Skip to content

ระบบบำนาญไทยรั้งท้าย จำเป็นต้องปฏิรูปเร่งด่วน

07 ก.พ. 2568 | 15:08น.
ระบบบำนาญไทยรั้งท้าย จำเป็นต้องปฏิรูปเร่งด่วน

อลิอันซ์เปิดเผยรายงาน Allianz Global Pension Report 2568 ชี้ระบบบำนาญทั่วโลกต้องมีการปฏิรูปอย่างจริงจัง ระบบบำนาญไทยรั้งท้าย จำเป็นต้องปฏิรูปเร่งด่วน แนะมาตรการที่ควรมี “จูงใจให้มีการออมเพื่อการเกษียณ-แก้ปัญหาภาวะหนี้สินครัวเรือนสูง

อลิอันซ์ (Allianz) เปิดรายงาน Global Pension Report ฉบับที่ 3 วิเคราะห์ระบบบำนาญ 71 ระบบทั่วโลก โดยใช้ดัชนี Allianz Pension Index (API) ที่พัฒนาขึ้นเอง ดัชนีนี้ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่ การวิเคราะห์สถานการณ์ด้านประชากรศาสตร์และการคลัง การประเมินความยั่งยืน เช่น การเงินและระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบ และความเพียงพอของระบบบำนาญ

เช่น ความครอบคลุมและระดับบำนาญ มีการนำตัวชี้วัดทั้งหมด 40 ตัวชี้วัดมาพิจารณา โดยให้คะแนนตั้งแต่ 1 คือ กลุ่มไม่จำเป็นต้องปฏิรูป ถึง 7 กลุ่ม ที่จำเป็นต้องปฏิรูปอย่างเร่งด่วน ผลรวมถ่วงน้ำหนักของตัวชี้วัดทั้งหมดสะท้อนถึงความจำเป็นในการปฏิรูประบบบำนาญนั้น ๆ

มีแรงกดดันสูงให้ปฏิรูป

ผลวิจัยครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันที่สูงต่อการปฏิรูป เมื่อเทียบกับรายงานครั้งล่าสุดของอลิอันซ์ในปี 2566 กลุ่มประเทศเล็ก ๆ เช่น เดนมาร์ก, เนเธอร์แลนด์ และสวีเดน ซึ่งมีคะแนนรวมต่ำกว่า 3 อย่างชัดเจน แต่มีระบบบำนาญที่ถือว่าดี เพราะวางแนวทางสู่ความยั่งยืนได้ทันเวลา ด้วยการนำระบบการสมทบเงินมาใช้ และเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่ญี่ปุ่นอยู่ในรายชื่อนี้ด้วย

เนื่องจากญี่ปุ่นใช้ระบบบำนาญที่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ นั่นคือ อายุการทำงานที่นานขึ้น แม้แต่ทุกวันนี้ หนึ่งในสามของผู้ที่มีอายุระหว่าง 65-70 ปี ในญี่ปุ่นยังคงทำงานอยู่ และในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า คาดว่าอายุเกษียณที่แท้จริงจะเพิ่มขึ้นเป็น 70 ปี

ประเทศที่มีคะแนนรวมต่ำกว่า 4 มีจำนวนมากกว่ามาก และเป็นประเทศที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในการปฏิรูปเพื่อไม่ให้ระบบบำนาญได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากร ในกลุ่มนี้มีประเทศกำลังพัฒนาหลายประเทศ เช่น มาเลเซีย, โคลอมเบีย และไนจีเรีย ปัญหาของกลุ่มนี้มักจะไม่ได้เกิดจากการออกแบบระบบบำนาญ แต่มาจากสัดส่วนของพนักงานนอกระบบที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง ซึ่งมักจะมีจำนวนสูงกว่า 50% จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูปตลาดแรงงานอย่างกว้างขวางก่อน เพื่อสร้างพื้นฐานสำหรับระบบบำนาญที่ครอบคลุม มิเช่นนั้นระบบบำนาญจะกลายเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่เพิ่มความเหลื่อมล้ำ

ส่วนกลุ่มที่สามของระบบบำนาญมีประเทศในยุโรปหลายประเทศ เช่น เยอรมนี, ฝรั่งเศส และอิตาลี ซึ่งระบบบำนาญเปลี่ยนไปสู่การออมเงินเพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยระบบ Pay As You Go ยังคงเป็นระบบหลัก ทำให้เกิดแรงกดดันในการปฏิรูปสูง ท่ามกลางการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว

ลดช่องว่างของเงินออมบำนาญ

จากการคำนวณช่องว่างในการออมเงินบำนาญสำหรับคนรุ่นใหม่ในยุโรป อยู่ที่ประมาณ 3.50 แสนล้านยูโรต่อปีโดยเฉลี่ย ฟังดูเหมือนจำนวนมาก แต่เราสามารถปิดช่องว่างนี้ได้หากเพิ่มอัตราการออมขึ้นหนึ่งในสี่

มร.ลูโดวิค เซอร์บราน หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ ของกลุ่มอลิอันซ์ กล่าวว่า คนเจนเอ็กซ์จำเป็นต้องออมเงินให้มากขึ้น เพื่อให้มีมาตรฐานการครองชีพตามที่ต้องการในวัยชรา แต่เราต้องไม่มองสมการเพียงด้านเดียว ซึ่งก็คือการออมของครัวเรือน เราต้องคิดเกี่ยวกับความมั่นคงด้านบำนาญและการพัฒนาตลาดทุนไปพร้อมกัน

เงินออมเพื่อการเกษียณต้องได้รับการลงทุนอย่างมีกำไรในการเติบโตและนวัตกรรมในอนาคต นี่เป็นกุญแจสำคัญในการเอาชนะการเปลี่ยนแปลงด้านประชากร รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ โดยยุโรปยังคงมีข้อบกพร่องอยู่มากในด้านนี้

มร.ลูโดวิค เซอร์บราน

ความแตกต่างที่สูงมากในเอเชีย

ตลาด 15 แห่งในเอเชีย ที่นำมาวิเคราะห์ในรายงานนี้มีเรื่องที่เหมือนกันคือ เป็นสังคมที่กำลังเข้าสู่วัยชราอย่างรวดเร็ว อัตราการพึ่งพิงของผู้สูงอายุโดยเฉลี่ยจะเพิ่มขึ้นจาก 19% เป็น 43% ในอีก 25 ปีข้างหน้า แม้ว่าจะมีความแตกต่างอย่างชัดเจนในระดับสมบูรณ์ตั้งแต่ 14% ในลาว ไปจนถึง 95% ในฮ่องกงในปี 2593 อัตราส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 2 เท่า ภายในหนึ่งรุ่นของประชากรในทุกประเทศ (ยกเว้นญี่ปุ่นที่เป็นสังคมสูงวัยอยู่แล้ว)

จากสถานการณ์นี้มีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องทำให้ระบบบำนาญของเอเชียพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางประชากร คะแนนรวมเฉลี่ยของภูมิภาคอยู่ที่ 3.9 ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก อย่างไรก็ตาม ความจำเป็นในการปฏิรูปแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศ

โดยในตลาดที่พัฒนาแล้ว เช่น ญี่ปุ่น, ฮ่องกง, สิงคโปร์ หรือเกาหลีใต้ การเสริมสร้างความยั่งยืนในระยะยาวของระบบบำนาญมีความสำคัญมากขึ้น ในตลาดเกิดใหม่ที่ยังมีประชากรค่อนข้างหนุ่มสาว เช่น กัมพูชา, อินโดนีเซีย หรือลาว ผู้กำหนดนโยบายเผชิญกับความท้าทายในการปรับปรุงความเพียงพอของระบบบำนาญ ซึ่งจะต้องมีการแนะนำและขยายระบบบำนาญที่มีการสะสมเงินเต็มจำนวนทั้งจากการทำงานและส่วนบุคคล

ความท้าทายที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ การทำให้ตลาดแรงงานเข้าสู่ระบบ เนื่องจากประชากรวัยทำงานส่วนใหญ่ในประเทศเหล่านี้ยังคงทำงานนอกระบบ โดยไม่ได้รับความคุ้มครองจากระบบประกันสังคม ปัญหาที่เกือบทุกประเทศมีเหมือนกันคือ อายุเกษียณภาคบังคับ หรืออายุเกษียณขั้นต่ำที่ค่อนข้างต่ำ ซึ่งไม่สะท้อนการเพิ่มขึ้นของอายุขัยเฉลี่ย

ไทยจำเป็นต้องปฏิรูปเร่งด่วน

ด้วยคะแนนรวม 4.1 ระบบบำนาญของไทย จึงอยู่ในอันดับท้าย ๆ ของการจัดอันดับ ความจำเป็นในการปฏิรูปมาจากความครอบคลุมของระบบบำนาญในระดับต่ำ และอายุเกษียณที่ควรเชื่อมโยงกับอายุขัยเฉลี่ย มาตรการเพิ่มเติมที่ควรจะมี

ได้แก่ การจูงใจให้มีการออมเพื่อการเกษียณ โดยเฉพาะสำหรับครัวเรือนที่มีรายได้น้อย เพื่อแก้ปัญหาภาวะหนี้สินสูงของครัวเรือน ในปัจจุบันประเทศไทยไม่มีความได้เปรียบด้านประชากรอีกต่อไป เนื่องจากกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว โดยคาดว่าอัตราการพึ่งพิงของผู้สูงอายุจะเพิ่มขึ้นจาก 22% เป็น 50% ในอีก 25 ปีข้างหน้า

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บำนาญ อลิอันซ์