กรมการแพทย์เตรียมความพร้อม รพ.-คลินิกมลพิษออนไลน์ รับมือฝุ่น PM 2.5 ขณะที่ ผอ. รพ.นพรัตนราชธานี แนะนำ 9 ข้อ ดูแลสุขภาพกลุ่มเสี่ยง
นพ.ไพโรจน์ สุรัตนวนิช รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลและ สธ.ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 กรมการแพทย์จึงได้เตรียมความพร้อมสถานพยาบาลและคลินิกโรคทางเดินหายใจ และคลินิกมลพิษ ซึ่งโรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ได้จัดตั้งคลินิกมลพิษเป็นแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อแก้ไขปัญหาสุขภาพของประชาชนและตอบสนองนโยบาย สธ.
เป็นคลินิกเฉพาะทางที่เน้นการทำงานด้านเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม ประเมินสถานการณ์มลพิษ ประเมินจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคจากมลพิษทางอากาศ ใช้เป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ในการออกมาตรการต่าง ๆ เพื่อลดการเจ็บป่วยของประชาชน ควบคู่กับการรักษาและดูแลผู้ป่วย ที่ได้รับผลกระทบให้ได้รับการรักษาและกลับไปใช้ชีวิตปกติ คลินิกมลพิษมีการให้ข้อมูลและประเมินสภาวะสุขภาพ รวมถึงติดตามผู้ป่วยเป็นระยะ เช่น ระยะเวลาในการได้รับมลพิษ การใช้หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง ความรู้เรื่องโรคที่เกี่ยวข้องที่สามารถเกิดขึ้นได้
นพ.ไพโรจน์กล่าวว่า นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาเครือข่ายคลินิกมลพิษที่ครอบคลุมทุกเขตสุขภาพ และได้จัดทำคู่มือปฏิบัติงานของคลินิกมลพิษ การให้คำแนะนำ รวมทั้งจัดตั้งคลินิกมลพิษออนไลน์ www.pollutionclinic.com เพื่อให้ประชาชนได้ประเมินอาการที่เกิดขึ้นกับตัวเองผ่านระบบออนไลน์ และการสร้างความรอบรู้สุขภาพด้านฝุ่นให้กับประชาชนในพื้นที่ และหากพบว่ามีอาการความรุนแรงสามารถขอคำปรึกษาจากแพทย์ในคลินิกออนไลน์ หรือส่งต่อผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในคลินิกมลพิษใกล้บ้านได้
ปัจจุบันมีคลินิกมลพิษ จำนวน 81 แห่ง และคลินิกมลพิษออนไลน์ จำนวน 158 แห่ง ครอบคลุม 13 เขตสุขภาพทั่วประเทศ ซึ่งในปี 2567 พบผู้ป่วยที่เข้าปรึกษาในคลินิกมลพิษออนไลน์ ป่วยด้วยโรคระบบทางเดินหายใจ คิดเป็นร้อยละ 58 รองลงมา คือ โรคตา ร้อยละ 42 และโรคผิวหนัง ร้อยละ 17 (ผู้ป่วย 1 ราย มีอาการหลายระบบ) รพ.นพรัตนราชธานี ได้ทำคลินิกมลพิษออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชั่นไลน์ เช็กค่าฝุ่น PM 2.5 ประเมินอาการป่วย และสามารถปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ได้
นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผู้อำนวยการ รพ.นพรัตนราชธานี กล่าวว่า คำแนะนำสำหรับประชาชนในการดูแลสุขภาพ ช่วงฝุ่น PM 2.5 เกินค่ามาตรฐาน โดยเฉพาะประชาชนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ สูงอายุ สตรีมีครรภ์ เด็ก และประชาชนที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่
- สวมหน้ากาก N95 หากไม่มีให้สวมหน้ากากอนามัย 2 ชั้น ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละอองได้บางส่วน
- หลีกเลี่ยงกิจกรรมนอกบ้านเมื่อมลพิษอากาศสูง และงดกิจกรรมที่ทำให้เกิดฝุ่น
- ควรปิดประตูและหน้าต่างให้สนิท เพื่อป้องกันไม่ให้ฝุ่นละอองพัดเข้ามาในบ้าน
- ทำความสะอาดบ้านบ่อย ๆ เพื่อลดการสะสมของฝุ่นภายในบ้าน แต่ไม่แนะนำให้กวาด เพราะทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจาย
- แนะนำติดตั้งเครื่องฟอกอากาศ จะช่วยกรองฝุ่นละอองภายในบ้านได้ โดยก่อนที่จะติดตั้ง จะต้องมั่นใจก่อนว่าเครื่องฟอกอากาศนั้นมีขนาดเหมาะสมกับห้องภายในบ้าน
- กรณีออกไปทำธุระนอกบ้านควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่แว่นตาหรือแว่นครอบตา และอาบน้ำชำระร่างกายทันทีเมื่อกลับมาถึงบ้าน
- ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว เพื่อลดควันดำจากการเผาไหม้เครื่องยนต์
- หมั่นดื่มน้ำสะอาด
- หากพบอาการผิดปกติของร่างกายให้รีบมาพบแพทย์ทันที
