Skip to content

ฤดูฝนปีนี้ “แม่สาย” เสี่ยงสูง ขาดงบประมาณซื้อเครื่องวัดมวลดิน-ฝน

09 ม.ค. 2568 | 06:19น.
ฤดูฝนปีนี้ “แม่สาย” เสี่ยงสูง ขาดงบประมาณซื้อเครื่องวัดมวลดิน-ฝน

ความรุนแรงของเหตุการณ์น้ำท่วมใน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่เกิดขึ้นช่วงเดือนกันยายน 2567 หลายฝ่ายฟันธงว่า ทางออกระยะยาวต้อง “ย้ายอำเภอแม่สาย” เท่านั้น โดยล่าสุด นายพิชิต สมบัติมาก อธิบดีกรมทรัพยากรธรณี บอกกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ทางด้านธรณีวิทยาหากพบพื้นที่เสี่ยงภัยสูง หากมีหน่วยงานหรือชุมชนอยู่

ถ้าต้องการรักษาชีวิตและทรัพย์สิน ต้องพิจารณาย้ายชุมชนออกจากพื้นที่ แต่เรื่องการอพยพคนยอมรับว่า เป็นเรื่องยากมาก แต่ถ้าจำเป็นจริงก็ต้องทำ แต่ต้องช่วยกัน

“ที่ อ.แม่สาย ในวันนี้อาจจะตื่นเต้นกัน แต่ถ้าแล้งไปก็อาจจะลืมแล้ว เว้นแต่จะบังคับใช้กฎหมายจริง ๆ ภาครัฐต้องจ่ายเงินค่าเวนคืนให้ประชาชนรู้สึกว่าสูญเสียน้อยที่สุด เช่น แฟลตดินแดง ให้เขาทุบตึกไปอยู่ตึกใหม่ ต้องไปสร้างให้เขาก่อน แล้วค่อยอพยพ ก็เหมือนกัน ให้เขารู้สึกว่า ได้รับการดูแลที่เหมาะสม ชาวบ้านถึงจะไป เช่น ที่คลองเปรมประชา ใช้เวลาหลายปีกว่าจะทำได้ แม่สายก็น่าจะคล้ายกัน” นายพิชิตกล่าวและว่า

พื้นที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย มีลักษณะทางกายภาพของ อ.แม่สาย เอื้อต่อการสะสมตัวของตะกอน เนื่องจาก 1) ลักษณะพื้นที่ตั้งอยู่ระหว่างเทือกเขาสูงทางฝั่งตะวันตกซึ่งเป็นแนวเขตแดนระหว่างไทย-เมียนมา พื้นที่มีความลาดชันลดลงจากภูเขาสู่ที่ราบทางตะวันออก มีแม่น้ำสายเป็นทางน้ำสำคัญไหลผ่านกลางเมือง ประกอบด้วยหินอัคนี หินตะกอน หินแปร และตะกอนทางน้ำ รวมถึงมีโครงสร้างทางธรณีวิทยาเป็นแนวรอยเลื่อน/รอยแตก

2) กระบวนการสะสมตะกอน เนื่องจากกระแสน้ำจากภูเขาพัดพาตะกอนขนาดต่าง ๆ ลงมา เมื่อน้ำไหลผ่านจากหุบเขาเข้าสู่ที่ราบ ความเร็วและกำลังของน้ำลดลง ทางน้ำกระจายตัวออก ทำให้ตะกอนตกสะสมในลักษณะคล้ายรูปพัด (Alluvial Fan) ตะกอนทรายหยาบและกรวดขนาดเล็กส่วนใหญ่จะตกสะสมในบริเวณชุมชนวัดถ้ำผาจม

3) ปัจจัยเร่งและสนับสนุน ปริมาณน้ำฝนสูง (วัดได้สูงสุด 292 มิลลิเมตร วันที่ 13 ก.ย. 67) การก่อสร้างอาคารรุกล้ำทางน้ำบริเวณสะพานมิตรภาพแม่น้ำสาย ทำให้ทางน้ำแคบลง ที่สำคัญพบกิจกรรมคล้ายเหมืองแร่ห่างจากอำเภอแม่สาย ประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งอาจเป็นแหล่งที่มาของตะกอนจำนวนมาก เมื่อมีปริมาณน้ำมาก ระบบระบายน้ำไม่เพียงพอ ทำให้น้ำท่วมขังและเพิ่มการตกตะกอน

measai

ผลกระทบหากไม่มีการจัดการ เกิดปัญหาการระบายน้ำและน้ำท่วมขังที่รุนแรงขึ้น กระทบต่อการใช้ประโยชน์ที่ดินและความเป็นอยู่ของประชาชนจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบและบูรณาการ ทั้งการควบคุมการก่อสร้าง การปรับปรุงระบบระบายน้ำ และการจัดการต้นทางของตะกอน เพื่อลดและชะลอการสะสมตัวของตะกอนที่จะส่งผลต่อระดับพื้นที่ในระยะยาว

นายพิชิตกล่าวต่อไปว่า ทุกวันนี้พื้นที่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ยังไม่มีเครื่องมือวัดการเคลื่อนตัวของมวลดิน และกระบอกวัดน้ำฝนไปติดตั้ง เพราะยังไม่มีเงินสักบาทที่จะไปซื้อเครื่องทั้งเซต สถานีส่งสัญญาณ สถานีตรวจวัด ประมาณ 2 ล้านบาท หากได้รับงบประมาณก็จะรีบติดตั้งก่อนฤดูฝนปี 2568

โดยทางกรมได้เข้าไปสำรวจพื้นที่ที่สามารถติดตั้งเครื่องวัดการเคลื่อนตัวของมวลดินในเขตพื้นที่หลายอำเภอใน จ.เชียงราย รวมถึง อ.แม่สายบริเวณเทือกเขาเลียบชายแดน ซึ่งมีรอยเลื่อนของดินโคลนถล่มอยู่พอสมควร ซึ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนบริเวณนั้นส่วนมากเป็นคนไทย ชนเผ่า แถวดอยแม่สลอง ก็ถูกจัดอยู่ในพื้นที่เปราะบาง

สำหรับกรณีการติดตั้งเครื่องวัดน้ำฝนที่ จ.ภูเก็ต หลังเหตุการณ์ดินโคลนถล่ม และมีผู้เสียชีวิตถึง 13 ราย เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน เนื่องจากเป็นเมืองท่องเที่ยว เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยวตื่นตระหนก หากเราสื่อสารการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ ก็จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักท่องเที่ยว

“ฝากถึงคนไทย จริง ๆ บ้านเราก็ถือว่าไม่ได้อยู่บนพื้นที่เสี่ยงภัยมาก อย่างญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวบ่อย รัฐบาลและประชาชนให้ความสำคัญ แต่บ้านเราสบาย เกิดทีเครียด สักพักถ้าไม่เกิดก็ลืมแล้ว นิสัยของคนไทย คือ ตื่นเต้นเร็ว แล้วก็ลืมเร็ว แต่ที่สำคัญคือ ช่วงกำลังจะเข้าฤดูฝน ทางหน่วยงานต่าง ๆ น่าจะต้องมีเวทีมาคุยกัน ให้เกิดตระหนัก ถ้าหากปีหน้าไม่เกิด ปีต่อไปก็ลืมแล้ว เพราะในแต่ละปีก็มีช่วงเวลาให้ภาครัฐช่วยกันขับเคลื่อน” นายพิชิตกล่าวทิ้งท้าย