เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
Biz Movement เนเน่ฟัง “เนเน่นายแน่มาก” แล้วน้ำตาไหล เผยพรีเซนเตอร์ 10 ตัวไม่เกินจริง
ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
News ทรงห่วงใย ถุงยังชีพพระราชทานถึงมือผู้ประสบอุทกภัยอีก 200 ชุด
หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
Economic หนทางไกล ‘ประเทศรายได้สูง’ แผน 14 สร้าง ‘บุญใหม่’ เศรษฐกิจไทย
ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
การศึกษา ไทย-ญี่ปุ่น จับมือหา New Engine of Growth นอกรอบ STS forum
เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
SD Talk เลิกดับไฟรายวัน หันมาแก้ปัญหาที่ต้นตอ
‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
Biz Movement ‘ไทยเบฟ’ โชว์ศิลปะเยาวชนสู่สายตานานาชาติ-ประชุม IMF
14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
SD 14 องค์กรธุรกิจ ร่วมใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
Economic Infineon ปักหมุดไทย เป็นฐานใหญ่ผลิตชิปป้อนโลก
วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
Columns วิสัยทัศน์ใหญ่ กับเมืองที่กำลังจม
เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
Biz Movement เอกชนจัดแห่ใหญ่ ประชาชนสู้แดดรอต้อนรับ “เนเน่ นายแน่มาก”
ดูทั้งหมด

สรุปไทม์ไลน์ ‘มหาวิทยาลัยศูนย์เหรียญ’ หลังโดนแฉถูกควบคุมด้วยทุนจีน

22 เม.ย. 2568 | 15:01น.

สรุปไทม์ไลน์รายงานข่าว มหาวิทยาลัยสงฆ์แห่งหนึ่งในจังหวัดลำพูนออกวีซ่านักศึกษาให้วิศวกรชาวจีนเข้าไปทำงานในกรุงเทพฯ เริ่มต้นจากใคร และจดหมายชี้แจงล่าสุดจากมหาวิทยาลัย หลังผู้ว่าฯลำพูนสั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง

เรื่องราวมหากาพย์มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศไทยที่ถูกกล่าวอ้างว่าเป็น “มหาวิทยาลัยศูนย์เหรียญ” ที่เปิดหลักสูตรเพื่อออก VISA นักศึกษาให้กับวิศวกรชาวจีน ให้มาทำงานในประเทศไทย โดยหลบเลี่ยงการขอใบอนุญาตทำงาน และใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เริ่มต้นมาจากนายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ใจความว่า

จีนถือหุ้นไขว้บริษัทไทยมากกว่าครึ่ง

มีรายงานความกังวลที่มีต่อคุณภาพทางการศึกษา และวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่กำลังตกอยู่ในเงื้อมมือของกลุ่มทุนจีน มีลักษณะจัดตั้งกลุ่มบริษัทในเครือมาถือหุ้นข้ามกันไปมา เพื่อให้มหาวิทยาลัยนี้เป็นของคนไทยตามทางนิตินัย แต่ในทางพฤตินัยแล้วเป็นของคนจีน

จากสัดส่วนการถือหุ้นตามตัวอย่างและสมมติชื่อบริษัทให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า มหาวิทยาลัยแห่งนี้ถือหุ้นโดยบริษัท กุ๊กกู๋ จำกัด ซึ่งบริษัทนี้ถูกถือหุ้นโดยบริษัท กุ๊กกู๋โฮลดิ้ง 99.99% โดยมีคนไทยที่ชื่อว่า นางไก่ ถือหุ้นร่วมเพียงแค่ 2 หุ้น (0.01%)

ขณะที่โครงสร้างหุ้นของบริษัท กุ๊กกู๋โฮลดิ้ง ถือหุ้นโดย 1.บริษัท หมี จำกัด 48% 2.นายหลี่ (ชาวจีน) 49%  3.บริษัท กุ๊กกู๋ จำกัด 2% และ 4.นางไก่ (ชาวไทย) 1%

โดยที่บริษัท หมี จำกัด ก็ถือหุ้นโดยนายหลี่ (ชาวจีน) 49% บริษัท กุ๊กกู๋ จำกัด 30% และนางไก่ (ชาวไทย) 21% ซึ่งตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 บริษัทจะถือเป็น “ต่างด้าว” ก็ต่อเมื่อมีคนต่างด้าวถือหุ้นรวมกันตั้งแต่ 50% ของทุนทั้งหมด แต่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะใช้หลัก “การถือหุ้นทางตรง” ในการพิจารณาเป็นหลัก

ซึ่งในกรณีที่ถือหุ้นไขว้กันไปมาของบริษัทในเครือไม่นับเป็นบริษัทต่างด้าว แต่หากคำนวณแล้วก็จะพบว่าชาวจีนถือหุ้นของบริษัทในเครือทั้งหมดมากกว่า 50% นอกจากนี้ ยังมีประเด็นข้อสงสัยของมหาวิทยาลัยแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรการเรียนการสอน กระบวนการปั้น QS Ranking เวลาเปิดเรียน-สอน รายชื่ออาจารย์ และการบริหารเงินของมหาวิทยาลัย

โดยที่มีประเด็นสำคัญที่สุดคือ มีการเปิดหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิตที่อาจเป็นวัตถุประสงค์แอบแฝงในการเป็นช่องทางในการออก VISA นักศึกษาให้กับวิศวกรชาวจีนให้มาทำงานในประเทศไทย โดยหลบเลี่ยงการขอใบอนุญาตทำงาน และใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

เพจดังใบ้ชื่อ-จังหวัด

หลังจากนั้นก็ได้มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ CSI LA ที่เคยปลุกกระแสโครงการก่อสร้างสำนักงานของรัฐไทยที่รับเหมาโดยบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์ 10 ออกมาโพสต์ถึงเรื่องนี้เช่นเดียวกัน ในแนวของการบอกใบ้ชื่อมหาวิทยาลัยและชื่อจังหวัดในประเทศ

ข้อความระบุว่า “วงในเผยจีนจำนวนมากใช้วีซ่า นศ.จากวิทยาลัยจุ… ลำพูนต่อวีซ่าที่ ตม. ก่อนกระจายเข้าไซต์งานทั่วประเทศหัวละ 10,000 บาท มีรถตู้รับ-ส่งครบวงจร คนพวกนี้ไม่ได้มาเรียน แต่เข้ามาทำงานผิดกฎหมายแบบเต็มระบบ”

ผู้ว่าฯ สั่งลงพื้นที่สอบข้อเท็จจริง

ซึ่งหลังจากมีการออกมาพูดของทั้งนายวิโรจน์และเพจดัง ทำให้ประชาชนบนโลกออนไลน์ออกมาเรียกร้องให้ตำรวจเข้าไปตรวจสอบเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน และก็ได้มีการเปิดเผยชื่อว่าเป็นวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย จังหวัดลำพูน

ล่าสุดมหาวิทยาลัยก็ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้ และบอกว่าทางวิทยาลัยสงฆ์ลำพูนได้รับการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานต่าง ๆ ตามคำสั่งของผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา และได้ทำจดหมายชี้แจง ระบุว่า

1.วิทยาลัยสงฆ์ลำพูน มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ภายใต้การดำเนินงานของศูนย์ภาษาวิทยาลัยสงฆ์ลำพูน เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรการสอนภาษาเพื่อการเรียนรู้วิถีวัฒนธรรมไทย ซึ่งมีหลักสูตรระยะสั้น 180 ชั่วโมง ทั้ง 4 ทักษะ รายวิชานี้มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะทั้งหมด 8 ทักษะ หลักคือการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน เพื่อบริการวิชาการแก่ชาวต่างชาติ

ซึ่งมีกระบวนการในการรับสมัครผู้เรียนตามระเบียบของมหาวิทยาลัย และได้ดำเนินการตรวจสอบเอกสารการสมัครเรียนอย่างรอบคอบ เมื่อได้เข้าศึกษาในหลักสูตรนั้นแล้ว ทางวิทยาลัยได้ออกหนังสือรับรองความเป็นนักศึกษาให้แก่ผู้เรียนชาวต่างชาติ เพื่อยื่นเสนอขออนุญาตการตรวจลงตราในหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จังหวัดลำพูน

2.ในระหว่างการเรียนการสอน วิทยาลัยสงฆ์มีการตรวจสอบรายชื่อผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ได้รายงานให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูนเป็นประจำสัปดาห์ และรายงานให้ทราบประจำทุกเดือน

ทางวิทยาลัยสงฆ์ลำพูนได้ทำบันทึกข้อตกลง (MOU) กับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูน ว่าด้วยเรื่องการควบคุมตรวจสอบบุคลากรต่างด้าว หากพบว่าผู้เรียนชาวต่างชาติไม่เข้าเรียนตามหลักสูตรหรือไม่ สามารถติดต่อได้ ทางวิทยาลัยจะรายงานให้สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูนทราบ เพื่อระงับหนังสือเดินทาง (วีซ่า) ของนักศึกษารายดังกล่าวเป็นรายกรณีไป

ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดลำพูนได้เข้ามาตรวจสอบมาตรฐานของการจัดการหลักสูตร และมีหลักฐานยันยืนการตรวจสอบอย่างชัดเจนเพื่อให้การจัดการนักศึกษาต่างชาติเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ

3.วิทยาลัยสงฆ์ไม่มีการดำเนินด้านการขอต่อวีซ่าให้กับผู้เรียน หรือเรียกรับเงินการขอเปลี่ยน/ต่อวีซ่าจากชาวต่างชาติ และไม่มีการจัดหารถตู้รับ-ส่งแต่อย่างใด หากจะสมัครเรียนในหลักสูตรต้องมาสมัครด้วยตนเอง และดำเนินการลงทะเบียนเรียนตามระเบียบของมหาวิทยาลัย

4.วิทยาลัยสงฆ์ไม่ทราบและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระจายเข้าไซต์งานทั่วประเทศของคนจีน หรือชาวต่างชาติตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด

(เครดิตภาพ มหาจุฬาฯลำพูน มจร.ลำพูน)