เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
Biz Movement “เศรษฐา” เคลื่อน “เสริมกล้า” ผนึกเอกชน แก้ปัญหานมล้นตลาดช่วยเกษตรกร
มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
Automotive มินิ เอซแมน คอลเล็กชั่นพิเศษ 
“นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
Biz Movement “นาคา ไอแลนด์ ภูเก็ต” จัดแคมเปญฉลองคริสตมาส-ปีใหม่ พร้อมกาลาดินเนอร์
ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
Tech ECOVACS ลุยงาน IFA Berlin 2026 โชว์นวัตกรรมหุ่นยนต์ดูแลบ้านอันดับ 1 ของโลก
“This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
Business “This is SQUID Brand” เบื้องหลังน้ำปลา กับเรื่องราวที่ ‘ตราปลาหมึก’ ไม่อยากให้หายไป
สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
Tech สารหล่อเย็น Data Center หมดสภาพแล้วไปไหน
‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
HR ‘โจ้-ธนา’ เปิดคอร์ส HRM² รุ่น 2 ให้เด็กสอนผู้ใหญ่ แก้โจทย์ Gen Z ลาออกไว
“น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
SD “น้ำมันพืชกุ๊ก” สร้างโรงเรือนนวัตกรรมสร้างคุณค่า Organic Waste ให้โรงเรียน
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Economic CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
ดูทั้งหมด

สจล. ประกาศเปิด ‘ศูนย์วิเคราะห์โครงสร้างรับแรงแผ่นดินไหว’ (K-EQSAN)

10 เม.ย. 2568 | 16:27น.

สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ประกาศเปิดตัว ศูนย์วิเคราะห์โครงสร้างรับแรงแผ่นดินไหว (K-EQSAN) ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยและวิเคราะห์โครงสร้างอาคารเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของอาคารทั่วประเทศ

แม้ประเทศไทยจะไม่ใช่พื้นที่ที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 8.2 ริกเตอร์ในเมียนมาเมื่อปี พ.ศ. 2568 ที่ส่งผลกระทบมายังกรุงเทพฯ ทำให้อาคารหลายแห่งสั่นสะเทือนและเกิดรอยร้าวสร้างความวิตกกังวลให้กับประชาชน จึงจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความปลอดภัยให้กับโครงสร้างอาคารในประเทศ

รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดี สจล. กล่าวว่า การจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์โครงสร้างรับแรงแผ่นดินไหว (KMITL Earthquake Structural Analysis Nexus หรือ K-EQSAN) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของสถาบันในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นในความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารภายใต้แรงแผ่นดินไหว ซึ่งจะช่วยลดความตื่นตระหนกของผู้ใช้งานอาคารและส่งเสริมการปฏิบัติตนอย่างถูกต้องในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ภายหลังจากแผ่นดินไหว ผู้ใช้งานอาคารก็ยังวิตกกังวลต่อกับรอยร้าวหลากหลายประเภทที่เกิดขึ้นกับตัวอาคาร ซึ่งถึงแม้ว่า รอยร้าวถ้าไม่ได้เกิดขึ้นกับโครงสร้างหลักนั้น จะไม่จำเป็นต้องกังวลมาก แต่ความไม่แน่ใจของผู้ใช้อาคารก็ยังคงมีอยู่ ดังนั้น สจล. ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในด้านโครงสร้างภายใต้แรงแผ่นดินไหวโดยตรง จะเป็น ศูนย์กลางด้านการวิเคราะห์โครงสร้างภายใต้คลื่นแผ่นดินไหว เสนอแนวทางการป้องกัน รวมทั้งการเสริมกำลังให้กับตัวอาคาร และถ่ายทอดองค์ความรู้ สร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทยได้ในวงกว้าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัฎฐ์ดนัย สินสมุทรผดุง ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สจล. กล่าวถึง หลักการออกแบบโครงสร้างรับแรงแผ่นดินไหวว่า โครงสร้างภายใต้แรงแผ่นดินไหวนั้น ย่อมเกิดความให้เสียหายได้ แต่ต้องไม่พังทลาย พร้อมยกตัวอย่าง ความสำคัญของความเหนียว (Ductility) ของโครงสร้าง ซึ่งจะสามารถทำให้ผู้ใช้งานอาคารมีเวลาในการหลบหนีออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย

ดังนั้น ถ้าผู้ใช้งานอาคารมีความเชื่อมั่นว่า ภายใต้แรงแผ่นดินไหวอาคารอาจจะมีความเสียหายแต่ไม่พังทลายทันที ก็จะสามารถปฏิบัติตัวภายใต้สถานการณ์แผ่นดินไหวและสามารถหลบหนีออกจากอาคารได้อย่างปลอดภัย

การที่จะสร้างความมั่นใจดังกล่าวนั้น จริง ๆ แล้วมีองค์ความรู้และนวัตกรรมอยู่หลายประเภทที่สามารถทำได้ เช่น การเพิ่มความเหนียว (Ductility) ของอาคารด้วยเหล็กปลอก, ชิ้นส่วนสลายพลังงาน (Damper) และระบบแยกฐานอาคาร (Isolator) ซึ่งปัจจุบัน เทคโนโลยีดังกล่าวยังมีราคาที่สูง อีกทั้ง การติดตั้งจำเป็นต้องมีการวิเคราะห์อย่างชัดเจนเพื่อให้นวัตกรรมดังกล่าวทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Advertisement

ดังนั้น ศูนย์ K-EQSAN จะรับบทบาทในการวิเคราะห์อาคารด้วยคลื่นแผ่นดินไหวโดยตรง ผู้ที่สนใจสามารถนำแบบก่อสร้างอาคารมาให้ศูนย์วิเคราะห์ได้ว่า โครงสร้างจะสามารถรับแรงแผ่นดินไหวในอนาคตได้หรือไม่ และถ้าอาคารมีโอกาสที่จะเสียหายก็จะสามารถแนะนำแนวทางและตำแหน่งของการเสริมกำลังให้ได้ นอกจากนี้ สำหรับอาคารที่มีอายุมากและไม่มีแบบก่อสร้าง ทางศูนย์ก็สามารถจัดหาทีมงานในการสำรวจโครงสร้างเพื่อสร้างแบบจำลองได้เช่นเดียวกัน

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาณุมาศ ไทรงาม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. กล่าวถึง ในปัจจุบัน นวัตกรรมป้องกันแผ่นดินไหว ยังมีราคาที่สูง ดังนั้น สจล. จึงได้พัฒนานวัตกรรมดังกล่าวจากวัสดุในประเทศ ซึ่งรวมไปถึงวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อให้นวัตกรรมดังกล่าวสามารถเข้าถึงได้อย่างสมบูรณ์ภายในประเทศไทย

ยกตัวอย่าง เช่น ชิ้นส่วนสลายพลังงานจากแรงเสียดทาน (Friction Damper) ซึ่งผลิตโดยวัสดุในประเทศ, การเสริมกำลังของเสาเพื่อรับแรงแผ่นดินไหวโดยใช้เส้นใยธรรมชาติ เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการแสดงตัวอย่างผลการวิเคราะห์โครงสร้างด้วยคลื่นแผ่นดินไหว ซึ่งผลการวิเคราะห์สามารถระบุตำแหน่งของความเสียหายในอาคารได้ และยังสามารถทำการทดลองเสริมกำลังด้วยชิ้นส่วนสลายพลังงานลงไปแบบจำลองอาคารเพื่อยืนยันประสิทธิภาพของชิ้นส่วนได้อีกด้วย

ด้วยองค์ความรู้และเทคโนโลยีเหล่านี้ ศูนย์ K-EQSAN สจล. มุ่งหวังสร้างความมั่นใจให้กับเจ้าของอาคาร ผู้ใช้อาคาร และพร้อมให้คำปรึกษาแนวทางการเสริมกำลังโครงสร้างโดยผู้เชี่ยวชาญ จากที่กล่าวมาทั้งหมดอาจสรุปวิธีการป้องกันแก้ไขได้ 3 ขั้นตอน

3 วิธีป้องกันแก้ไขแผ่นดินไหว

1.การออกแบบการก่อสร้างป้องกันอาคารรองรับแรงสั่นสะเทือน โดยมีผลงานวิจัยที่ชื่อว่า ตัวสลายพลังงาน (แดมเปอร์) ชนิดแรงเสียดทานด้วยวัสดุทางธรรมชาติเพื่อความยั่งยืน (Friction Dampers using Natural Sustainable Material) ซึ่งคุณสมบัติในการเพิ่มค่าความหน่วง (damping ration) เพื่อสลายพลังงานแผ่นดินไหวที่กระทำต่ออาคาร มีค่าสัมประสิทธิ์เสียดทานคงที่ประมาณ 0.50-0.75 มีความคงทนต่อการใช้งาน และในกรณีที่ถูกใช้งานจากแรงแผ่นดินไหวกระทำซ้ำ ๆ สามารถเปลี่ยนแผ่นแรงเสียดทาน (friction pad) ได้ง่าย

2.การออกแบบเสริมกำลังอาคาร โดยมีผลงานวิจัยเรื่อง “การเสริมกําลังโครงสร้างคอนกรีตด้วยเส้นใยธรรมชาติ (Strengthening concrete structure with fiber jacketing) ซึ่งคอนกรีตด้วยเส้นใยธรรมชาติมีคุณสมบัติที่สำคัญคือสามารถเปลี่ยนรูปแบบการวิบัติของอาคารจากเดิมคือ brittle failure (การวิบัติแบบเปราะ, แบบฉับพลันทันที) เป็น ductile failure (แบบเหนียว, แบบชะลอ)

ซึ่งเป็นการวิบัติแบบที่ผู้อาศัยเห็นสัญญาณเตือนก่อนและมีเวลาหนีออกจากอาคารได้มากขึ้น สามารถเพิ่มกำลังการรับแรงอัดคอนกรีต (compressive strength) ได้ ประมาณ 10-20% จากกำลังของคอนกรีตเดิม และสามารถเพิ่มความเหนียว (Ductility) ให้กับโครงสร้างคอนกรีตได้ประมาณ 1.5-2 เท่าของความเหนียวเดิม

3.การซ่อมแซมแก้ไขตัวอาคารหลังจากแผ่นดินไหว หรือแรงสั่นสะเทือน ทั้งนี้การแก้ไขต้องเป็นไปตามหลักของวิศวกร และผู้เชี่ยวชาญที่วางแผนและปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสมกับแต่ละอาคารที่มีลักษณะแตกต่างกันไป

การจัดตั้งศูนย์วิเคราะห์โครงสร้างรับแรงแผ่นดินไหว (K-EQSAN) ถือเป็นก้าวสำคัญของ สจล. ในการเสริมสร้างความตระหนักรู้และความมั่นใจในความปลอดภัยของโครงสร้างอาคารทั่วประเทศ ศูนย์พร้อมให้คำปรึกษาในด้านการเสริมกำลังให้กับอาคารและโครงสร้างทุกประเภท

นอกจากนี้ ศูนย์ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมการป้องกันแผ่นดินไหวที่มีราคาย่อมเยา โดยใช้วัสดุภายในประเทศและวัสดุจากธรรมชาติ เพื่อให้เจ้าของอาคารสามารถเข้าถึงและนำไปใช้ได้อย่างทั่วถึง ทั้งนี้ ศูนย์ยังครอบคลุมการให้บริการในการวิเคราะห์อาคารภายใต้ภัยพิบัติอื่น ๆ เช่น พายุ เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับโครงสร้างอาคารในทุกสถานการณ์