เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

เทียบดีสุด-แย่สุด ‘ประกันสังคม’ 5 ประเทศเพื่อนบ้าน สิงคโปร์เกรด A ที่ 80.5

26 ม.ค. 2569 | 14:47น.

ขณะที่สิงคโปร์ก้าวขึ้นแท่นประเทศที่มีระบบประกันสังคมและบำนาญแข็งแกร่งที่สุดในอาเซียนด้วยเกรด A คะแนนรวม 80.5 ไทยยังได้เพียงเกรด C เนื่องจากช่องว่างความมั่นคงวัยเกษียณของแรงงานในภูมิภาค

รายงานดัชนีระบบบำนาญโลกประจำปี 2025 ระบุว่า ระบบรายได้หลังเกษียณของประเทศไทยได้รับการประเมินในภาพรวมอยู่ที่ระดับ C ด้วยคะแนนรวม 50.6 คะแนน เพิ่มขึ้นเพียง 0.6 คะแนน จาก 50.0 คะแนนในปี 2024

เมื่อพิจารณาแยกตามมิติ ประเทศไทยได้คะแนนด้านความเพียงพอของเงินบำนาญ (Adequacy) อยู่ที่ 47.9 คะแนน ในระดับเกรด D ขณะที่คะแนนด้านความยั่งยืนของระบบ (Sustainability) อยู่ที่ 44.8 คะแนน ซึ่งยังอยู่ในระดับเกรด D เช่นกัน ส่วนด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบ (Integrity) ได้ 63.1 คะแนน อยู่ในระดับ C+ ชี้กรอบกฎหมายและการกำกับดูแลมีพัฒนาการ แต่ยังไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะยกระดับระบบโดยรวม

ระบบรายได้หลังเกษียณของไทยประกอบด้วยเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ระบบประกันสังคมสำหรับแรงงานภาคเอกชนในระบบ แผนบำนาญแบบเงินสมทบกำหนด (DC) ที่นายจ้างจัดให้โดยสมัครใจ รวมถึงผลิตภัณฑ์การออมส่วนบุคคลหลากหลายรูปแบบ โครงสร้างดังกล่าวทำให้แรงงานจำนวนมากโดยเฉพาะแรงงานนอกระบบ ยังไม่สามารถเข้าถึงระบบบำนาญที่ให้รายได้หลังเกษียณอย่างเพียงพอ

อันดับ 1 : สิงคโปร์

รายงานจัดอันดับ ประกันสังคม-ระบบบำนาญโลกประจำปี 2025 โดย Mercer และ CFA Institute ระบุว่า สิงคโปร์สามารถก้าวขึ้นสู่กลุ่มประเทศระดับบนสุดของดัชนีเป็นครั้งแรกในกลุ่มอาเซียน ด้วยคะแนนระดับ A ที่ 80.5 คะแนนในขณะที่ เนเธอร์แลนด์ยังคงรักษาอันดับหนึ่งของโลกไว้ได้อย่างต่อเนื่อง

รายงานฉบับนี้ประเมินระบบการเกษียณของ 52 ประเทศ โดยพิจารณาจาก 3 มิติหลัก ได้แก่ ความเพียงพอของเงินบำนาญ ความยั่งยืนในระยะยาว และความโปร่งใสหรือความน่าเชื่อถือของระบบ นอกจากสิงคโปร์และเนเธอร์แลนด์แล้ว ประเทศที่ได้คะแนนระดับ A ในปี 2025 ยังประกอบด้วยไอซ์แลนด์ เดนมาร์ก และอิสราเอล รวมเป็น 5 ประเทศที่มีระบบบำนาญดีที่สุดของโลกในปัจจุบัน

ทิม เจนกินส์ หัวหน้าผู้จัดทำรายงานและพาร์ตเนอร์ของ Mercer ในซิดนีย์ ระบุว่า สิงคโปร์เสริมความแข็งแกร่งให้ระบบบำนาญมาอย่างต่อเนื่องตลอดหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้อันดับในเวทีโลกปรับตัวดีขึ้นอย่างเป็นลำดับ ซึ่งในช่วงหลัง หน่วยงานรัฐให้ความสำคัญกับการเพิ่มความโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนเข้าใจชัดเจนมากขึ้นว่าตนเองจะได้รับเงินเท่าใดเมื่อเข้าสู่วัยเกษียณ

ระบบบำนาญของสิงคโปร์ตั้งอยู่บนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพกลาง หรือ Central Provident Fund ซึ่งครอบคลุมพลเมืองและผู้มีถิ่นพำนักถาวรที่มีงานทำทุกคน ผ่านเงินสมทบ-เงินภาคบังคับจากทั้งลูกจ้างและนายจ้าง

หากย้อนกลับไปในปี 2009 สิงคโปร์เคยได้เพียงเกรด C จากดัชนีนี้ ก่อนจะขยับขึ้นเป็น B+ ในปีที่ผ่านมา และล่าสุดสามารถไต่ขึ้นสู่ระดับ A ได้สำเร็จในปี 2025

เจนกินส์กล่าวว่า สิงคโปร์เดินทางจากระบบบำนาญระดับ C จนถึงระดับ A ได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยปัจจัยด้านเศรษฐกิจมีบทบาทสำคัญ เนื่องจากตัวชี้วัดด้านความยั่งยืนของดัชนีคำนึงถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาวด้วย

สำหรับประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ รายงานระบุว่าสหรัฐอเมริกาถูกจัดให้อยู่ในอันดับที่ 30 ของโลก สหราชอาณาจักรอยู่อันดับ 12 และญี่ปุ่นอยู่อันดับ 39 ขณะที่อินเดียถูกจัดอยู่ในอันดับต่ำสุดด้วยเกรด D ตามหลังอาร์เจนตินา ฟิลิปปินส์ และตุรกี ซึ่งทั้งหมดได้คะแนนระดับ D เช่นเดียวกัน ส่วนออสเตรเลีย ซึ่งโดยทั่วไปได้รับการยอมรับว่ามีระบบบำนาญที่แข็งแกร่งในระดับโลก กลับหล่นลงมาอยู่อันดับที่ 7 เป็นรองสวีเดน

อันดับ 2 : มาเลเซีย

มาเลเซียได้รับการประเมินภาพรวมอยู่ที่ระดับ C+ ด้วยคะแนนรวม 60.6 คะแนน มีพัฒนาการที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ยังมีข้อท้าทายเชิงโครงสร้างในระยะยาว โดยเฉพาะด้านความเพียงพอของรายได้หลังเกษียณ

เมื่อแยกพิจารณาเป็นรายมิติ มาเลเซียได้คะแนนด้านความเพียงพอของเงินบำนาญ (Adequacy) อยู่ที่ 54.0 คะแนน และด้านความยั่งยืนของระบบ (Sustainability) ที่ 55.9 คะแนน ซึ่งทั้งสองด้านยังอยู่ในระดับเกรด C ขณะที่ด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบ (Integrity) ได้คะแนนสูงถึง 77.5 คะแนน อยู่ในระดับ B+ ชี้โครงสร้างกฎเกณฑ์และการกำกับดูแลที่ค่อนข้างเข้มแข็ง

ระบบรายได้หลังเกษียณของมาเลเซียตั้งอยู่บนกองทุนสำรองเลี้ยงชีพของลูกจ้าง หรือ Employee Provident Fund (EPF) ซึ่งครอบคลุมแรงงานทั้งภาคเอกชนและภาครัฐที่ไม่ได้อยู่ภายใต้โครงการบำนาญของข้าราชการ (KWAP) ภายใต้ระบบ EPF สมาชิกสามารถถอนเงินบางส่วนได้ก่อนวัยเกษียณในกรณีที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เช่น การศึกษา การกู้ซื้อที่อยู่อาศัย หรือเหตุจำเป็นด้านสุขภาพรุนแรง ขณะที่เงินส่วนที่เหลือจะถูกกันไว้เพื่อใช้หลังเกษียณเป็นหลัก

รายงานระบุว่า คะแนนภาพรวมของระบบบำนาญมาเลเซียมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นได้อีก หากมีการดำเนินนโยบายเชิงโครงสร้างเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเพิ่มระดับการสนับสนุนขั้นต่ำให้กับผู้สูงอายุที่ยากจนมากที่สุด ซึ่งการกำหนดให้เงินบำนาญบางส่วนถูกจ่ายในรูปแบบรายได้ต่อเนื่องหลังเกษียณ แทนการถอนเป็นก้อน จะขยายความครอบคลุมของระบบบำนาญภาคเอกชน ทั้งช่วยเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในแผนบำนาญโดยรวม ตลอดจนการพิจารณาปรับอายุเกษียณและเพิ่มอัตราการมีส่วนร่วมของแรงงานสูงวัย ให้สอดคล้องกับอายุขัยที่ยาวขึ้น

ดัชนีระบบบำนาญของมาเลเซียปรับเพิ่มขึ้นจาก 56.3 คะแนนในปี 2024 เป็น 60.6 คะแนนในปี 2025 โดยปัจจัยหลักมาจากการปรับปรุงเงินบำนาญขั้นต่ำ และอัตราการทดแทนรายได้หลังเกษียณที่ดีขึ้น

การขยับขึ้นของคะแนนดังกล่าวบ่งบอกภาพรวมความพยายามของมาเลเซียในการยกระดับคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุ แม้ยังต้องเผชิญแรงกดดันจากโครงสร้างประชากรสูงวัยและความท้าทายด้านความยั่งยืนทางการคลังในระยะยาวก็ตาม

อันดับ 3 : เวียดนาม

ระบบรายได้หลังเกษียณของเวียดนามได้รับการประเมินอยู่ที่ระดับ C ที่คะแนนรวม 53.7 คะแนน ลดลงจาก 54.5 คะแนน ในปี 2024

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด เวียดนามได้คะแนนด้านความเพียงพอของเงินบำนาญ (Adequacy) อยู่ที่ 57.1 คะแนน ซึ่งอยู่ในระดับเกรด C ขณะที่คะแนนด้านความยั่งยืนของระบบ (Sustainability) อยู่ที่เพียง 38.7 คะแนน จัดอยู่ในระดับเกรด D นับเป็นจุดอ่อนของระบบบำนาญเวียดนามในปัจจุบัน ส่วนด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบ (Integrity) ได้ 69.3 คะแนน อยู่ในระดับเกรด B ทีช่วยดึงคะแนนขึ้นมา ด้วยกรอบกฎหมายและการกำกับดูแลค่อนข้างมีเสถียรภาพ

ระบบรายได้หลังเกษียณของเวียดนามตั้งอยู่บน ระบบประกันสังคม เป็นหลัก มีแผนบำนาญภาคอาชีพและแผนบำนาญภาคเอกชนแบบสมัครใจสำหรับองค์กรและบุคคล อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแผนเหล่านี้เพิ่งเริ่มพัฒนาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ความครอบคลุมของระบบบำนาญนอกภาครัฐจึงยังอยู่ในระดับต่ำ

การที่คะแนนภาพรวมของเวียดนามปรับลดลงในปี 2025 มีสาเหตุหลักมาจากการตั้งคำถามใหม่ในหมวด ความยั่งยืนของระบบ ซึ่งสะท้อนความกังวลเกี่ยวกับแรงกดดันจากโครงสร้างประชากรสูงวัย ภาระทางการคลัง และความสามารถของระบบในการรองรับสังคมสูงอายุในระยะยาว

อันดับ 4 : อินโดนีเซีย

อินโดนีเซียได้รับการประเมินระบบรายได้หลังเกษียณในภาพรวมอยู่ที่ระดับ C ด้วยคะแนนรวม 51.0 คะแนน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 50.2 คะแนนในปี 2024 มีความคืบหน้าเชิงนโยบายบางประการ แม้ระบบโดยรวมด้านความเพียงพอของรายได้หลังเกษียณยังเป็นอุปสรรค

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด อินโดนีเซียได้คะแนนด้านความเพียงพอของเงินบำนาญ (Adequacy) เพียง 40.1 คะแนน อยู่ในระดับเกรด D ซึ่งเป็นจุดอ่อนหลักของระบบ ขณะที่คะแนนด้านความยั่งยืนของระบบ (Sustainability) อยู่ที่ 50.3 คะแนน ในระดับเกรด C ส่วนด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบ (Integrity) ได้ 69.3 คะแนน อยู่ในระดับเกรด B สะท้อนว่ากรอบกฎหมายและการกำกับดูแลยังค่อนข้างมีเสถียรภาพ

ระบบรายได้หลังเกษียณของอินโดนีเซียประกอบด้วยบำนาญข้าราชการแบบอิงรายได้และอายุงาน รวมถึงแผนบำนาญภาคเอกชนทั้งแบบผลประโยชน์กำหนด (DB) และเงินสมทบกำหนด (DC) สำหรับแรงงานภาคเอกชน โดยโครงการประกันสังคมของรัฐบาลเป็นระบบ DC ภาคบังคับ ซึ่งได้รับเงินสมทบจากทั้งนายจ้างและลูกจ้างเป็นประจำ ขณะที่ระบบบำนาญข้าราชการแห่งชาติเป็นแบบ DB ซึ่งจ่ายผลประโยชน์ออกเป็นสองส่วน ได้แก่ เงินชดเชยการเลิกจ้าง และเงินตอบแทนตามอายุงาน

รายงานชี้ว่า คะแนนรวมของระบบบำนาญอินโดนีเซียยังสามารถยกระดับได้อีก หากมีการดำเนินมาตรการเชิงโครงสร้างเพิ่มเติม โดยเฉพาะการกำหนดระดับการสนับสนุนขั้นต่ำสำหรับประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่าระดับความยากจน การขยายความครอบคลุมของแรงงานในแผนบำนาญภาคอาชีพเพื่อเพิ่มมูลค่าสินทรัพย์ในระบบอย่างต่อเนื่อง การพัฒนากฎระเบียบของระบบบำนาญภาคเอกชนให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงการกำหนดให้มีการเปิดเผยประมาณการรายได้หลังเกษียณในเอกสารสรุปประจำปีของสมาชิก เพื่อช่วยให้ประชาชนวางแผนการเงินได้ดีขึ้น

การที่คะแนนดัชนีของอินโดนีเซียขยับขึ้นในปี 2025 มีปัจจัยสำคัญมาจากการปรับปรุงด้านการออมของครัวเรือน การลดภาระหนี้ และความชัดเจนมากขึ้นของการจัดเก็บภาษีที่เกี่ยวข้องกับระบบบำนาญ

อันดับ 5 : ฟิลิปปินส์

ปี 2025 ระบุว่า ฟิลิปปินส์ได้รับการประเมินระบบรายได้หลังเกษียณในภาพรวมอยู่ที่ระดับ D ด้วยคะแนนรวม 47.1 คะแนน ปรับเพิ่มขึ้นจาก 45.8 คะแนนในปี 2024 แต่ระบบยังเผชิญข้อจำกัดเรื่องความโปร่งใสและธรรมาภิบาลของระบบบำนาญ

เมื่อพิจารณาในรายละเอียด ฟิลิปปินส์ได้คะแนนด้านความเพียงพอของเงินบำนาญ (Adequacy) อยู่ที่ 40.6 คะแนน ในระดับเกรด D ขณะที่ด้านความยั่งยืนของระบบ (Sustainability) ได้ 64.4 คะแนน อยู่ในระดับ C+ ซึ่งถือว่าค่อนข้างดีกว่าอีกหลายประเทศในภูมิภาค อย่างไรก็ตาม ด้านความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของระบบ (Integrity) ได้เพียง 33.2 คะแนน อยู่ในระดับเกรด E ต่ำที่สุดในบรรดามิติการประเมินทั้งหมด

ระบบรายได้หลังเกษียณของฟิลิปปินส์ประกอบด้วยบำนาญพื้นฐานขนาดเล็ก มีการส่งเงินสมทบครบอย่างน้อย 180 เดือน สำหรับข้าราชการ และ 120 เดือน สำหรับผู้ประกันตนที่ไม่ใช่ข้าราชการ ในกรณีที่ไม่สามารถส่งเงินสมทบครบตามเกณฑ์ ระบบจะจัดให้มีผลประโยชน์ในระดับที่ปรับตามจำนวนเงินสมทบจริง

รายงานระบุว่า คะแนนภาพรวมของระบบบำนาญฟิลิปปินส์มีโอกาสปรับดีขึ้น หากมีการดำเนินนโยบายเพิ่มเติม โดยเฉพาะการเชื่อมต่อผลประโยชน์บำนาญเข้ากับดัชนีค่าครองชีพ เพื่อรักษากำลังซื้อในระยะยาว นอกจากนี้ ยังควรปรับปรุงเงื่อนไขการให้สิทธิ์ในแผนบำนาญสำหรับภาคเอกชน การกำหนดทางเลือกที่ไม่เปิดให้ถอนเงินบำนาญออกมาเป็นเงินก้อนก่อนวัยเกษียณ เพื่อรักษาเงินไว้ใช้ในวัยชรา และการยกระดับมาตรฐานธรรมาภิบาลของระบบบำนาญภาคเอกชนให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

แม้คะแนนดัชนีของฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นในปี 2025 แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยจุดอ่อนด้านความโปร่งใสและโครงสร้างการคุ้มครองผู้สูงอายุในภาพรวม

แท็กที่เกี่ยวข้อง

บำนาญ ประกันสังคม อาเซียน