‘กอบศักดิ์’ แนะจับตาบทบาท Scott Bessent รมต.คลังสหรัฐ เชื่อมีส่วนหารือ “ปธน.ทรัมป์” ยอมกดปุ่ม PAUSE 90 DAYS ทำให้ตลาดทุน โดยเฉพาะตลาดพันธบัตรนิ่งลง แนะจับตาจะเป็นหัวหอกสำคัญในการกำหนดนโยบายของสหรัฐต่อการเจรจาการค้าระหว่าง 90 วันนี้
ดร.กอบศักดิ์ ภูตระกูล กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ และประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) โพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Kobsak Pootrakool กรณีที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีตอบโต้สงครามการค้า เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2568 ทำให้ได้รับผลกระทบไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยที่โดนภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariffs) ในอัตรา 36% มีผลเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 โดยระบุว่า
โชคดีที่ President Trump มี Bessent !!!
อยากให้ทุกคนจำชื่อนี้ไว้ Scott Bessent รมต.คลังสหรัฐ
เมื่อ 1 สัปดาห์ที่แล้ว สหรัฐเผชิญปัญหาตลาดทุนครั้งสำคัญ ทั้งในส่วนของตลาดหลักทรัพย์ ที่ดัชนีต่าง ๆ ลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างน่าใจหายทั้งโลก
โดยในระยะเวลาสั้น ๆ เพียง 3 วัน
หลังจากการประกาศ Reciprocal Tariffs เมื่อเย็นวันที่ 2 เมษายน
Dow Jones ลดลงจาก 42,225 เหลือ 37,223 หรือ -11.8%
Nasdaq ลดลงจาก 17,604 เหลือ 15,267 หรือ -13.3%
ระหว่างวันเหมือนโดนพายุแกว่งไปมา ขึ้นลงอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อย ๆ จากการตอบโต้ไปมาของจีนและสหรัฐ
แต่เมื่อลดลงมาถึงระดับหนึ่ง สถานการณ์ของตลาดหลักทรัพย์ก็เริ่มนิ่งขึ้น จากที่เหวี่ยงไปมาได้ถึง 1,000-2,000 จุด เหลือตกเพียงวันละ 400-500 จุด ทำให้ President Trump คงมองว่า “เลือดกำลังหยุดไหล”
อดทนอีกเล็กน้อยก็คงจะผ่านไปได้
จุดเปลี่ยนในตลาดทุนเกิดขึ้นในช่วงวันที่ 7-8 เมษายน
แต่ไม่ใช่ในตลาดหลักทรัพย์
จุดเปราะบางที่ทำให้ President Trump ยอมกดปุ่ม PAUSE 90 DAYS มาจากตลาดพันธบัตรรัฐบาลที่ในระยะเวลาสั้นเพียง 2.5 วัน
เช้า 7 เมษายน ถึงกลางวัน 9 เมษายน (จุดที่สหรัฐยอมกลับลำ)
ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาว 30 ปี เพิ่มขึ้นจาก 4.3267% เป็น 4.9689% หรือ 0.6422% ทำให้ผู้ถือพันธบัตรนี้เสียหายไป -9.1% ณ จุดนี้ สหรัฐมีเพียง 2 ทางเลือก
(1) ยืนหยัด ดื้อที่จะเดินหน้าต่อไปตามที่ตั้งใจไว้ กับนโยบาย Reciprocal Tariffs ที่เคยแจ้งไว้ว่ารอบนี้จะไม่มี Flexibility จะไม่กลับไปกลับมา แล้วดูว่าตลาดจะทนต่อแรงกระแทกจากการตื่นกลัว Exit ของนักลงทุนไหวไหม
หรือ (2) หาทางออกที่จะ Calm Market ให้นิ่งลง
ในเช้าวันดังกล่าว เมื่อเหตุการณ์เริ่มคับขันขึ้น
ข่าวบอกว่า President Trump หารือกลุ่มเล็ก 3 คนกับ รมต.พาณิชย์ Howard Lutnick และ รมต.คลัง Scott Bessent ก่อนตัดสินใจครั้งใหญ่ในเรื่องนี้
ในการหารือดังกล่าว โชคดีที่สหรัฐมี รมต.คลัง ชื่อ Scott Bessent จากประสบการณ์ที่เขาเคยทำงานในตลาดทุนยาวนานกว่า 40 ปี มี Hedge Fund ของตนเองชื่อ Key Square Capital Management เคยเป็น Chief Investment Officer ของ Soros Fund Management ร่วมในการโจมตีค่าเงินปอนด์ในปี 1992 กำไรไป 1.5 พันล้านดอลลาร์ในเวลาสั้น ๆ เป็น Specialist on Currency and Fixed Income หรืออัตราแลกเปลี่ยนและตลาดพันธบัตร
มีนักลงทุนชื่อดัง Jim Rogers เป็น Mentor คนแรกในโลกการเงิน
ประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เขามองออกว่า
สิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดพันธบัตรสหรัฐในระหว่างวันที่ 7-9 เมษายน ไม่ปกติ สถานการณ์แบบนี้น่ากังวลใจ
ถ้าปล่อยไปสามารถลุกลามเสียหายเป็นวงกว้างได้ เหมือนกรณี Liz Truss ของอังกฤษ
จากนโยบายการลดภาษีเกินตัวอย่างไม่รับผิดชอบที่ตลาดกังวลใจ
ทำให้ดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษ 30 ปีเพิ่มจาก 3.413% ตั้งแต่รับตำแหน่งเป็น 4.988% ในช่วงเวลาสั้น ๆ เพียง 20 วัน
สุดท้าย รมต.คลังต้องลาออก และรัฐบาล Liz Truss ล่ม
กรณีสหรัฐเช่นกัน พันธบัตรถูกนักลงทุนขาย ราคาตกไปแล้ว -9% ใน 2 วัน
ถ้าไม่จัดการแต่เนิ่น ๆ ปัญหาจะลุกลาม เอาไม่อยู่ การจะดื้อยืนยันทำต่อไม่ใช่คำตอบ ทางออกที่เหมาะสมก็คือ PAUSE 90 วัน เอาหนามที่ทิ่มแทงตลาดออกไปก่อน เพื่อให้สถานการณ์กลับมาเป็นปกติ
ทั้งหมดนี้ ถ้าไม่ใช่ผู้ที่เข้าใจตลาดอย่างดียิ่งคงยากที่จะเปลี่ยนใจ President Trump
ภายใต้การส่งเสริมของกลุ่มที่เชื่ออย่างยิ่งเรื่อง Tariffs นับว่าตลาดพันธบัตรสหรัฐ โชคดีที่มี Bessent อยู่ตรงนั้น
เมื่อตกลงใจ รมต.ทั้งสองนั่งอยู่ระหว่าง President Trump เขียนเรื่องนี้ลง Truth Social
หลังจากนั้น Bessent และโฆษกรัฐบาลสหรัฐก็ออกมาให้ข่าวที่สนามหญ้าหน้าทำเนียบขาวว่า
“ที่ทำมาเป็น Successful Negotiating Strategy” เร่งให้ประเทศต่าง ๆ เข้ามาเจรจากับสหรัฐ ล่าสุดมีติดต่อมาแล้ว 75 ประเทศ
ในช่วงต่อไป อย่าลืมตาม รมต.ท่านนี้นะครับ
จะเป็นคนสำคัญในการกำหนดนโยบายของสหรัฐต่อไป เป็นหัวหอกสำคัญในการเจรจาการค้าระหว่าง 90 วันนี้ และเป็นคนสำคัญที่จะ Calm Market ประคับประคอง ดูแลตลาดทุน ตลาดการเงิน ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน
ให้ผ่านช่วงคับขันนี้ไปได้
ปล : ล่าสุด ตลาดต่าง ๆ เริ่มนิ่งขึ้น ยกเว้นค่าเงินสหรัฐลงมาที่ 99.66 สอดรับกับความเห็นของที่ปรึกษาท่านประธานาธิบดี ที่อยากให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อน
สำหรับที่คนกังวลใจว่าจีนจะเร่งขายพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ เพื่อเป็นการตอบโต้รัฐบาลสหรัฐนั้น จากข้อมูลพบว่ารัฐบาลจีนมีอยู่ประมาณ 0.75 ล้านล้านดอลลาร์ หรือแค่เพียง 2.5% ของตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐมีขนาดถึง 30 ล้านล้านดอลลาร์
