ททท.ภาคเหนือเดินหน้ากลยุทธ์กระตุ้นท่องเที่ยวปี’68 เน้นกระจายนักท่องเที่ยวสู่เมืองรอง-เพิ่มวันพัก พร้อมอัดกิจกรรมทั้งท่องเที่ยว-กีฬาระดับโลกดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ หนุนแบรนด์ “Amazing Thailand” กระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มรายได้ให้ชุมชนในท้องถิ่น
นายสมชาย ชมภูน้อย ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคเหนือ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.ภาคเหนือเดินหน้าขับเคลื่อนแผนกลยุทธ์การตลาดเชิงรุกในปี 2568 โดยมุ่งหวังให้เกิดการท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น กระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเพิ่มความถี่ในการเดินทางและขยายวันพักของนักท่องเที่ยว
โดยมุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย รวมถึงกระจายการท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ เพื่อเสริมสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจการท่องเที่ยวในภูมิภาค
กระตุ้นความถี่-เพิ่มวันพัก
ทั้งนี้ จะมุ่งเน้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวบ่อยขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดยาว และเทศกาลต่าง ๆ ที่จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศให้เดินทางมายังภาคเหนือมากขึ้น อาทิ สงกรานต์, ปีใหม่ ฯลฯ ซึ่งเป็นช่วงที่จะสามารถขยายวันพักให้นานขึ้น โดยเฉพาะในช่วงวันธรรมดาที่นักท่องเที่ยวจะมีโอกาสพักค้างคืนในพื้นที่ต่าง ๆ มากขึ้น
“การกระจายการท่องเที่ยวไปยังพื้นที่ต่าง ๆ เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญที่เราจะให้ความสำคัญ โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองและแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ที่ยังไม่ได้รับความนิยม เช่น แหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย พิษณุโลก และสุโขทัย รวมถึงพื้นที่อื่น ๆ ที่มีศักยภาพ เพื่อไม่ให้การท่องเที่ยวไปกระจุกตัวอยู่เพียงแค่เมืองหลักอย่างเชียงใหม่เท่านั้น”
นอกจากนี้ ยังได้วางแผนบูรณาการการตลาดร่วมกับภาคเอกชนและหน่วยงานภาครัฐ เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยมุ่งส่งเสริมการขายสินค้าและบริการที่มีมูลค่าสูง เช่น แพ็กเกจท่องเที่ยวที่รวมที่พัก อาหาร และกิจกรรมต่าง ๆ หรือโปรแกรม Workation โดยเฉพาะในช่วงวันธรรมดา ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวและกระจายการใช้จ่ายในแต่ละจังหวัดอย่างทั่วถึง
โหมโปรโมตทั้ง “ท่องเที่ยว-กีฬา”
นายสมชายกล่าวด้วยว่า ททท.ภาคเหนือได้เตรียมจัดกิจกรรมสำคัญที่คาดว่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วประเทศและต่างประเทศมาร่วมสนุก ได้แก่ การแข่งขัน “Chiang Mai Golf Festival 2025” ซึ่งจะเป็นหนึ่งในเทศกาลกีฬาที่สำคัญที่สุดของภูมิภาค โดยคาดว่าจะดึงดูดนักกอล์ฟทั้งในและต่างประเทศเข้าจำนวนมาก รวมถึงเป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวระหว่างไทยและประเทศเกาหลี
และโปรโมตแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมกอล์ฟของภาคเหนือให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล โดยสมาคมกอล์ฟรีสอร์ทภาคเหนือยังวางแผนการจัด Roadshow ไปยังประเทศเกาหลีใต้ในเดือนมีนาคม 2568 พร้อมนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมต่าง ๆ
“เรามองเห็นถึงศักยภาพของภาคเหนือในการดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาวที่อากาศเย็นสบาย ทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ เราจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้ให้เติบโตอย่างยั่งยืน และเชื่อว่าในอนาคตภาคเหนือจะเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก”
อัดกิจกรรมตลอดทั้งปี
ด้านนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า การกระจายตัวของนักท่องเที่ยวสู่พื้นที่เมืองน่าเที่ยวในภาคเหนือมีความสำคัญอย่างยิ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจท้องถิ่น เนื่องจากช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในชุมชน ทั้งในรูปแบบของการท่องเที่ยว การซื้อสินค้าและบริการ รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
“ที่เห็นได้ชัดคือ เคาต์ดาวน์เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ซึ่งจัดขึ้นที่อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เชียงใหม่ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 50,000 คน และสร้างเงินหมุนเวียนในพื้นที่ได้กว่า 560 ล้านบาท” นางสาวฐาปนีย์กล่าว และว่า ขณะเดียวกัน ยังเป็นโอกาสในการโปรโมตสินค้าชุมชนท้องถิ่นผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ทำให้การท่องเที่ยวเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้สู่ชุมชนอย่างแท้จริง
โดยในปี 2568 ททท.ได้วางแผนร่วมกับพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชนในการจัดกิจกรรมและเทศกาลระดับโลกที่ต่อเนื่องตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวไปยังเมืองรองและพื้นที่ที่มีศักยภาพ ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ลำปาง เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน ฯลฯ ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยภายใต้แบรนด์ “Amazing Thailand” แต่ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับชุมชนในท้องถิ่นด้วย