เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
News สภาพอากาศวันนี้ (1 พ.ย.) ไทยยังมีฝนฟ้าคะนอง กทม.-ปริมณฑล 40% ของพื้นที่
เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
Finance เร่งปิดดีลขาย ‘รอยัลออคิดฯ’ เคลียร์หนี้-คืนเงินผู้ถือหน่วย
ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (1 พ.ย. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (1 พ.ย. 69) ขยับขึ้น 0.3% อยู่ที่ 77,422 เหรียญสหรัฐ
ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
Biz Movement ยศชนัน เยี่ยมชมมหกรรมหนังสือฯ โค้งสุดท้ายยอดนักอ่านทะลุล้าน
ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
Biz Movement ชมพู่ อารยา เผยเบื้องหลัง “กุ๊กกู๋” ที่แม่ซับพอร์ต
ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
Business ททท.คาดท่องเที่ยวสงขลา 2 เดือนสุดท้ายคึกคัก นักท่องเที่ยวทะลุ 9 แสนคน-ครั้ง สร้างรายได้ 7.5 พันล้าน  
โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
World โอบามาจวกทรัมป์ สงครามอิหร่าน เหน็บกลาโหม สนใจแต่แนวกราม-เทสโทสเตอโรน
ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
World ทรัมป์ยังไม่ฟันธง เกาหลีเหนือ อยู่เบื้องหลังแฮก Binance
CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
Tech CZ Binance ยกย่อง GULF พันธมิตรไทย พร้อมช่วยฝ่าวิกฤตแฮ็ก 6.3 พันล้านดอลลาร์
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจครึ่งปีหลัง 2018 แรงส่งแผ่วลง ?

14 มิ.ย. 2561 | 07:10น.

คอลัมน์ นอกรอบ

โดย ถนอมศรี ฟองอรุณรุ่ง

เศรษฐกิจในไตรมาส 1 ที่ผ่านมานั้น ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลงในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศใหญ่ ๆ เช่น สหรัฐ กลุ่มประเทศยูโร และญี่ปุ่น ซึ่งส่วนหนึ่งอธิบายได้ว่าเป็นผลของสภาพอากาศที่แปรปรวน ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง (โดยเฉพาะการบริโภค) แต่ก็ยังหวังว่าเศรษฐกิจจะกระเตื้องขึ้นในไตรมาส 2 และขยายตัวได้ต่อเนื่องในปีนี้

อย่างไรก็ตาม ก็มีสัญญาณให้เห็นว่าการชะลออาจจะมีต่อเนื่องได้ในบางประเทศ สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น ส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะเอเชีย) เศรษฐกิจยังขยายตัวได้ในเกณฑ์ดี แม้จะชะลอลงบ้าง ทั้งนี้ภาคการส่งออกยังคงขยายตัวและเป็นแรงสนับสนุนเศรษฐกิจ แต่ก็มีบางประเทศที่มีปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เช่น อาร์เจนตินา ตุรกี บราซิล ซึ่งเป็นปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะตัว

ในกรณีของสหรัฐนั้น ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจจะเริ่มปรับตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 ทั้งนี้น่าจะได้อานิสงส์จากนโยบายการคลังที่มีการปรับลดภาษีเงินได้ และการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล โดยดัชนีชี้วัดในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคมหลายตัว (ยอดขายปลีก, ดัชนี PMI, การจ้างงาน) ก็ยังคงขยายตัวได้ดี ทำให้คาดการณ์ว่าสหรัฐจะกลับมาขยายตัวได้ประมาณ 3% หลังจากที่ขยายตัวชะลอลงในไตรมาส 1

ขณะที่กลุ่มประเทศยูโร และญี่ปุ่น นอกจากเศรษฐกิจไตรมาส 1 จะขยายตัวต่ำกว่าคาดแล้ว ดูเหมือนว่าดัชนีชี้วัดในช่วงที่ผ่านมายังค่อนข้างอ่อนตัว โดยเฉพาะกลุ่มประเทศยูโร ที่มีประเด็นเรื่องความไม่แน่นอนทางการเมืองในอิตาลี และสเปน (ประเทศใหญ่อันดับ 3 และ 4 ในยูโรโซน) ที่อาจจะกระทบกับความเชื่อมั่น จนทำให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจต้องสะดุดลงได้ โดยนักวิเคราะห์บางแห่ง เช่น แบงก์ออฟอเมริกาเมอร์ริล ลินช์ ก็ได้ปรับคาดการณ์การขยายตัวของยูโรโซนจากเดิมที่คาดไว้ที่ 2.4% เหลือ 2.1% ในปีนี้

ส่วนประเทศกำลังพัฒนานั้น ปัจจัยหลักที่จะมีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจ (นอกเหนือจากปัจจัยภายในเฉพาะประเทศ) คือ การขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจหลัก (สหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน) ซึ่งในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะเริ่มมีสัญญาณชะลอในบางประเทศ แต่ก็คาดว่าจะยังขยายตัวในระดับที่เกื้อหนุน ทั้งนี้สังเกตได้จากดัชนีชี้วัด เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (หรือ purchasing manager index-PMI) ซึ่งปัจจุบันยังอยู่ในระดับเกิน 50 แปลว่าเศรษฐกิจในสายตาของผู้ผลิต/ผู้ขาย ยังขยายตัว แม้ว่าจะปรับลดลง เช่น ยูโร ปรับลดลงจาก 55.1 ในเดือนเมษายน เป็น 54.1 ในเดือน พ.ค., สหรัฐปรับลดลงจาก 56.5 เป็น 56.4 (แต่หากดัชนี PMI ต่ำกว่า 50 จะบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจกำลังหดตัว)

นอกจากนี้ ตัวเลขการส่งออกของประเทศในเอเชีย เช่น เกาหลี จีน ไต้หวัน ก็เป็นดัชนีที่สำคัญที่ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกยังมีแรงขับเคลื่อนทำให้มีความต้องการซื้อสินค้าอยู่ โดยตัวเลขการส่งออกของเกาหลีเดือน พ.ค.ที่เพิ่งประกาศขยายตัว 13.5% และในกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ก็ยังขยายตัวดีอยู่ แสดงว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ใช้ได้

ดังนั้น ดูเหมือนว่าในภาคเศรษฐกิจจริง เศรษฐกิจยังคงขยายตัวได้ในปัจจุบันและจนจบไตรมาส 2 แต่ไม่ได้ขยายตัวแบบเร่งตัวเหมือนช่วง 2 ไตรมาสที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ การขยายตัวจะยังคงต่อเนื่องได้ในครึ่งหลังของปีนี้หรือไม่ ทั้งนี้เมื่อมองดูแล้ว มีปัจจัยลบอย่างน้อย 3 ปัจจัย ที่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจจริงในครึ่งปีหลัง คือ

1.ผลกระทบของราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงในช่วงที่ผ่านมา จะเริ่มถูกส่งผ่านเข้าสู่ระบบ ดังนั้น แนวโน้มเงินเฟ้อของประเทศต่าง ๆ น่าจะกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็นข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลาย ดังนั้นน่าจะเห็นดอกเบี้ยในประเทศต่าง ๆ ปรับตัวสูงขึ้น

2.นโยบายการค้าของสหรัฐ ล่าสุดสหรัฐก็เริ่มเก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมกับทุกประเทศ (หลังจากยืดเวลามา 2 เดือน) และในเดือนนี้ ถ้าเจรจากับจีนไม่สำเร็จ สหรัฐก็อาจประกาศเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่า 50,000 ล้านเหรียญ ซึ่งน่าเป็นห่วงว่าประเทศต่าง ๆ จะตอบโต้กลับ

ทั้งนี้ อียูและแคนาดาก็ได้พิจารณาที่จะตอบโต้สหรัฐที่เก็บภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมของตน และเป็นที่คาดการณ์ได้ว่าจีนก็คงจะตอบโต้เช่นกัน ซึ่งความขัดแย้งด้านการค้าอาจจะเพิ่มมากขึ้น ถ้าถูกนำมาเป็นประเด็นในการหาเสียงเลือกตั้งของสหรัฐในเดือนพฤศจิกายนนี้ และหากมีการตอบโต้ทางการค้าโดยใช้มาตรการภาษี ก็น่าจะกระทบกับปริมาณการค้า และการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งประเทศกำลังพัฒนา (รวมทั้งไทย) จะได้รับผลกระทบมาก เพราะการส่งออกที่เป็นตัวขับเคลื่อนหลักจะถูกกระทบ

3.การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ดูเหมือนว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะยังคงขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง (ขณะที่ประเทศอื่น ๆ เริ่มมีสัญญาณชะลอตัวมากขึ้น) ทำให้เกิดการตึงตัวในตลาดแรงงาน (ตัวเลขการจ้างงานล่าสุดเดือน พ.ค. มีการจ้างงานเพิ่มกว่า 200,000 ตำแหน่ง และอัตราการว่างงานปรับลดลงมาที่ 3.8%) และเงินเฟ้อเริ่มปรับสูงขึ้น ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐน่าจะขึ้นดอกเบี้ยได้อีกอย่างน้อย 0.50% ในปีนี้ ซึ่งดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น และเศรษฐกิจที่ขยายตัว จะสนับสนุนให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งขึ้น ดอกเบี้ยสหรัฐที่สูงขึ้น และค่าเงินที่แข็งจะเป็นปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนา เพราะทำให้ต้นทุนการเงินสูงขึ้นและเผชิญปัญหาเงินไหลออกได้ ทำให้เกิดความผันผวนในตลาดการเงิน และอัตราแลกเปลี่ยนได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจโลก