เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เครือข่ายผู้บริโภค ร่วม #saveพิรงรอง ปมถูก “ทรูไอดี” ฟ้อง

05 ก.พ. 2568 | 17:40น.

ผู้บริโภค เครือข่ายนักวิชาการและสื่อมวลชน เรียกร้องความเป็นธรรม คดี “พิรงรอง” ถูก “ทรูไอดี” ฟ้องศาลอาญาทุจริตฯ ปมออกหนังสือเตือนทีวีดิจิทัล ลุ้นชี้ชะตา ถ้าศาลไม่ให้ประกันตัว หลุดจากตำแหน่ง กสทช.ทันที

สภาองค์กรผู้บริโภค เผยว่า จากกรณีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 ในคดีที่บริษัท ทรูดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด ฟ้องศาสตราจารย์กิตติคุณ ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ซึ่งกลุ่มนักวิชาการและภาคประชาชน เห็นว่า เป็นคดีตัวอย่างที่ “กสทช.” ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภคแต่ถูกฟ้องร้อง

สืบเนื่องจากที่มีผู้บริโภคร้องเรียนมาที่สำนักงาน กสทช. ในปี 2566 หลังจากพบว่าบนแพลตฟอร์มของแอปพลิเคชั่นทรูไอดี มีการโฆษณาแทรกในช่องทีวีดิจิทัลของผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. ซึ่งบริษัททรูดิจิทัล กรุ๊ป ในฐานะผู้ให้บริการแอปทรูไอดี ได้นำสัญญาณมาถ่ายทอดในแพลตฟอร์มของตนเอง

ต่อมาคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ ได้พิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องดังกล่าว และสำนักงาน กสทช.ได้ออกหนังสือแจ้งไปยังผู้ประกอบการที่ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโทรทัศน์ ให้ตรวจสอบว่า มีการนำช่องรายการที่ได้รับอนุญาตไปออกอากาศผ่านโครงข่ายใด หรือนำไปแพร่ภาพในแพลตฟอร์มใด และให้ปฏิบัติตามประกาศ กสทช.และเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาตที่เกี่ยวข้องโดยเคร่งครัด ตามหลัก “มัสต์แครี่” (Must Carry) ที่มีโฆษณาแทรกไม่ได้ แม้หนังสือดังกล่าว ไม่ได้ส่งตรงไปยังบริษัททรูดิจิทัลฯ เนื่องจากไม่ได้เป็นผู้ได้รับใบอนุญาต และไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ กสทช. แต่บริษัททรูดิจิทัลฯ อ้างว่า การออกหนังสือดังกล่าวทำให้ตนเองเสียหาย จึงนำมาซึ่งการฟ้องร้อง กสทช. พิรงรอง รามสูต

ในคำร้องของบริษัททรูดิจิทัลฯ อ้างว่า หนังสือดังกล่าวเป็นเหตุที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย เนื่องจากผู้รับใบอนุญาตประเภทช่องรายการโทรทัศน์ อาจทำการระงับการเผยแพร่รายการต่าง ๆ ผ่านทางแพลตฟอร์มของตน โดยในคำร้องได้อ้างว่าทางสำนักงาน กสทช. ยังไม่มีระเบียบเฉพาะในการกำกับดูแลกิจการ OTT (Over-the-Top หรือการให้บริการสตรีมเนื้อหาผ่านโครงข่ายอินเทอร์เน็ต)

อย่างไรก็ตาม พิรงรองยืนยันว่า การออกหนังสือของสำนักงาน กสทช. เป็นการทำตามหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค ที่ได้รับผลกระทบจากการ “แทรกโฆษณา” บนแพลตฟอร์มทรูไอดีในการรับชมเนื้อหาตามประกาศมัสต์แครี่ และดูแลลิขสิทธิ์เนื้อหาของผู้ให้บริการโทรทัศน์ดิจิทัล เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่เสรีและเป็นธรรม ซึ่งการตรวจสอบของ กสทช. จนนำไปสู่การออกหนังสือดังกล่าว มาจากการร้องเรียนของผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการแทรกโฆษณาบนกล่องทรูไอดี ทั้งนี้ ไม่ได้มีการเลือกปฏิบัติต่อผู้ประกอบกิจการรายหนึ่งรายใดเป็นพิเศษ

นักวิชาการและอาจารย์ด้านสื่อสาร ชี้ทำงานด้วยความสุจริต

C4263D39-D6DA-4AE6-A251-C4E8504B5553.jpg

ทางด้านนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนและเครือข่ายผู้บริโภคทั่วประเทศ พร้อมใจกันติด #saveพิรงรอง พร้อมล่ารายชื่อให้ถึง 10,000 รายชื่อ เพื่อส่งกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่และให้ได้รับความเป็นธรรมในการตัดสินคดีครั้งนี้

C115DDD2-816E-4263-ADD2-78A33A004DA3.jpg

ศาสตราจารย์พิเศษธงทองจันทรรางศุ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กกล่าวถึงกรณีนี้ว่า “ถ้าการปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งที่รับผิดชอบด้วยความสุจริตจะกลายเป็นความผิดทางอาญาแล้วไซร้ ในระยะยาว จะเหลือใครทำงานให้กับส่วนรวม”

ทางด้านนายธนา เธียรอัจฉริยะ ที่ปรึกษาด้านธุรกิจ อดีตผู้บริหารระดับสูงของดีแทค ที่ปัจจุบันควบรวมโดยทรู โพสต์ว่า “สะเทือนความรู้สึกมากและน่าจะมีผลกระทบในวงกว้างแน่”

348FD234-5C42-453C-9A6B-AD6BF7B3B159.jpg

ทางด้านนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ อดีตกรรมการ กสทช. และโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ส่งกำลังใจให้ “พิรงรอง” ที่ยืนหยัดต่อสู้เพื่อ กสทช.

D883EB62-22FC-440A-A9D8-65FE15BDEE73.jpg

นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา นำเสนอข่าวผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ กรรมกรข่าว ชวนจับตาดูการพิจารณาคดีดังกล่าว หลัง “พิรงรอง” ทำหน้าที่คุ้มครองผู้บริโภค

EDF06903-6460-468E-87C4-3FB5089EE06F.jpg

ลุ้นศาลอาญาทุจริตฯ หลุดตำแหน่งหรือไม่ ? 

คำพิพากษาของศาลในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2568 หาก กสทช.พิรงรองถูกตัดสินว่ามีความผิดและไม่ได้รับสิทธิให้ประกันตัว ระหว่างรอการอนุมัติการอุทธรณ์ จะต้องสิ้นสภาพการเป็น กสทช.ทันที

อนึ่ง ผู้ที่กระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 มีโทษคุกตั้งแต่ 1-10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2,000 บาทถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนคุณสมบัติของ กสทช. ตามพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 มาตรา 7 (6) และ (7) กำหนดลักษณะต้องห้ามของกรรมการ กสทช.ว่า เป็นบุคคลที่ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล หรือเคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

อย่างไรก็ตาม ก่อนนี้ ในเดือนเมษายน 2567 บริษัททรูดิจิทัลฯ ได้เคยยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งให้ “กสทช.พิรงรอง” ยุติการปฏิบัติหน้าที่กรรมการ กสทช. และประธานอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตด้านกิจการโทรทัศน์ไว้ชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีนี้ แต่ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2567 ศาลยกคำร้องดังกล่าว โดยพิจารณาว่าจำเลยไม่มีพฤติการณ์ที่แสดงให้เห็นว่า เป็นปฏิปักษ์ ขัดขวาง หรือกลั่นแกล้งการประกอบธุรกิจของโจทก์ตามที่กล่าวอ้าง

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กฎหมาย กสทช. ทรูไอดี