โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ตัดความเป็นไปได้ที่จะส่งกำลังเข้ายึดคลองปานามาและกรีนแลนด์ ด้านลูกชายทรัมป์เยือนกรีนแลนด์เป็นการส่วนตัว สะท้อนนโยบายต่างประเทศที่แข็งกร้าว
รอยเตอร์ (Reuters) รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐไม่ปฏิเสธการใช้กำลังทางทหารหรือมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อให้ได้คลองปานามาของปานามา และกรีนแลนด์เขตปกครองตนเองของเดนมาร์ก ส่วนหนึ่งของวาระขยายดินแดนที่ทรัมป์ส่งเสริมนับตั้งแต่การชนะเลือกตั้งเมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนในปี 2024
ทรัมป์ซึ่งมีกำหนดสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 มกราคมนี้ ยังเผยแนวคิดของการเปลี่ยนแคนาดาให้เป็นรัฐหนึ่งของสหรัฐ และบอกอีกว่า เขาต้องการให้พันธมิตรองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต้จ่ายค่าป้องกันประเทศเพิ่มมากขึ้นที่ร้อยละ 5 ของจีดีพี และให้คำมั่นจะเปลี่ยนชื่อของอ่าวเม็กซิโก (Gulf of Mexico) ไปเป็นอ่าวอเมริกา (Gulf of America)
ทรัมป์เริ่มวางเค้าโครงนโยบายต่างประเทศแบบแข็งกร้าว โดยไม่คำนึงถึงวิธีทางการทูต หรือความกังวลของพันธมิตรสหรัฐ
เมื่อถูกถามในงานแถลงข่าวที่รีสอร์ตมาร์อาลาโก บ้านพักส่วนตัวของทรัมป์ในรัฐฟลอริดาเมื่อ 7 มกราคม ว่าเขาสามารถรับรองกับโลกได้หรือไม่ ว่าเขาจะไม่ใช้กำลังทหารหรือมาตรการบีบบังคับทางเศรษฐกิจ (การใช้มาตรการทางเศรษฐกิจบีบบังคับเพื่อให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ต้องการ) เนื่องจากเขาพยายามที่จะควบคุมคลองปานามาและกรีนแลนด์
“ไม่ ผมไม่สามารถรับรองกับคุณในทั้งสองกรณีได้ แต่ผมบอกได้ว่า เราต้องการมาตรการทั้งสองด้านเพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจ” ทรัมป์กล่าว
ทรัมป์ยังชี้ว่า เขาจะเก็บภาษีศุลกากรกับเดนมาร์ก หากเดนมาร์กต่อต้านข้อเสนอของเขาในการซื้อกรีนแลนด์ ซึ่งเขากล่าวว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐ ซึ่งไม่นานก่อนที่ทรัมป์จะแสดงความคิดเห็นดังกล่าว นายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ ลูกชายได้เดินทางถึงกรีนแลนด์ ในทริปเยี่ยมชมเป็นการส่วนตัว เมื่อ 7 มกราคม เวลาท้องถิ่น

ก่อนหน้านี้ ทางการเดนมาร์กระบุว่ากรีนแลนด์ซึ่งเป็นเขตปกครองตนเองของเดนมาร์กนั้นไม่ได้มีไว้ขาย
นายเมตเต เฟรเดอริกเซ่น นายกรัฐมนตรีเดนมาร์กระบุว่า ไม่คิดว่าการใช้วิธีทางการเงินของทรัมป์จะเป็นเรื่องที่ดี ในเมื่อสหรัฐและเดนมาร์กต่างเป็นพันธมิตรและหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดต่อกัน
ทรัมป์ยังวิพากษ์วิจารณ์การใช้จ่ายของสหรัฐ ทั้งในเรื่องสินค้าของแคนาดาและการสนับสนุนทางการทหารสำหรับแคนาดา โดยกล่าวว่าสหรัฐไม่ได้รับประโยชน์ใด ๆ จากการดำเนินการดังกล่าว และเรียกพรมแดนระหว่างสองประเทศว่าเป็น “เส้นแบ่งที่ลากขึ้นอย่างเทียม ๆ”