travel stocks
หุ้นที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยวปีนี้ มีปัจจัยเชิงบวกจากการที่ภาคการท่องเที่ยวยังคงได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ รวมถึงช่วงไตรมาส 1 ของทุกปีเป็นจังหวะที่ธุรกิจท่องเที่ยวจะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงไฮซีซั่น ตั้งแต่เทศกาลปีใหม่จนถึงเทศกาลตรุษจีน
“เอเซีย พลัส” ชี้ท่องเที่ยวยังโต
โดย “ภาสกร หวังวิวัฒน์เจริญ” ผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ภาพรวมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ในปี 2567 นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในประเทศไทยรวม 35.5 ล้านคน เติบโต 26% ต่อปี (YOY) ซึ่งใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ไว้
ส่วนแนวโน้มในปี 2568 คาดว่าจะเติบโตได้ 38.6 ล้านคน เติบโต 9% YOY รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการวีซ่าฟรีของรัฐบาล รวมถึงแรงสนับสนุนจากการถ่ายทำภาพยนตร์ซีรีส์ The White Lotus ซีซั่น 3 ถ่ายทำที่เกาะสมุย ภูเก็ต และกรุงเทพฯ เริ่มออกอากาศในเดือน ก.พ.นี้ ซึ่งจะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวเดินทางตามรอยซีรีส์ได้
4 หุ้นกำไรทะลุ 3 หมื่นล้าน
“ภาสกร” กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยได้วิเคราะห์หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว 4 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT, บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL, บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ERW และบริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT
คาดว่าปี 2568 กำไรรวมจะกลับไปสู่ระดับ 3.1 หมื่นล้านบาท เติบโต 7% YOY โดย AOT คาดกำไรปีนี้ 20,000 ล้านบาท เติบโต 6% YOY, CENTEL คาดกำไร 1,600 ล้านบาท เติบโต 14% YOY, ERW คาดกำไร 880 ล้านบาท เติบโต 6% YOY และ MINT คาดกำไร 8,400 ล้านบาท เติบโต 12% YOY
โดยระยะสั้นในเชิง บริษัทที่งบการเงินที่อิงกับการท่องเที่ยวไทย อย่าง AOT, ERW, CENTEL มองว่าแนวโน้มกำไรจะขยายตัวได้ทั้งเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QOQ) โดยปัจจัยสนับสนุนได้ในช่วงไตรมาส 1/2568 เป็นช่วงเทศกาลตรุษจีน ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ ซึ่งเป็นช่วงที่ชาวจีนนิยมออกเดินทางท่องเที่ยว และเป็นไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว
AOT โดดเด่นสุดรับไฮซีซั่น
“หุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์มากที่สุด คือ AOT คาดว่าจะได้ประโยชน์จากการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติมาไทย ให้ราคาเป้าหมายที่ 69 บาท/หุ้น ตามด้วย MINT ที่ 37 บาท ERW ที่ 4.5 บาท และ CENTEL ที่ 48 บาท ทั้งนี้ แนะนำเตรียมหาจุดเข้าลงทุนหุ้นในกลุ่มดังกล่าว เก็งกระแสตรุษจีนช่วงปลายเดือน ม.ค. รวมทั้งโอกาสในการออกมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยวอื่น ๆ จากภาครัฐ” ภาสกรกล่าว

เศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยเสี่ยง
“ภาสกร” กล่าวอีกว่า ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงที่ยังคงต้องติดตามมองว่าเป็นภาพรวมของเศรษฐกิจโลก อาจจะกระทบการเดินทางได้โดยเฉพาะเศรษฐกิจจีน ต้องติดตามการกลับมาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ กับนโยบายกีดกันทางการค้า จะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใด ขณะที่สถานการณ์การระบาดของไวรัส HMPV ประเมินว่าเป็นโรคที่เคยเจอแล้ว และความรุนแรงน่าจะไม่ได้เท่ากับโรคไข้หวัดใหญ่ จึงมองว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
หุ้น “การบิน-โรงแรม” เติบโตดี
ด้าน “ธีระพล อุดมเวศย์” ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงไตรมาส 1 มักจะเป็นช่วงที่ดีที่สุดของการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวน่าจะเข้ามาค่อนข้างมากและเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา รวมถึงใกล้เข้าสู่ช่วงเทศกาลตรุษจีนด้วย
“ธุรกิจการบินน่าจะเติบโตได้ตามนักท่องเที่ยวที่เข้ามาได้ ด้านธุรกิจโรงแรม ก็น่าจะเติบโตดี จากปีที่ผ่านมา อย่าง ERW, CENTEL มีการรีโนเวตโรงแรมในไทยไปพอสมควร ไตรมาส 1/2568 น่าจะเติบโตดี แต่โรงแรมต่างประเทศอย่าง CENTEL อาจจะมีโรงแรมใหม่ที่อาจกดดันกำไรได้”
อย่างไรก็ตาม อาจจะมีกระแสข่าวที่กดดันธุรกิจท่องเที่ยวเข้ามาบ้าง เช่น ไข้หวัด HMPV ที่ระบาดในประเทศจีน แต่ประเมินว่าไม่น่ากังวลมากนัก เมื่อเทียบกับโรคโควิด-19 เนื่องจากไข้หวัด HMPV ไม่ใช่โรคใหม่และมีมานานแล้ว ขณะที่ภาพรวมทั้งปี ในช่วงโลว์ซีซั่น ไตรมาส 2-3 คาดว่าภาครัฐจะมีมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ ส่วนการกระตุ้นในต่างประเทศนั้นยังมีมาตรการวีซ่าฟรีต่อเนื่อง
“ฟินันเซีย ไซรัส” ชู 3 หุ้นเด่น
นายธีระพล กล่าวว่า สำหรับ บมจ.การบินกรุงเทพ (BA) ราคาเป้าหมายที่ 30 บาท ส่วน บมจ.เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ราคาเป้าหมาย 3.4 บาท ขณะที่กลุ่มธุรกิจโรงแรม แนะนำ บมจ.เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท หรือ SHR ราคาเป้าหมายที่ 3.8 บาท จากปีที่ผ่านมา มีการรีโนเวตโรงแรมค่อนข้างมาก ปีนี้น่าจะเสร็จ ด้าน MINT น่าจะโดดเด่น จากหนี้สินที่เริ่มลดลง กำไรยังโตต่อเนื่อง และราคาหุ้นไม่แพงมาก ราคาเป้าหมายที่ 45 บาท”
“หุ้นสายการบิน เราชอบทั้ง AAV และ BA โดยมองว่าปีนี้ราคาน้ำมันยังเป็นขาลง และราคาตั๋วยังสูงอยู่”