายก อบจ.เท่า ๆ กัน 10 จังหวัด ที่เหลืออยู่ในมือของพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคกล้าธรรม
แต่ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ จะมีการเลือกตั้งนายก อบจ. อีก 47 จังหวัด ประกอบด้วย 1.กระบี่ 2.จันทบุรี 3.ฉะเชิงเทรา 4.ชลบุรี 5.เชียงราย 6.เชียงใหม่ 7.ตรัง 8.ตราด 9.นครนายก 10.นครปฐม
11.นครพนม 12.นครราชสีมา 13.นนทบุรี 14.นราธิวาส 15.น่าน 16.บึงกาฬ 17.บุรีรัมย์ 18.ประจวบคีรีขันธ์ 19.ปราจีนบุรี 20.ปัตตานี
21.พังงา 22.พัทลุง 23.พิจิตร 24.แพร่ 25.ภูเก็ต 26.มหาสารคาม 27.มุกดาหาร 28.แม่ฮ่องสอน 29.ยะลา 30.ระยอง
31.ลพบุรี 32.ลำปาง 33.ลำพูน 34.ศรีสะเกษ 35.สกลนคร 36.สงขลา 37.สตูล 38.สมุทรปราการ 39.สมุทรสงคราม 40.สมุทรสาคร 41.สระบุรี 42.สิงห์บุรี 43.สุพรรณบุรี 44.สุราษฎร์ธานี 45.หนองคาย 46.หนองบัวลำภู และ 47.อำนาจเจริญ
โดยพรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ. ทั้งในนามพรรค ในนามสมาชิกพรรค รวม 26 จังหวัด ขณะที่พรรคประชาชน ส่งผู้สมัคร 18 จังหวัด ส่วนพรรคภูมิใจไทย “อนุทิน ชาญวีรกูล” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ระบุว่า ไม่มีส่งในนามพรรค มีแต่ส่งกำลังใจให้ “เครือข่าย”
3 พรรคใหญ่ สู้เดือด
เจาะสมรภูมิเลือกตั้งนายก อบจ.ที่น่าสนใจ เป็นการขับเคี่ยวระหว่าง 3 พรรค ทั้งพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาชน
สมรภูมิภาคเหนือ เมืองใหญ่ ๆ อย่าง จ.เชียงใหม่ “ทักษิณ ชินวัตร” ต้องกู้เรตติ้งคืน ในฐานะเมืองหลวงของตระกูลชินวัตร หลังถูกพรรคคลื่นลูกใหม่ อย่างพรรคก้าวไกล กวาด สส.ได้ทั้งหมด 7 เขต พรรคเพื่อไทยได้มาแค่ 2 เขตเลือกตั้ง ลงทุนมาปราศรัยขอคะแนนด้วยตัวเอง พร้อมประกาศว่า “แพ้ไม่ได้”
พรรคเพื่อไทย ส่งนายก อบจ.คนเดิม คือ สว.ก๊อง “พิชัย เลิศพงศ์อดิศร” ลงป้องกันแชมป์ ขณะที่พรรคประชาชน ส่ง พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ อดีตผู้อำนวยการสถาบันนวัตรรมแห่งชาติ หมายมั่นปั้นมือว่าจะสร้างปาฏิหาริย์ได้ นายก อบจ.เชียงใหม่ โดยมีแกนนำตัวหลักของพรรค อย่าง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มาเดินขอคะแนนถี่ยิบ
จ.เชียงราย เป็นการต่อสู้ระหว่างพรรคเพื่อไทย กับคนของพรรคภูมิใจไทย โดยพรรคเพื่อไทยส่ง นางสลักจฤฎดิ์ ติยะไพรัช ผู้สมัครชิงตำแหน่งนายก อบจ.เชียงราย โดย นางสลักจฤฎดิ์ เป็นภรรยาของ “ยงยุทธ ติยะไพรัช” นักการเมืองสายบู๊ของทักษิณ และเป็นมารดาของ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช หรือโฮม สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย
ต้องเจอกับ นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ อดีตนายก อบจ.เชียงราย แชมป์เก่า แห่งบ้านใหญ่ “วันไชยธนวงศ์” แม้ลงในนามอิสระ แต่มีเครือข่ายสีน้ำเงินหนุนหลัง โดยย้อนไปในการเลือกตั้งนายก อบจ. ปี 2563 พรรคเพื่อไทย ส่ง น.ส.วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ชิงนายก อบจ. แพ้ น.ส.อทิตาธร มาแล้ว
ผ่าสมรภูมิอีสาน
หลังจากเลือกตั้งปี 2566 พรรคเพื่อไทย ถูกเจาะในพื้นที่อีสานจนได้ สส.เพียง 73 ที่นั่ง จาก 133 ที่นั่ง พรรคคู่แข่งการเมืองในภาคอีสาน คือ พรรคภูมิใจไทย ที่นอกจากทยอยยึดบ้านใหญ่อีสานใต้ ยังมีความพยายามที่จะขยายพื้นที่ยึดอีสานตอนกลาง และอีสานเหนือ
ทักษิณ และพรรคเพื่อไทย จึงต้องวางแผน “ล้อมกรอบ” ไม่ให้พรรคภูมิใจไทยขยายวงจากจังหวัดบึงกาฬ ซึ่งเป็นฐานการเมืองของ มท.2 ทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.มหาดไทย ไปยังจังหวัดอื่น
โดยมีรายงานว่า ในวันที่ 19 มกราคม 2568 “ทักษิณ” จะปราศรัยที่ จ.บึงกาฬ ช่วย ภูมิพันธ์ บุญมาตุ่น ผู้สมัคร นายก อบจ.บึงกาฬ ต้องสู้กับ “แว่นฟ้า ทองศรี” เจ้าของเก้าอี้เดิม ภรรยาของทรงศักดิ์ แม้ไม่ลุ้นถึงขั้นชนะ แต่ทำให้บ้านใหญ่ทองศรี ต้องห่วงหน้าพะวงหลัง
และบางจังหวัดพรรคเพื่อไทยขอยึดคืน เช่น สนามเลือกตั้ง นครพนม เครือข่ายอำนาจ-ญาติบ้านใหญ่พรรคภูมิใจไทย ส่ง “ศุภาณี โพธิ์สุ” เจ้าของเก้าอี้คนปัจจุบัน ลูกสาวสหายแสง “ศุภชัย โพธิ์สุ” อดีตรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ลงป้องกันแชมป์
แต่ยุคนี้ พรรคเพื่อไทยต้องการยึดทั้งเก้าอี้นายก อบจ. และ สจ. มี “มนพร เจริญศรี” รมช.คมนาคม เป็นแม่ทัพ ส่งมือขวา “อนุชิต หงษาดี” ลงสมัครนายก อบจ.ของพรรคเพื่อไทย พร้อมทั้งดึงแม่เหล็กอย่าง “แพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค และ “ทักษิณ” มาช่วยปราศรัย
สนามเลือกตั้ง อบจ.หนองคาย “ทักษิณ” จะไปหาเสียงช่วย นายวุฒิไกร ช่างเหล็ก ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย ที่จะต้องเจอศึกสองด้าน สู้กับ “ยุทธนา ศรีตะบุตร” อดีตนายก อบจ.หนองคาย ในเงาของบ้านป่ารอยต่อพรรคพลังประชารัฐ ยังมีพลังสีส้ม “อุรุยศ เอียสกุล” นายกเทศมนตรีเมืองหนองคาย หลานชาย “ฉัตรชัย เอียสกุล” อดีต สส.หนองคาย ลงสมัครนายก อบจ.หนองคาย ในฐานะหัวหน้ากลุ่มพลังสามัคคี
ศึกใหญ่ที่สุดในอีสาน ที่วัดพลังเพื่อไทย-ภูมิใจไทย หนีไม่พ้น สนามนายก อบจ.ศรีสะเกษ ที่ “ทักษิณ” จะไปปราศรัยที่ จ.ศรีสะเกษ วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ผู้สมัคร นายก อบจ.ศรีสะเกษ ที่จะต้องสู้กับบ้านใหญ่ไตรสรณกุล “วิชิต ไตรสรณกุล” ที่มีบ้านใหญ่ภูมิใจไทยหนุนหลัง นั่งเก้าอี้ตัวนี้มานานกว่า 2 ทศวรรษ
ขณะที่สนาม นายก อบจ.บุรีรัมย์ บ้านใหญ่ “ชิดชอบ” ส่งผู้สมัครในนาม “กลุ่มคนบุรีรัมย์” คือ “ภูษิต เล็กอุดากร” อดีตนายก อบจ.บุรีรัมย์ หลานชาย “เนวิน ชิดชอบ” ประธานสโมสรฟุตบอลบุรีรัมย์ ลงสมัครป้องกันเก้าอี้ โดยมีผู้สมัครที่สร้างสีสัน อย่าง “การุณ ใสงาม” อดีต สว.บุรีรัมย์ สมัครนายก อบจ.บุรีรัมย์ด้วย
ภาคใต้ บ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่
ในพื้นที่ภาคใต้ เป็นการขับเคี่ยวระหว่างฐานเสียงของพรรคภูมิใจไทย ที่บ้านใหญ่ “รัชกิจประการ” เป็นแบ็กอัพสำคัญ สู้กับผู้สมัครจากกับพรรคประชาชน และกลุ่มอำนาจใหม่ในพรรคประชาธิปัตย์ และเครือข่ายจากพรรครวมไทยสร้างชาติ
สนามเลือกตั้งนายก อบจ.สงขลา เข้มข้นและหลากหลายที่สุด เมื่อ “สุพิศ พิทักษ์ธรรม” ทีมสงขลาพลังใหม่ ได้แรงหนุนจาก “เดชอิศม์ ขาวทอง” รมช.สาธารณสุข บ้านใหญ่แห่งค่ายประชาธิปัตย์ ต้องเจอคู่แข่ง นายนิรันดร์ จินดานาค พรรคประชาชน อดีต ผอ.สถาบันพัฒนาศักยภาพ Work Smart Group ที่อาศัยฐานเสียงจากการเลือกตั้ง สส.ระดับชาติ เคยทำคะแนนปาร์ตี้ลิสต์จำนวนมากเป็นตัวช่วย
ขณะที่ นายประสงค์ บริรักษ์ ผู้สมัครจาก ทีมสงขลาเข้มแข็ง ทำผลงานชนะท่วมท้นที่ อบจ.นครศรีธรรมราช มาแล้ว โดยมีเงาของบ้านใหญ่ “รัชกิจประการ” หนุนหลัง
สนามเลือกตั้ง อบจ.พัทลุง เกมการเมืองบ้านใหญ่ชนบ้านใหญ่ เจ้าของเก้าอี้เดิม คือ “วิสุทธิ์ ธรรมเพชร” หัวหน้าทีมพลังพัทลุง แชมป์นายก อบจ. 2 สมัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ มีคู่แข่งสำคัญ คือ สาโรจน์ สามารถ หัวหน้ากลุ่มรักพัทลุง อดีตรองนายก อบจ.พัทลุง มีพลังหนุนจากบ้านใหญ่รัชกิจประการ โดยจะใช้โมเดล “3 จังหวัดทะเลสาบสงขลา” คือ นครศรีธรรมราช-สงขลา-พัทลุง เป็น 1 ในแคมเปญในการหาเสียง
พลังส้ม ลุ้นพลิกล็อกภาคกลาง
ส่วนสนามภาคกลาง พื้นที่ที่น่าสนใจ เช่น นายก อบจ.สมุทรปราการ เป็นการเดิมพันของ “บ้านใหญ่อัศวเหม” ที่ส่ง สุนทร ปานแสงทอง อดีต รมช.เกษตรฯ ในสมัยรัฐบาลประยุทธ์ ลงชิงเก้าอี้ในนามกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้า มีคู่แข่งสำคัญ คือ นพดล สมยานนทนากุล ตัวแทนจากพรรคประชาชน หลังจากการเลือกตั้งใหญ่ 2566 พรรคก้าวไกลในเวลานั้นกวาด สส.เรียบ ทั้งจังหวัด 8 เขต
ขณะที่สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.นนทบุรี เป็นความท้าทายของพรรคประชาชน ที่ส่ง “เลิศมงคล วราเวณุชย์” ผู้สมัครนายก อบจ.นนทบุรี อดีตกรรมการผู้จัดการ บจก.เดวา เรียลเอสเตท และอดีตนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ เพราะต้องเจอกับแชมป์เก่า 6 สมัย พ.ต.อ.ดร.ธงชัย เย็นประเสริฐ ในนามกลุ่มผึ้งหลวง พร้อมทีมงาน ลงป้องกันแชมป์ โดยมีกลุ่มค่ายสีแดง และสีน้ำเงินคอยหนุนหลัง
“คุณปลื้ม” สู้อีกยกกับประชาชน
สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.ชลบุรี เป็นศึกหนักของพรรคประชาชน ที่ส่ง “ชุดาภัค วสุเนตรกุล” ลงสมัครนายก อบจ.ชลบุรี เพราะ 2 บ้านใหญ่ชลบุรี ทั้ง “บ้านใหญ่คุณปลื้ม” และ “บ้านใหม่ชมกลิ่น” จับมือกัน หนุน “วิทยา คุณปลื้ม” ลงป้องกันแชมป์เก้าอี้ นายก อบจ.ชลบุรี ในนาม กลุ่มเรารักชลบุรี
สนามเลือกตั้ง นายก อบจ.ปราจีนบุรี กลายเป็นจังหวัดที่ได้รับการโฟกัส หลังจากเกิดคดีการเสียชีวิตของ สจ.โต้ง “ชัยเมศร์ สิทธิสนิทพงศ์” ในบ้านของ “สุนทร วิลาวัลย์” อดีต นายก อบจ.ปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย เมื่อตระกูล “วิลาวัลย์” โรยรา พรรคเพื่อไทยจึงเข้ามาเจาะพื้นที่ โดยส่ง สจ.จอย-ณภาภัช อัญชสาณิชมน ภรรยา ลงชิงตำแหน่ง นายก อบจ.
ศึกเลือกตั้ง นายก อบจ. บ้านใหญ่ปะทะบ้านใหญ่ พรรคใหญ่ชนพรรคใหญ่ ไม่มีใครยอมใคร