เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร ภารกิจค้นหา “อนาคตใหม่” ปตท.

14 มิ.ย. 2561 | 14:51น.

แม้ว่าอุตสาหกรรม “น้ำมัน” จะยังเป็นแหล่งพลังงานสำคัญของโลก แต่ก็ต้องยอมรับว่า “ธุรกิจน้ำมันและก๊าซ” อยู่ในทิศทางเติบโตลดลง จากการเข้ามาของพลังงานทางเลือกใหม่ ๆ รวมทั้งกระแสความต้องการใช้ “รถยนต์พลังงานไฟฟ้า” (EV) ที่กำลังเข้ามาทดแทน “รถยนต์ใช้น้ำมัน”

บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยักษ์พลังงานของไทย เตรียมพร้อมรับกระแสดิสรัปชั่นตั้งแต่ 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการตั้งทีมงานที่ชื่อว่า “Express Solution” หรือ “ExpresSo” ขึ้นมา โดยคัดสรรทีมงานหัวกะทิคนรุ่นใหม่ เพื่อทำหน้าที่ค้นหาโอกาสในธุรกิจใหม่ ๆ ให้กับ ปตท.

“ประชาชาติธุรกิจ” ได้สัมภาษณ์ “กวีวุฒิ เต็มภูวภัทร” หัวหน้าทีม ExpresSo หนึ่งในกำลังสำคัญของการค้นหา “อนาคตใหม่” หรือที่เรียกว่า Next S-curve ของ ปตท.

ภารกิจหา “ธุรกิจใหม่”

“กวีวุฒิ” เล่าถึงบทบาทการทำงานของทีม ExpresSo ว่า ตั้งขึ้นมาเพื่อหาโอกาสในธุรกิจใหม่ให้กับ ปตท. แม้ว่าธุรกิจพลังงานไม่ใช่ธุรกิจที่กำลังถูกดิสรัปต์เหมือนธุรกิจการเงิน หรือธุรกิจสื่อ แต่ซีอีโอ ปตท. (นายเทวินทร์ วงศ์วานิช) มีทิศทางชัดเจนว่าต้องการปรับเปลี่ยนธุรกิจในช่วงที่ยังแข็งแรง เพราะจะทำให้สามารถเปลี่ยนได้มากกว่าและดีกว่าช่วงที่ “อ่อนแอ”

การทำงานของทีม ExpresSo จะแตกต่างจากการทำงานรูปแบบเดิมแบบคนละสายพันธุ์ เป็นทีมงานเล็ก ๆ แค่ 10 คน เป็นการนำ “design thinking” คือ กระบวนการสร้างนวัตกรรมเข้ามาใช้ เน้นเข้าใจลูกค้า ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ รู้ปัญหา-คิดนอกกรอบ และลงมือทำ

สิ่งสำคัญต้องเริ่มจาก “รู้ปัญหา” แล้วนำเทคโนโลยีเข้ามาจับ ปัญหาของธุรกิจไทยคือจะเริ่มจากการพูดถึงเทคโนโลยีก่อน เช่น เอไอ บล็อกเชน แต่ไม่มีประโยชน์ ถ้าไม่เข้าใจปัญหา

“ลงมือทำด้วยการสร้างต้นแบบเพื่อมาทดสอบกับตลาดภายใต้คอนเซ็ปต์ “think big start small” คิดให้ใหญ่แต่เริ่มให้เล็ก เพราะปัญหาส่วนใหญ่คือ คิดใหญ่แล้วจะจบลงที่ไม่ลงมือทำ”

หัวหน้าทีม ExpresSo อธิบายว่า ถ้าไม่มีการทำ “ต้นแบบ” ออกมาทดสอบตลาด สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือนั่งตัดสินกันอยู่ในห้องประชุมว่า “เวิร์ก” หรือ “ไม่เวิร์ก” แต่คนที่จะบอกว่า เวิร์ก หรือไม่เวิร์ก คือ “ลูกค้า”

“การทำอินโนเวชั่น คือการลงทุนทั้ง ๆ ที่ยังไม่รู้ว่า เวิร์ก หรือไม่เวิร์ก นี่คือการทำงานแบบ design thinking ด้วยการทำงานของคนแบบใหม่ และวิธีการทำงานแบบใหม่ เพราะทีมอินโนเวชั่นในองค์กรมีเยอะมาก แต่ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการทำงานแบบเดิม ซึ่งก็จะทำให้ติดอยู่กับเรื่องเดิม ๆ”

2 โปรเจ็กต์แห่งอนาคต

“กวีวุฒิ” เล่าว่า ทีมได้งบฯมาก้อนหนึ่งเพื่อทำสิ่งใหม่ ๆ เวิร์กบ้าง ไม่เวิร์กบ้าง สำหรับโปรเจ็กต์ที่อาจเรียกว่า เวิร์ก ก็คือ “บริหารจัดการพลังงานรูปแบบใหม่” ด้วยมุมมองที่ว่าในอนาคตจะมีการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น และบ้านเรือนทั่วไปจะสามารถผลิตไฟฟ้าไว้ใช้เองได้ ทำให้ต้องมีระบบบริหารจัดการที่ซับซ้อนมากขึ้น บิสซิเนสโมเดลที่มองจะเป็นเรื่อง “data” การนำข้อมูลการใช้พลังงานหลาย ๆ อย่าง มาสร้างบริการหรือสิ่งใหม่ ๆ ที่จะเป็นประโยชน์แก่ผู้บริโภค และอีกโครงการที่เริ่มเป็นรูปเป็นร่างและมีการตั้งทีมขึ้นมารับช่วงต่อแล้วก็คือ เรื่องโรโบติกส์ หรือหุ่นยนต์ ซึ่งจะมีทั้งสมอง ตัว และข้อมูลซอฟต์แวร์

ตอนนี้ ปตท.ได้ตั้งทีม electricity value chain และทีม robotics & artificial intelligence solution มารับช่วงต่อทั้ง 2 โครงการ เพราะสิ่งสำคัญของอินโนเวชั่น คือ “โมเมนตัม” ซึ่งเมื่อทีม ExpresSo เป็นคนทำต้นแบบขึ้นมา เมื่อภาพชัดขึ้นก็จะมีทีมมารับช่วงไปพัฒนาต่อ

Data is a new oil.

“Data is a new oil เมื่อก่อนเคยมีคำพูดว่า ใครมีน้ำมัน คนนั้นรวย แต่สำหรับยุคนี้ ใครมีข้อมูลมากที่สุด คนนั้นรวย”

หัวหน้าทีมเอสเพรสโซ่อธิบายว่า ถ้าเอาแค่ data ไปขาย ก็เหมือนขายน้ำมันดิบ มีมูลค่าน้อย แต่ถ้าใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูล และสร้างเป็นโปรดักต์ใหม่ ก็เหมือนกับขายน้ำมันที่กลั่นแล้ว ยกตัวอย่าง กูเกิล ที่มี Google Search คนเข้าไปใช้มากขึ้นก็ยิ่งสร้างดาต้าให้เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ผู้บริโภคเอาข้อมูลไปให้กูเกิล จนรู้จักเราดีกว่าตัวเอง และสร้างดาต้าโปรดักต์มาขาย นี่คือสิ่งที่ทีม ExpresSo พยายามสื่อสารให้ผู้บริหารมองเห็นว่า ปตท.สามารถสร้างบิสซิเนสโมเดลใหม่จากดาต้าได้

แต่เป็นดาต้าด้านอุตสาหกรรมผลิต เพราะจริง ๆ แล้ว ธุรกิจของ ปตท.กว่า 90% เกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม ตั้งแต่ธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียม โรงกลั่นน้ำมัน ระบบท่อก๊าซธรรมชาติ โรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า ปตท.มีความได้เปรียบด้านดาต้ามหาศาล หากเพิ่มการวิเคราะห์ข้อมูลเข้าไปจะเกิดประโยชน์มาก เช่น ระบบการจัดการเครื่องจักร ช่วยให้จ่ายซ่อมบำรุงโรงงานลดลง เพราะสามารถคาดการณ์ดูแลรักษาเครื่องจักรต่าง ๆ ล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ นี่คือแนวทางการสร้างบิสซิเนสโมเดลจากดาต้าของ ปตท.

“ที่ผ่านมาคนมาขายเครื่องจักรให้ ปตท. และนำข้อมูลของ ปตท.ไปวิเคราะห์ และนำ insight กลับมาให้ โดยที่ ปตท.ต้องจ่ายเงิน แต่จากนี้ asset ข้อมูลเหล่านี้ ปตท.จะไม่ให้ใคร แต่เราจะพัฒนาให้กลายเป็น digital product ของ ปตท. โดยที่จะมีพาร์ตเนอร์มาช่วยปั้นเป็นโปรดักต์และนำมาเทสต์กับตลาดให้เร็วที่สุด”

ก้าวสู่ “ดิจิทัลคอมปะนี”

หัวหน้าทีมเอสเพรสโซ่เล่าว่า เป้าหมายการพัฒนา “digital product” ไม่ใช่แค่ตอบโจทย์ในกลุ่ม ปตท. แต่หมายถึงอุตสาหกรรมผลิตทั้งในและต่างประเทศ ปตท.จะกลายเป็นผู้ให้บริการด้านอุตสาหกรรม อย่างเช่น โรงงานในนิคมอุตสาหกรรมที่ยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ดิจิทัลโปรดักต์ของ ปตท.จะสามารถเข้าไปช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุน ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจของ ปตท.ที่จะเข้าไปช่วยลูกค้า

“ให้นึกภาพเราเลี้ยงเด็ก ก็จะมี AI แบบเด็ก ๆ เมื่อใส่ข้อมูลให้ก็จะเริ่มโตและเก่งขึ้น คนที่มีข้อมูลเยอะที่สุด ก็จะได้คนเก่งที่สุดขึ้นมา ข้อมูลที่มีก็นำไปวิเคราะห์ให้คนอื่น ๆ ได้ และสิ่งที่ทีมเอสเพรสโซ่คิด ไม่ใช่แค่รองรับธุรกิจพลังงาน แต่ใช้ได้กับทุกอุตสาหกรรม แต่ ปตท.ไม่จำเป็นต้องทำเองทุกอย่าง แต่ต้องมีพันธมิตรเก่ง ๆ มาช่วย”

กวีวุฒิวาดภาพต่อว่า นี่คือการเปลี่ยนบิสซิเนสโมเดลของ ปตท. ที่จะกลายเป็น “ดิจิทัลคอมปะนี” เพราะ “ดิจิทัลโปรดักต์” เป็นธุรกิจที่เติบโตรวดเร็ว ไม่ต้องลงทุนสูง ดูจากผลประกอบการกูเกิล เฟซบุ๊ก สิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเติบโต คือ “บิสซิเนสโมเดล” ที่ทำให้ไม่มีวันแพ้ใคร เพราะเมื่อคนใช้บริการมากขึ้น ก็จะได้รับข้อมูลมากขึ้นด้วย

ลงทุนสตาร์ตอัพไทย-เทศ

กวีวุฒิอธิบายเพิ่มเติมว่า อีกด้านหนึ่งในการค้นหาอนาคตใหม่ของ ปตท. โดยการตั้งกองทุนที่เรียกว่า venture capital (VC) ซึ่งได้รับงบประมาณก้อนแรกจากบอร์ดประมาณ 1,500 ล้านบาท เพื่อไปลงทุนในบริษัทสตาร์ตอัพทั่วโลก เป้าหมายคือการลงทุนใน “เทคโนโลยีใหม่” ทั้งที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพลังงานและธุรกิจอื่น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้เข้าไปลงทุนแล้ว 4 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นสตาร์ตอัพในอเมริกาที่บริษัทพลังงานชั้นนำของโลกก็เข้าไปลงทุน

นอกจากการลงทุนกับบริษัทสตาร์ตอัพต่างประเทศแล้ว ล่าสุด ปตท.ยังลงทุนในสตาร์ตอัพไทยที่ชื่อ “Baania” ด้วยเหตุเพราะ ปตท.มองโอกาสทางด้าน “สมาร์ทซิตี้” ข้อมูลของ Baania จะเป็นประโยชน์กับ ปตท.ในอนาคต โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับการประเมินราคาที่ดิน ซึ่งในประเทศไทยยังไม่มีแพลตฟอร์มด้านนี้ แต่ด้วยข้อมูลที่ Baania รวบรวมไว้อย่างดี เมื่อมาผนวกกับนำ AI มาวิเคราะห์ จะทำให้รู้ว่าในแต่ละพื้นที่มีราคาที่ดินเป็นอย่างไร รวมไปจนถึงจำนวนประชากร ซึ่งทำให้สามารถลงลึกในรายละเอียดได้ถึงสภาพของผู้คนในพื้นที่ เพื่อช่วยในการตัดสินใจได้ว่าในแต่ละพื้นที่ ปตท.ควรลงธุรกิจประเภทใดได้อีกด้วย

เมื่อถามถึงภาพอนาคตของ ปตท.จะเป็นอย่างไร กวีวุฒิบอกว่า ปตท.จะเป็นผู้คิด และทำในสิ่งใหม่ที่ส่งผลกับประเทศ เพราะเมื่อ ปตท.เปลี่ยน ประเทศก็จะเปลี่ยนด้วยเช่นกัน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปตท. อุตสาหกรรมน้ำมัน