เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

มาแน่ พ.ร.บ.โซล่าร์ ได้ทั้งไฟสะอาดค่าไฟถูก

08 ม.ค. 2568 | 18:00น.
นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

เอกนัฏ เร่งทำ พ.ร.บ.โซล่าร์ ของจริงหลังปลดล็อคครัวเรือน โรงงานติดตั้งแผงโซล่าร์ไม่ต้องขออนุญาตแค่แจ้งจบ ประกาศปฎิรูปอุตสาหกรรม New s-curve ต้องผงาดเป็นตัวจับเคลื่อนเศรษฐกิจ ดัน GDP 1% 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประจำปี สศอ. (OIE Forum) ครั้งที่ 16 “Industrial Reform : ปฏิรูปอุตสาหกรรมไทย สู่เศรษฐกิจยุคใหม่” ว่า ปัจจุบันภาคอุตสาหกรรมไทยยังคงเผชิญกับบททดสอบและความท้าทายใหม่ ๆ ของโลกธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว หรือการเปลี่ยนแปลงผู้นำของประเทศมหาอำนาจที่อาจจะสร้างความ  ปั่นปวนทางเศรษฐกิจและความมั่นคงระหว่างประเทศ การเติบโตของเทคโนโลยี AI ที่ก่อให้เกิดการแข่งขันและเปลี่ยนโฉมอุตสาหกรรมแบบก้าวกระโดด รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ และการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ล้วนส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทย

อย่างไรก็ดี สถานการณ์อุตสาหกรรมไทยยังมีแนวโน้มดีขึ้น สะท้อนจากภาวะเศรษฐกิจอุตสาหกรรม โดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) คาดการณ์ว่าในปี 2568 ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรม (MPI) และ GDP ภาคอุตสาหกรรมจะมีแนวโน้มขยายตัว 1.5 – 2.5%

โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการค้าระหว่างประเทศของไทยกับคู่ค้าหลักที่เติบโตต่อเนื่อง รวมทั้งการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและบริการ การลงทุนภาครัฐผ่านการลงทุนขนาดใหญ่ และการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ให้เข้าถึงแหล่งทุนและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ คาดว่าจะช่วยพยุงภาวะเศรษฐกิจภาพรวมให้ดีขึ้น

“ประเทศไทยจำเป็นที่ต้องปฎิรูปอุตสาหกรรมใหม่เพื่อดึงการลงทุนและสร้างแต้มต่อให้กับประเทศ โดยต้องดึงภาคอุตสาหกรรมที่เคยเป็นเครื่องยนต์หลักให้กลับมาเป็นตัวหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจเช่นเดิม โดยต้องมีส่วนผลักดัน GDP เพิ่ม 1% โดยไม่ใช้งบประมาณของภาครัฐ ซึ่งต้องเป็นฐานการผลิตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั้งสันดาป และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ๆ ที่เป็น New s-curve ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมชีวะภาพ (Bio)  อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ เซมิคอนดักเตอร์อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และเรากำลังร่าง พรบ.โซล่าร์ หลังจากที่เราปลอดล็อคเรื่องไม่ต้องขอ รง.4 แล้ว ไม่ว่าจะเป็นครัวเรือน โรงงาน หากจะติดตั้งแต่แจ้งกับหน่วยงานเท่านั้น ซึ่งเราจะได้ทั้งไฟสะอาดและมีไฟราคาถูกลง โดยไม่ต้องผ่านการซื้อกับ กฟผ. ส่วน กฟผ. ก็ไปพัฒนาเรื่องสมาร์ทกริด”

พ.ร.บ.โซล่าร์

ทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้กำหนดนโยบายการพัฒนาอุตสาหกรรมเพื่อสร้างโอกาสและการเติบโตให้กับภาคอุตสาหกรรมไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ “การปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ ทันสมัย สะอาด สะดวก โปร่งใส” ผ่าน 3 ปฏิรูป 3 แนวทาง (สู้ เซฟ สร้าง) ได้แก่ ปฏิรูปที่ 1. “สู้” กับผู้ประกอบการ ที่ทำผิดกฎหมาย ทำร้ายชีวิตประชาชน บริหารจัดการกากอุตสาหกรรมทั้งระบบ คืนน้ำสะอาด แก้ปัญหาฝุ่น PM 2.5 สร้างอากาศบริสุทธิ์ให้คนไทย

ปฏิรูปที่ 2 “เซฟ” สร้างความเท่าเทียมในการแข่งขันของภาค อุตสาหกรรม และธุรกิจSMEs สร้างโอกาส สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทย ปฏิรูปที่ 3 “สร้าง” อุตสาหกรรมใหม่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยเชื่อมโยงเศรษฐกิจโลก โดยขับเคลื่อนผ่าน 3 แนวทางสำคัญ

ได้แก่ 1. การสร้างความร่วมมือพันธมิตรห่วงโซ่อุตสาหกรรมที่สมบูรณ์แบบ เช่น ปรับมาตรการและสิทธิประโยชน์ เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ และเชื่อมโยงผู้ผลิตไทยเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าของอุตสาหกรรมหลักต่างๆ ของโลก 2. สร้าง Ease of Doing Business เช่น ปรับกฎหมายและภารกิจเข้าสู่ภาครัฐดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจด้วยระบบดิจิทัล เช่น e-License, e-Monitoring และ e-Payment

และ 3. จัดตั้งกองทุนเพื่อการปฏิรูปอุตสาหกรรมเพื่อความยั่งยืน เน้นพัฒนาบุคลากรในสายอาชีพและอาชีวศึกษา รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมในอนาคต เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยก้าวสู่เศรษฐกิจยุคใหม่ที่ทันสมัย และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่าภาคอุตสาหกรรมไทยจำเป็นต้องเร่งปรับตัว พร้อมทั้งพัฒนาศักยภาพใหม่ ๆ เพื่อรับมือกับความท้าทายที่เกิดขึ้น และมุ่งสู่ “อุตสาหกรรมเศรษฐกิจยุคใหม่” ให้เติบโตบนพื้นฐานของความสมดุลและยั่งยืน โดย สศอ. เป็นหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันภาคอุตสาหกรรมของประเทศ สร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้างและความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจไทย โดยเน้นการบูรณาการกับทุกภาคส่วน พร้อมนำแนวคิด “สู้ เซฟ สร้าง” และนโยบาย MIND ที่มุ่งเน้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรมใน 4 มิติ

ได้แก่ มิติที่ 1. การสร้างความสำเร็จทางธุรกิจ มิติที่ 2 การส่งเสริมความอยู่ดีกับสังคม มิติที่ 3 ความลงตัวกับกติกาสากล และมิติที่ 4 การกระจายรายได้สู่ชุมชนและสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนและพัฒนาภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

พ.ร.บ.โซล่าร์

นอกจากนี้ กระทรวงอุตสาหกรรม ยังได้ยกระดับการทำงานสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล เปิดตัวแพลตฟอร์ม i-Industryระบบบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลกลางของกระทรวง ที่ผู้ประกอบการสามารถลงทะเบียนเพื่อเข้าถึงบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวก เช่น การขอใบอนุญาตแบบดิจิทัล (Digital-License) การชำระค่าธรรมเนียม (Digital-Payment) และการรายงานข้อมูลผ่านระบบ iSingleForm

ซึ่งจะช่วยให้การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกและการออกแบบนโยบาย รวมถึงสร้างกลไกการพัฒนาอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับการลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานภายใต้กฎหมายของกระทรวงอย่างเข้มข้นช่วยให้ผู้ประกอบการมีการประกอบกิจการที่ดี สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนและสังคมโดยรอบ

นายภาสกร ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับงานประจำปี OIE FORUM ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 ถือเป็นกิจกรรมสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาอุตสาหกรรมไทยสู่ความยั่งยืน โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองและแนวคิดในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน สนับสนุนผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการ SMEs เตรียมพร้อมรับมือกับบริบทโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

พ.ร.บ.โซล่าร์

พ.ร.บ.โซล่าร์

แท็กที่เกี่ยวข้อง

พ.ร.บ. โซล่าเซลล์