คอลัมน์ : สัมภาษณ์
ความพยายามในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็น “ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ” (Medical Hub) ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานเข้ามาขับเคลื่อน โดยเฉพาะกลุ่มกฎบัตรไทยได้ร่วมกับเครือข่ายมหาวิทยาลัย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน 9 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต สงขลา เชียงราย เชียงใหม่ นครสวรรค์ อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา และชลบุรี
ในการประชุมคณะกรรมการอำนวยการเพื่อพัฒนาประเทศไทยให้เป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (นโยบาย Medical Hub) ครั้งที่ 2/2565 มีการอนุมัติให้เกิดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสประเทศไทย (Thailand Wellness Economic Corridor : TWC) พร้อมให้จัดตั้งเขตนวัตกรรมการแพทย์และการส่งเสริมสุขภาพ จำนวน 9 เขต
ศูนย์บริการทางการแพทย์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น 1 ใน 9 เขตนวัตกรรมได้มีความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “รศ.นพ.ชลธิป พงศ์สกุล” ผู้อำนวยการศูนย์บริหารเวลเนสและเขตนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ถึงความก้าวหน้าในการดำเนินโครงการเขตนวัตกรรมทางการแพทย์
รศ.นพ.ชลธิปบอกว่า จ.ขอนแก่น เป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีรายชื่อประกาศเป็นระเบียงเศรษฐกิจเวลเนสประเทศไทย (TWC) โดยมีศูนย์บริหารเวลเนส และเขตนวัตกรรมทางการแพทย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น รับหน้าที่พัฒนา โดยใช้ชื่อว่า “โครงการเขตนวัตกรรมทางการแพทย์กังสดาล” (Kangsadan Medical Innovation District : KMID) และเป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของจังหวัดขอนแก่น ที่มุ่งพัฒนาสู่ Medical Hub ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำแผนพัฒนาเขตนวัตกรรมทางการแพทย์กังสดาล บนพื้นที่ 9.6 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุมพื้นที่ทั้งภายในและภายนอก มหาวิทยาลัยขอนแก่น จะประกอบด้วยศูนย์บริการทางการแพทย์มากกว่า 20 แห่ง รวมถึงมีโรงพยาบาลเฉพาะทาง ศูนย์วิจัยด้านสุขภาพ และหน่วยงานสนับสนุนด้านนวัตกรรมทางการแพทย์ เพื่อรองรับผู้ป่วยกว่า 5,000 คนต่อวัน
ปี 2567 ได้ออกแบบบริเวณใหม่เพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าให้เป็นโครงการพิเศษ บนพื้นที่ภายในมหาวิทยาลัยกว่า 600 ไร่ โดยจะก่อสร้างอาคารและนวัตกรรมรูปแบบ Wellness Clinic 1 อาคาร และอาคารวิจัยเพื่อสนับสนุนบริการ 1 อาคาร สำหรับผู้ที่ต้องการเข้ารับการส่งเสริมสุขภาพ ฟื้นฟูสุขภาพ โดยมีฐานจากการวินิจฉัยเชิงลึก การบำบัดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่
ตามแผนการลงทุนโครงการ KMID จะเป็นลักษณะส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือ ทั้งภาครัฐ ฝ่ายวิชาการ และภาคเอกชนเข้ามาลงทุน และจะมีการของบประมาณสนับสนุนในบางส่วน เพื่อเฉพาะในการจัดทำระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ตามแผนจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบภายในปี 2569
ล่าสุดทางมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้นำเสนอโครงการ KMID เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อการพัฒนาและแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจจังหวัดขอนแก่น (กรอ.จังหวัดขอนแก่น) ครั้งที่ 6/2567 และที่ประชุมได้ผ่านความเห็นชอบ และเตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรในภาคอีสานต่อไป เพื่อขอสนับสนุนในด้านงบประมาณบางส่วน
BOI เล็งให้สิทธิประโยชน์ลงทุน
รศ.นพ.ชลธิปบอกว่า ได้วางแผนธุรกิจและกลยุทธ์การดำเนินงานเขตนวัตกรรมทางการแพทย์กังสดาล(Business Plan) จะเป็นเมืองแห่งนวัตกรรมทางการแพทย์และการดูแลสุขภาวะอย่างยั่งยืน มุ่งสู่การพัฒนา “ศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติครบวงจร” และใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตและการดูแลผู้สูงอายุ
การดึงดูดเอกชนให้เข้ามาลงทุน จะต้องมีสิทธิประโยชน์พิเศษ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่มี Science park ที่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่สิทธิประโยชน์ของกิจการพิเศษ แต่ยังเป็นเพียงการประกาศเฉพาะในพื้นที่อุทยาน จึงนำมาสู่การร่วมกับทางกฎบัตร เพื่อหารือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) โดยได้ข้อสรุปยังไม่จำเป็นต้องประกาศกิจการใหม่ ให้เป็นการขยายกิจการเดิมให้ครอบคลุมทั้งจังหวัดขอนแก่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการประกาศสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม เช่น กิจการ Biotechnology Digital Technology

คาดว่าการลงทุนในพื้นที่เพิ่มขึ้น 100,000 ล้านบาทภายใน 10 ปี ผลิตภัณฑ์มวลรวม ขยายตัวเฉลี่ย 8% ต่อปี โดยภาคอุตสาหกรรมที่จะน่าสนใจเข้ามาลงทุนเกี่ยวข้อง เช่น อุตสาหกรรมยาชีวเภสัชภัณฑ์ มูลค่า 20,000 ล้านบาทต่อปี, อุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ มูลค่า 12,000 ล้านบาทต่อปี, อุตสาหกรรมบริการดูแลผู้สูงอายุครบวงจร มูลค่า 15,000 ล้านต่อปี, อุตสาหกรรมบริการสุขภาพ มูลค่า 25,000 ล้านบาทต่อปี, อุตสาหกรรมท่องเที่ยวสุขภาพ มูลค่า 12,000 ล้านบาทต่อปี,
สาขาวิจัยและนวัตกรรมการผลิตและบริการ มูลค่า 7,000 ล้านบาทต่อปี, สาขาการปรับปรุงฟื้นฟูเมือง โครงสร้างพื้นฐาน และสิ่งแวดล้อมเมือง มูลค่า 5,000 ล้านบาทต่อปี, สาขาอสังหาริมทรัพย์เพื่อสุขภาพ มูลค่า 3,000 ล้านบาทต่อปี, สาขาพลังงานสะอาด มูลค่า 2,000 ล้านบาท, สาขาประกันสุขภาพและประกันภัย มูลค่า 2,500 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คาดการณ์โครงการ KMID จะสร้างรายได้กว่า 25,000 ล้านบาทต่อปี ภายในปี 2030 เพิ่มอัตราการรองรับผู้ป่วยได้มากถึง 10,000 คนต่อวัน รวมถึงเป็นเมือง Wellness อันดับ 1 ของเอเชีย ภายในปี 2035
เป้าหมายไทย-อาเซียน
รศ.นพ.ชลธิปกล่าวต่อไปว่า ได้วางกลุ่มเป้าหมายหลัก (Primary Target Group) ที่จะมาใช้บริการ แบ่งเป็น 3 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มแรก Wellness และสุขภาพเชิงป้องกัน ประกอบด้วย 1)นักธุรกิจและคนทำงานในขอนแก่นกว่า 1 ล้านคน ที่อาจเข้ารับการบริการสุขภาพป้องกัน เช่น ตรวจพันธุกรรม วางแผนสุขภาพ 2)ผู้สูงอายุในขอนแก่นกว่า 324,000 คน ที่ต้องการฟื้นฟูสุขภาพองค์รวม หรือ ฟิตเนสเฉพาะบุคคล
และ 3) นักท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (ไทย-อาเซียน) เช่น ลาว กัมพูชา เวียดนาม และนักท่องเที่ยวสุขภาพ (Wellness Tourism) และนักท่องเที่ยวสุขภาพในในไทยปี 2562 จำนวน 3.5 ล้านคน
กลุ่มที่สอง เป็นผู้ป่วยเฉพาะบุคคล ประกอบด้วย 1) ผู้ป่วยโรคซับซ้อน เช่น มะเร็ง พันธุกรรม เมตาบอลิก ใช้ Cellular Therapy (เซลล์บำบัด), Genomics Analysis รวมถึงผู้ป่วยมะเร็งรายใหม่ในอีสาน 20,000 คน/ปี 2) ผู้ป่วยในขอนแก่นรวมถึงภาคอีสาน ที่ต้องการบริการแพทย์เฉพาะบุคคลและเทคโนโลยีทันสมัย
กลุ่มที่สาม เป็นลูกค้าสุขภาพครอบครัว เช่น ครอบครัวสุขภาพ ที่ต้องการบริการสุขภาพองค์รวมทุกวัย เช่น เด็ก-ผู้สูงอายุ โดยขอนแก่นมี 700,000 ครัวเรือน ที่ต้องการบริการครอบคลุมทุกสมาชิก
นอกจากนี้ มีกลุ่มเป้าหมายรอง (Secondary Customers) ประกอบด้วย 1) ผู้ประกอบการ Startup และนักลงทุน สามารถใช้เป็นพื้นที่สำหรับทำงานร่วมกัน Collaboration Space เพื่อสนับสนุนเทคโนโลยีสุขภาพ
2) นักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัย ที่สนใจสุขภาพเฉพาะบุคคล-ส่งเสริมสุขภาพ
3) โรงพยาบาลและศูนย์วิจัย การส่งต่อผู้ป่วย รวมถึงโครงการวิจัยทางด้านชีวสารสนเทศศาสตร์ (Bioinformatics) และ Genomics และ 4) ชุมชนกังสดาล ร่วมสนับสนุนกิจกรรมสุขภาพและเศรษฐกิจ
โครงข่ายคมนาคมพร้อม
รศ.นพ.ชลธิปกล่าวว่า ทำเลที่ตั้งของโครงการเขตนวัตกรรมทางการแพทย์กังสดาล ถือว่าเหมาะสมมาก เพราะมีระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่เอื้ออำนวย ทั้งท่าอากาศยานนานาชาติขอนแก่น โดยวางแผนให้มีเที่ยวบินตรงจากเมืองใหญ่ เช่น กรุงเทพฯ, เชียงใหม่, สปป.ลาว, กัมพูชา และเวียดนาม ช่วยกระตุ้นการลงทุนและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นต้น
นอกจากนี้ ภาครัฐกำลังดำเนินการโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่เฟส 2 ช่วงขอนแก่น-หนองคาย คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2570 และโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง สายอีสานเฟส 2 กรุงเทพฯ-หนองคาย ใช้เวลาประมาณ 3.15 ชม. คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2572
รวมถึงจังหวัดขอนแก่น มีโรงไฟฟ้าน้ำพอง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน อีกทั้งบริเวณดังกล่าวยังเป็นที่ตั้งของหน่วยงานราชการจำนวนมาก เป็นต้น
การสร้างเขตนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ของ Medical Hub ได้แก่ ยกระดับขีดความสามารถแข่งขันทางการแพทย์อย่างครบวงจร สร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่ออุตสาหกรรมการแพทย์อย่างครบวงจร และการตลาด ประชาสัมพันธ์ ดังนั้น แผนการสร้างเขตนวัตกรรมการแพทย์กังสดาล เป็นการสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อขีดการแข่งขันมากขึ้น