เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
Economic จับตา ‘สะพานข้ามเกาะช้าง’ หมื่นล้าน ปลุกเศรษฐกิจทะเลภาคตะวันออก
เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
Business เปิดแผน ‘ไฟฟ้ามั่นคง’ กฟผ.เตรียม SMR-เพิ่มพลังงานสะอาด
7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
Economic 7 อุตฯเหนื่อยสินค้านอกถล่ม กกร.ชงรัฐออกมาตรการช่วยตรงจุด
ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
Politics ไม่กังวล ‘ฝ่ายค้าน’ จ่อเปิดเกมซักฟอกเวทีงบ แจงผลงานครึ่งปีผ่านสื่อ “คุยกับ ครม.”
ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
สามัญสำนึก ประเทศไทยต้องแก้ เศรษฐกิจ K-Shape
เนื้อแท้ บาร์โคล่า
คุยกับเอกราช เนื้อแท้ บาร์โคล่า
มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
Politics มีผลแล้ว! ระเบียบสำนักนายกฯ ‘ว่าด้วยการแบ่งปันข้อมูลดิจิทัลฯ’
รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
Tech รู้จัก ‘Chipflation’ ภาวะต้นทุนชิปเฟ้อ สะเทือนสเป็ก-ดันราคาสินค้าไอทีพุ่ง
สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินอุดรฯ ก้าวสู่ฮับนานาชาติ รับเที่ยวบินปฐมฤกษ์ “คุนหมิง–อุดรฯ”
CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
Business CPAXT ปิดดีล 1.3 หมื่นล้าน ซื้อ ‘The Food Purveyor’ รุกตลาดพรีเมียมมาเลเซีย
ดูทั้งหมด

ต่างชาติ 12 ราย จ่อเซ็นลงทุน EEC วงเงิน 1.5 แสนล้าน

08 ม.ค. 2568 | 18:27น.
EEC

“ดร.จุฬา” เลขาอีอีซี เผย นักลงทุนต่างชาติจ่อเซ็นสัญญาลงทุนในพื้นที่อีอีซี 12 ราย วงเงินลงทุนกว่า 1.5 แสนล้าน พร้อมเผยมีผู้เข้ามาขอจัดตั้งเขตนิคมฯ ในไปป์ไลน์ 30 ราย พื้นที่ 1,000 ไร่ คาดปี 2568 เสนอบอร์ด EEC – ครม. อนุมัติได้ 10 ราย และคาดไตรมาส 3/68 ชง ครม. เพิ่ม “ปราจีนบุรี” เป็นพื้นที่ EEC จังหวัดที่ 4 “ดร.กอบศักดิ์” ประธาน FETCO ชี้ปีนี้เศรษฐกิจฟื้นรับส่งออก-ท่องเที่ยว-FDI

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เปิดเผยว่า ในปี 2568-2569 จะเป็นปีทองการลงทุนครั้งใหญ่จากผลกระทบทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) โดยอีอีซีถือเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย เพราะมีความสำคัญต่อการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) เนื่องจากมีธุรกิจประเภท New S-Curve ที่สำคัญ และมีเป้าหมายคลัสเตอร์ที่ชัดเจน

ประกอบด้วย 1.การแพทย์และสุขภาพ 2.ดิจิทัล (อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ, หุ่นยนต์, การป้องกันประเทศ) 3.ยานยนต์สมัยใหม่ 4.BCG (เศรษฐกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน, เชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ, การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ, การแปรรูปอาหาร) และ 5.บริการ (การท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, การบินและโลจิสติกส์, การพัฒนาบุคลากรและการศึกษา)

โดยปัจจุบันโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ในพื้นที่ EEC สำคัญจะประกอบด้วย 1. ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตะพุด ระยะที่ 3 ที่คาดจะเปิดให้บริการปี 2570 2. ท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 ที่คาดจะเปิดให้บริการปี 2571 3. สนามบินนานาชาติอู่ตะเภา จะเปิดให้บริการปี 2571 และ 4. รถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ที่จะเปิดให้บริการประมาณปี 2572 โดยมีเงินลงทุนรวม 682,944 ล้านบาท

ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2561 จนถึงไตรมาส 3/2567 มูลค่าการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนในอีอีซี มีมูลค่ากว่า 1.73 ล้านล้านบาท เป็นนักลงทุนจากประเทศจีนที่ได้รับการออกบัตรส่งเสริมการลงทุนสูงที่สุดแซงหน้าญี่ปุ่น

และในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา (1 ม.ค. 2566 จนถึง 20 ก.ย. 2567) จากที่ได้มีการพูดคุยชักชวนนักลงทุนต่างชาติให้เข้ามาลงทุนในอีอีซีรวมทั้งหมด 139 ราย พบว่าในจำนวนนี้ขณะนี้มีการยื่นข้อเสนอโครงการลงทุนเข้ามาแล้วประมาณ 12 ราย แยกเป็นการลงทุนในอุตสาหกรรมดิจิทัล 4 ราย เศรษฐกิจ BCG 4 ราย และบริการอีก 4 ราย โดยทั้ง 12 โครงการนี้คิดเป็นเงินลงทุนรวม 1.5 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเซ็นสัญญาลงทุนโครงการได้ภายในปีนี้

“เบื้องต้นได้กำหนดตัวชี้วัดให้ทีมงานพยายามหานักลงทุนเข้ามาลงทุนให้ได้วงเงินลงทุนต่อปีละ 1.2 แสนล้านบาท และให้เกิดเม็ดเงินลงทุนจริงได้ปีละ 1 แสนล้านบาท โดยพยายามให้แต่ละโครงการต้องมีการตอกเสาเข็มเริ่มลงทุนก่อสร้างในปีแรกสัดส่วนราว 20% และทยอยลงทุนต่อเนื่อง 2-3 ปีข้างหน้า” ดร.จุฬา กล่าว

นอกจากนี้ยังเห็นแนวโน้มของคนที่เข้ามาขอจัดตั้งเขตนิคมฯ (เขตที่ดินเพื่อการจัดสรรอุตสาหกรรม) ในไปป์ไลน์อีก 30 ราย ระดับพื้นที่ 1,000 ไร่ ซึ่งคาดว่าในปี 2568 จะเสนอต่อบอร์ด EEC และเสนอเข้าสู่ ครม. รับทราบ ได้ประมาณ 10 ราย

ดร.จุฬา กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ในปัจจุบันที่ดินในพื้นที่ EEC ค่อนข้างแพง โดยเฉพาะในจังหวัดชลบุรีและระยองเป็นเมืองหลักในการลงทุน และบางอุตสาหกรรมเริ่มขยายการลงทุนในบางอำเภอในพื้นที่ฉะเชิงเทรา อย่างไรก็ดีจากที่ทางสภาอุตสาหกรรมฯ และสภาหอการค้าไทย อยากให้อีอีซีพิจารณาเพิ่มจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ EEC นั้น จากประเมินแล้วพบว่ามีความพร้อม เพราะรายได้จังหวัด 75% มาจากภาคอุตสาหกรรม โดยคาดว่าประมาณช่วงไตรมาส 3/2568 จะเสนอ ครม. อนุมัติเพิ่มจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ EEC เป็นจังหวัดที่ 4 ได้ และหลังจากนั้นมีแผนจะเพิ่มจังหวัดจันทบุรีเป็นพื้นที่ EEC ในจังหวัดที่ 5 ในอนาคตต่อไป

ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยว่า ในปี 2568 ประเทศไทยจะมีข่าวดีอย่างน้อยประมาณ 3 เรื่องหลักคือ 1. การส่งออกไทย ที่จะค่อย ๆ ขยายตัวสูงขึ้นตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก 2. การท่องเที่ยวไทย ที่คาดจำนวนนักท่องเที่ยวจะทะลุ 40 ล้านคน และ 3. การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ซึ่งเป็นปัจจัยที่จะยกระดับอนาคตให้กับประเทศไทย จากที่ตัวเลขการขอรับบัตรส่งเสริมการลงทุนจาก BOI สูงสุดในรอบ 10 ปี

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ชาวต่างชาติ อีอีซี EEC