เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
Finance เอกนิติ ตั้ง 4 อนุฯ คุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกมาตรฐานขั้นต่ำ เร่งออกนโยบายภายใน ก.ย.
ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
เศรษฐกิจภูมิภาค ดันเชียงใหม่ “Wellness Destination” ชูภูมิปัญญาล้านนา-นวัตกรรมสุขภาพ
SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
Finance SJWD ผนึกกรุงไทยเปิดจองหุ้นกู้ดิจิทัล SJWD ชูดอกเบี้ย 2.95-3.20%
ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
Politics ก.พลังงาน เปิด 4 เกณฑ์คุมไฟ Data Center แยกอัตราเฉพาะ
การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
Tech การตลาดอินฟลู 2026 TikTok ครองแชมป์แพลตฟอร์มยอดนิยม LGBTQ+ ขึ้นแท่นกลุ่มอิทธิพลสูง
หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
Finance หุ้นไทยเข้าโซนระวัง! 58% หลุดเส้นสำคัญ โบรกฯแนะเก็บ 6 หุ้นแกร่งสวนตลาด
ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
Economic ทำไมประเทศไทย ขึ้นแท่นฮับดาต้าเซ็นเตอร์แห่งใหม่ ในเอเชียแปซิฟิก
ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (4 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณขายออก 70,550 บาท
รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
Politics รัฐบาลผุดรายการ ‘คุยกับ ครม.อนุทิน’ จัดคิวให้รัฐมนตรีแจงมุมคิด-นโยบายตรง
อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
Finance อนุทิน ชี้ ‘เอกนิติ-ศุภจี’ ทำงานได้อยู่ ยังไม่ตั้ง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คลัง-พาณิชย์
ดูทั้งหมด

ศธ.กาง 4 แนวทางเตรียมความพร้อมสอบ ‘ปิซ่า’ เร่งแก้เด็กไทยหลุดการศึกษาหลักล้านคน

19 ก.พ. 2568 | 14:47น.

กระทรวงศึกษาธิการ เผยข้อมูลเด็กวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ภาคบังคับ อายุ 6-15 ปี มีจำนวน 1,025,514 คน พร้อมเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมการทดสอบ ปิซ่า 2568 ทั้งหมด 4 กระบวนการ ได้แก่ สร้างแรงจูงใจ, สร้างทักษะ, ตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐาน และ ระบบสนับสนุน

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ. เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ. เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2568 ถึงผลการดำเนินงานการติดตามเด็กนอกระบบการศึกษาเชิงระบบ หรือ Thailand Zero Dropout โดยพบว่าข้อมูลเด็กวัยเรียนที่อยู่นอกระบบการศึกษา ภาคบังคับ (6-15 ปี) มีจำนวนเด็กนอกระบบการศึกษา 1,025,514 คน

โดยสามารถติดตามได้แล้ว 976,123 คน สามารถนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาได้ถึง 321,765 คน และยังไม่ได้ติดตามอีก 49,391 คน โดยจากการรายงานของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.) สามารถติดตามเด็กได้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์แล้วกว่า 40 จังหวัด

ซึ่งในจำนวนนี้มีเพียง 9 จังหวัดที่อยู่ใน 25 จังหวัดโครงการนำร่องของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แสดงให้เห็นว่าการนำร่องไม่ใช่ปัจจัยสำคัญในการติดตามเด็กที่หลุดออกจากระบบปัจจัยหลักที่ทำให้สามารถติดตามเด็กคือความร่วมมือร่วมใจของชาว ศธ.

โดยเฉพาะทางกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) และ สพฐ. ที่มีโครงการพาน้องกลับมาเรียน นำการเรียนไปให้น้อง ซึ่งถือว่าได้ผลเป็นอย่างมาก โดยจะต่อยอดเพื่อดำเนินการขับเคลื่อนอย่างต่อเนื่องและคาดว่าเด็กที่หลุดออกนอกระบบจะมีจำนวนน้อยลง

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ.
พล.ต.อ.เพิ่มพูน กล่าวต่อด้วยว่า ทั้งนี้ในปีหน้าหน้าที่การติดตามเด็กจะไปอยู่กับฝ่ายปกครองในหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย (มท.) เพื่อลดภาระให้ครูทำหน้าที่หลักในการสอนเพียงอย่างเดียว ซึ่งการลงพื้นที่ของ ศธ. ทำให้ทราบถึงปัจจัยปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น จนมีข้อมูลเพื่อส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาช่วยเหลือเด็กได้ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกส่งต่อให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ มท.อีกด้วยเพื่อให้เกิดการทำงานในเชิงบูรณาการร่วมกันมากขึ้น

นอกจากนี้ในส่วนของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต ได้มอบสถาบันทดสอบทางการศึกษา (สทศ.) ไปจัดทำข้อมูลการสอบโอเน็ตของปี 2568 ซึ่งพบว่า มีนักเรียนสมัครใจเข้าทดสอบโอเน็ตมากขึ้นเป็นจำนวนประมาณ 1 หมื่นคน อีกทั้งยังพบยอดนักเรียนที่แจ้งสมัครสอบแล้วแต่ไม่มาเข้าทดสอบลดลงกว่าปีที่ผ่านมาด้วย เชื่อมั่นว่าผลคะแนนทดสอบโอเน็ตจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษา

4 แผนเตรียมพร้อมสอบปิซ่า

ที่ประชุมได้ติดตามโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาตามโครงการประเมินนักเรียนระดับนานาชาติ หรือปิซ่า โดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้รายงานความก้าวหน้าการอบรมสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ด้านการอ่าน วิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ในระดับเขตพื้นที่ จำนวน 245 เขตพื้นที่ 78 ห้องเรียน

มีกลุ่มเป้าหมายจำนวนทั้งสิ้น 445,624 คน ลงทะเบียนแล้วจำนวน 239,098 คน อบรมแล้วเสร็จ จำนวน 147,794 คน รวมไปถึงจะมีการนำชุดพัฒนาความฉลาดรู้ ไปใช้ในห้องเรียน และวางแผนจัดทำชุดพัฒนาความฉลาดรู้สำหรับนักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อสอนเสริมเพิ่มพูนในรูปแบบของโครงการเรียนได้ทุกที่ทุกเวลา หรือ Anywhere Anytime

ขณะเดียวกันเตรียมจัด Computer Summer Camp 2025 ส่งเสริมการใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการเรียนรู้รูปแบบ Anywhere Anytime ช่วงระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2568 ทั้งนี้จากตัวเลขผู้เข้ารับการอบรมสร้างและพัฒนาข้อสอบวัดความฉลาดรู้ กว่า 1.4 แสนคน โดยได้สั่งการให้มีการติดตามว่าผู้เข้าอบรมได้นำความรู้ที่ได้ไปใช้ในการออกข้อสอบและส่งต่อให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนของตนเองเพิ่มหรือไม่

พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือ ศธ.

ในส่วนของสำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ได้นำเสนอปัญหาของการเตรียมตัวสอบปิซ่า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากทรัพยากรที่จำกัด โดยนำเสนอแนวทางการเตรียมความพร้อมการทดสอบปิซ่า 2568 ทั้งหมด 4 กระบวนการ

  1. สร้างแรงจูงใจแก่นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษา ให้เห็นถึงความสำคัญของการสอบปิซ่า
  2. สร้างทักษะให้เด็กกลุ่มเป้าหมายได้มีโอกาสทดลองข้อสอบและครูสามารถออกข้อสอบแนวปิซ่าได้ โดยจัดทำแอปพลิเคชั่นโดยนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือเอไอเข้ามาช่วย ซึ่งมีแผนพัฒนาเอไอในช่วงเดือนเมษายนนี้ ก่อนนำไปใช้ทดสอบกับกลุ่มผู้ใช้จริงในเดือนมิถุนายน
  3. โครงสร้างพื้นฐาน โดยมีการตรวจเช็กความพร้อมของอุปกรณ์สอบปิซ่า
  4. ระบบสนับสนุน โดยสร้างความรู้ความเข้าใจให้หน่วยงานในระดับบริหารเห็นความสำคัญ