เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
Biz Movement สาวงามจาก “โดมินิกัน” คว้า Miss World 2026 ‘น้ำผึ้ง กานต์ธีรา’ ทำดีที่สุดแล้วไม่ผ่านเข้ารอบ
งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
Biz Movement งามเป็นแก้วเป็นแสง “โอปอล สุชาตา” อำลา Miss World 2025 ในชุดผ้าไหมไทยจากแบรนด์ SIRIVANNAVARI
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ดูทั้งหมด

“มาร์ค” ไม่เห็นด้วย ใช้ ม.44 ยกเลิกไพรมารีโหวต อัดยุทธศาสตร์ชาติเขียนไม่ชัดเจน

18 มิ.ย. 2561 | 15:40น.

‘มาร์ค’ ไม่เห็นด้วย ใช้ ม.44 ยกเลิกไพรมารีโหวต แนะควรแก้กฎหมายด้วยกฎหมาย ยัน ปชป.พร้อมเดินหน้าทำไพรมารี ชี้ควรปลดล็อกให้ กกต.-พรรคการเมืองทำงานได้ ไม่แปลกใจ ‘เอนก’จะจับมือ พท.-นิรโทษกรรม อัดยุทธศาสตร์ชาติเขียนไม่ชัดเจน เชื่อมีการปรับแก้แน่

เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีการขอให้ใช้มาตรา 44 ยกเลิกการทำไพรมารีว่า ตนไม่นิยมเรื่องมาตรา 44 และไม่ค่อยแน่ใจว่าจะเป็นรูปแบบที่เหมาะสมหรือไม่ เพราะคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องแก้ด้วยหัวหน้าคำสั่ง คสช. ฉะนั้น เรื่องปลดล็อกก็ใช้ได้ เนื่องจากใช้มาตรา 44 สร้างไว้ แต่หากมาตรา 44 ไปใช้กับกฎหมายจะมีปัญหา เพราะกฎหมายอยู่ในขั้นตอนการทูลเกล้าฯ เป็นห่วงเวลาของการใช้พระราชอำนาจ ยังไม่มีใครบอกได้ว่ากฎหมายจะตราออกมาอย่างนี้ เพราะพระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจอาจจะยับยั้ง หรือเห็นชอบก็ตาม ดังนั้น เมื่อยังไม่เป็นกฎหมาย แล้วจะใช้มาตรา 44 ถ้ากฎหมายออกมา กลายเป็นว่ากฎหมายออกมาทีหลังมาตรา 44 ก็ต้องแก้คำสั่งอีก นี่คือความสับสนที่จะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นในมุมของตนที่จะไปแตะต้องเรื่องกฎหมายในขณะนี้ทำได้ยาก ถ้าจะทำได้คือเรื่องปฏิบัติ เช่นตอนนี้ทำอย่างไรให้พรรคหาสมาชิกได้ ทำกิจกรรมได้ เพื่อให้ระบบของพรรคมีความพร้อมมากที่สุด หรือปลดล็อกเพื่อให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำงานได้ ทั้งนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าถ้าให้เดินหน้าทำไพรมารี ปชป.เราทำเต็มที่

ส่วนที่นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ แกนนำก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ระบุว่า ไม่ขัดแย้งที่จะร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย (พท.) และจะทำกฎหมายนิรโทษกรรม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กลุ่มคนที่ไปทำพรรคนี้ส่วนใหญ่บอกว่าผลักดันการปฏิรูป และสู่กับระบอบทักษิณ แต่นายเอนกพูดเสมอว่าจะทำพรรคแบบลืมอดีต แต่ตอนนี้ท่าทีของนายเอนกบอกว่าพร้อมจะจับมือกับทุกพรรค พร้อมลืมอดีต และพูดถึงเรื่องนิรโทษกรรม ซึ่งก็ไม่น่าแปลกใจเพราะว่าในการทำงานของนายเอนก ที่ผ่านมาหลายสถานะ ก็ได้เสนอความคิดทำนองนี้ ฉะนั้น ก็อยู่ที่สมาชิก รปช.เองว่า เห็นด้วยหรือไม่ และการที่จะทำเรื่องนิรโทษกรรมหรือปรองดอง มันสลายขั้วหรือกลุ่มการเมืองจริงหรือไม่ ตนสนับสนุนให้นิรโทษกรรมคดีของประชาชนเล็กน้อย แต่ในเรื่องของบางคดีถ้าเรานิรโทษกรรมเหมือนกับเรากำลังส่งสัญณาณให้ใช้ความรุนแรง ในที่สุดก็ไม่มีความผิด หรือคดีทุจริต ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการเมืองแต่เป็นการปล้นทรัพยากรของแผ่นดิน เพียงเพราะเขามีอำนาจ อันนี้อันตรายมาก

นายอภิสิทธิ์ยังกล่าวถึงร่างยุทธศาสตร์ชาติว่า ตนไม่แน่ใจว่าคนที่บอกจะฉีกยุทธศาสตร์ อ่านและชี้ให้เห็นได้หรือไม่ว่า มีอะไรบางที่จำเป็นถึงขั้นตอนฉีก ถ้าเอา 6 ข้อที่เป็นยุทธศาสตร์ ตนไม่แน่ใจว่ามีตรงไหนที่เป็นปัญหา ส่วนเนื้อหาก็เป็นเรื่องแปลก ตนดูแล้วเขียนออกมาก็ไม่ค่อยเป็นยุทธศาสตร์ เพราะการเป็นยุทธศาสตร์ต้องมาจัดลำดับความสำคัญว่าต่อไปนี้ทิศทางจะเดินต้องไปอย่างนี้ ทรัพยากรที่ใช้ต้องไปอย่างนี้ และยุทธศาสตร์ 20 ปี ที่เขียนมาเหมือนนั่งไล่เรียงสิ่งที่อยากให้เกิด สิ่งที่อยากจะได้ และ 6 ข้อที่ว่าใครไม่อยากได้บ้าง แต่ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร และมีการบังคับกันจริงจังแค่ไหน ทำไมเราอยากได้ทุกอย่างแล้วไม่เอาทุกอย่าง คำตอบคือทรัพยากรไม่ได้มีทุกอย่างเราต้องเลือก และสิ่งที่อยากได้บางทีขัดกันเอง เช่นการลดความเหลื่อมล้ำ หรืออยากได้พลังงานสะอาด แต่รัฐบาลยังเดินหน้าทำพลังงานถ่านหิน หากทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน ถือว่าขัดยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ ตนถึงบอกว่าเขาพยายามเขียนให้กว้างเลยไม่ค่อยเป็นยุทธศาสตร์ สิ่งที่เป็นปัญหาคือถ้าเอามาเป็นเงื่อนไขทางการเมืองก็จะเกิดความยุ่งยากขึ้น

“สำหรับจุดยืน ปชป. ผมยืนยันว่าพรรคมีวิสัยทัศน์อนาคตของประเทศ เป็นไปได้ว่าเมื่อเข้าไปทำงาน หรือเมื่อนำเสนอนโยบายในการเลือกตั้ง บางเรื่องอาจจะถูกตีความว่าไม่ตรง ไม่อยู่ในยุทธศาสตร์ แต่ถึงขั้นจะขัดก็ยังไม่แน่ใจ เพราะถ้าเขียนกว้างแบบนี้ แต่ผมก็จะเสนอ ถ้าประชาชนเห็นพ้องก็ต้องพยายามไปปรับแก้ให้ไปด้วยกันได้ เพราะไม่ต้องการให้หลังการเลือกตั้งสังคมกลับสู่ความขัดแย้งทันที โดยเอารัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติมาเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้ ผมอยากเห็นรัฐบาลหลังการเลือกตั้งแก้ปัญหาของประชาชน เรียกศรัทธาให้กลับคืนสู่ฝ่ายการเมืองให้ได้เสียก่อน แล้วค่อยบอกกับประชาชนว่ามีความจำเป็นในการที่จะต้องแก้รัฐธรรมนูญ แก้ยุทธศาสตร์ชาติเพื่อให้เดินหน้าได้ดียิ่งขึ้นต่อไป ซึ่งในใจผมในที่สุดทั้งรัฐธรรมนูญและยุทธศาสตร์ชาติ คงต้องมีการปรับแก้แน่ แต่ไม่อยากให้สังคมกระโดดเข้าไป พอหลังการเลือกตั้งปุ๊บก็เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นสัญลักษณ์ความขัดแย้งรอบใหม่ สุดท้ายประชาชนคนไทยกับประเทศก็เสียโอกาสในเรื่องอื่นๆ อีก” นายอภิสิทธิ์กล่าว

 

 

ที่มา : มติชนออนไลน์