จิราพร ถกเครียด 2 ชั่วโมงครึ่ง ปม ‘ออปโป้-เรียลมี’ เตรียมตั้ง คณะกรรมการเฉพาะกิจโดยเฉพาะ ขีดเส้นตายพรุ่งนี้ ต้องส่งข้อมูล “จำนวนเครื่อง-ผู้เสียหาย” ลั่น หากพบปล่อยกู้เกิน 15% ต้องมีคนรับผิดชอบ ชี้ บริษัทมือถือผิดด้วย ฐานสนับสนุน
น.ส.จิราพร สินธุไพร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกรณีการตรวจสอบ OPPO (ออปโป้) และ realme (เรียลมี) ติดตั้งแอปพลิเคชั่นกู้เงินเถื่อน โดยใช้เวลาประชุมกว่า 2 ชั่วโมงครึ่ง ว่า วานนี้ (14 ม.ค.) สคบ.เชิญ 2 บริษัทเข้ามาชี้แจง และรับทราบว่าทาง กสทช. ได้หาข้อมูลและข้อเท็จจริงเช่นเดียว รวมไปถึงตำรวจสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ ซึ่งมีการสรุปเป็นประเด็นหลัก คือ การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อยับยั้งความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
และฝกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) ได้ประสานกับบริษัทมือถือ เพื่อถอนแอปพลิเคชั่นออก โดย 2 บริษัท จะแจ้งผลกลับมาภายพรุ่งนี้ว่าสามารถดำเนินการได้หรือไม่ ซึ่งขณะนี้เรายังไม่มีกฎหมายหรือมาตรการที่สามารถบังคับให้เขาถอนแอปฯออกได้ เป็นเพียงขอความร่วมมือ
ส่วนการป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ตนทราบว่า แม้แต่ กสทช.ก็ไม่ได้มีกฎหมายที่จะไปตรวจสอบแอปฯ ที่ติดตั้งมากับมือถือ อำนาจหน้าที่สามารถตรวจสอบได้เพียงฮาร์ดแวร์ และหน่วยงานอื่นๆไม่มีกฎหมายสามารถตรวจสอบเชิงรุกได้ จึงมีการพูดคุยกันว่า จะตั้งคณะกรรมการหรือคณะทำงานขึ้นมา เพื่อดูว่าใครจะเป็นเจ้าภาพอุดช่องโหว่ ฃ
น.ส.จิราพร อธิบายอีกว่า แอปฯลักษณะนี้ มีอยู่ 2 ส่วน คือแอปฯ ที่ติดมากับมือถือ ต้องมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาป้องกันการติดตั้งแอปฯ ที่ประชาชนไม่ต้องการและละเมิดสิทธิส่วนบุคคล อีกส่วนหนึ่งเป็นแอปฯ ที่โหลดได้ในแอปฯสโตร์ หรือเพลย์สโตร์ ตนได้หารือกับการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพราะเป็นผู้ถือกฎหมายการอนุญาตประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าร้อยละ 15 ซึ่ง ธปท. จะไปดูว่ามีกลไกอะไร หรือตั้งคณะกรรมการที่มีตำรวจหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจแอปฯ
น.ส.จิราพร ยังระบุถึงการเปิดรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ซึ่งถูกแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ สคบ. ดูแลคุ้มครองผู้บริโภค จะดูคดีแพ่งให้กับประชาชน และดูแลเรื่องสิทธิ์ของประชาชน ประสานกับ บก.ปคบ. อีกส่วนตัวคือทางตำรวจ หรือ บก.ปคบ. จะรับเรื่องร้องเรียนจากสภาผู้บริโภค เพื่อดูว่าหน่วยงานใดในตำรวจจะรับผิดชอบดูแลต่อ
ส่วนจะสามารถไกล่เกลี่ยในส่วนที่มีประชาชนไปใช้งานเงินกู้ และจ่ายดอกเบี้ยในอัตราเกินกว่าเงินต้นได้หรือไม่ น.ส.จิราพร กล่าวว่า หากมาร้องเรียนกับ สคบ. จะเชิญผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูล ว่าแอปฯนั้น ปล่อยเงินกู้เกินกว่าอัตราที่กฎหมายหรือไม่ ซึ่งจะผิด พ.ร.บ. การธนาคาร
แต่ในเบื้องต้น เท่าที่ตรวจสอบทั้ง 2 แอปฯ ไม่ได้ขออนุญาต ฟินอีซี่เป็นเพียงแพลตฟอร์มการโฆษณา ไม่ใช่แอปฯสำหรับการปล่อยกู้ แต่บริษัทปล่อยกู้เข้ามาโฆษณาในแอปฯนั้น แต่แอปฯสินเชื่อความสุข เป็นแอปฯปล่อยเงินกู้ และไม่ได้ขออนุญาต ตนจะให้ผู้เสียหายเข้ามาให้ข้อมูล เพราะหากแอปฯ ดังกล่าวปล่อยกู้เกิน 15% ก็ถือว่าผิดกฎหมาย
เมื่อถามว่า หากมีความผิด ผู้ที่รับผิดชอบจะต้องเป็นส่วนใดบ้าง น.ส.จิราพร กล่าวว่า หากตรวจสอบแล้วพบว่าให้กู้อัตราดอกเบี้ยเกินกว่ากฎหมายกำหนด ก็จะถือว่ามีความผิด และหากเป็นเช่นนี้จะถือว่าบริษัทมือถือมีส่วนสนับสนุนให้กระทำความผิด ทั้งบริษัทแอปฯ ออปโป้ และเรียลมี จะต้องรับผิดชอบ
เมื่อถามย้ำว่า บริษัทที่รับผิดชอบต้องเป็นบริษัทที่ประเทศจีนหรือเป็นบริษัทตัวแทนจำหน่ายของประเทศไทย น.ส.จิราพร กล่าวว่า ต้องตรวจสอบว่าเจ้าของบริษัทเป็นคนจีนหรือคนไทย แต่บริษัทมือถือเองมีตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย อย่างไรก็ต้องมีคนรับผิดชอบ ซึ่งโทษจะมีทั้งจำและปรับตามกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทย หากตนจำไม่ผิดมีการปรับหลักล้าน