เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่นครพนม ให้คำปรึกษาด้านแรงงาน เชื่อมครม.สัญจร

28 เม.ย. 2568 | 13:09น.

“พิพัฒน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่นครพนม ตรวจงานแรงงาน หนุนอาชีพอิสระ-สร้างรายได้ยั่งยืน เสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน เชื่อมการประชุม ครม.สัญจร

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วยนายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน นำคณะผู้บริหารระดับสูงลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ตรวจราชการด้านแรงงานอย่างเข้มข้น ในโอกาสการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) เพื่อเสริมความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานรากของภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 2 (นครพนม มุกดาหาร และสกลนคร) โดยมี ศักดิ์วิวัฒน์ คำป้อง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองย่างชิ้น ร่วมด้วย

พิพัฒน์กล่าวว่า วันนี้ได้ตรวจเยี่ยมการส่งเสริมกลุ่มอาชีพ พบปะเครือข่ายแรงงาน และอาสาสมัครแรงงานในพื้นที่ พร้อมรับฟังปัญหา ข้อเสนอแนะ และให้คำปรึกษาด้านแรงงานโดยตรง เพื่อให้การดูแลแรงงานจังหวัดเป็นไปอย่างใกล้ชิด

หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการเยี่ยมชม “กลุ่มจักสานบ้านนาหัวขัวใต้” ตำบลหนองย่างชิ้น อำเภอเรณูนคร ซึ่งเป็นกลุ่มอาชีพอิสระที่มีสมาชิกกว่า 40 ครัวเรือน ใช้แนวคิดการปลูกไผ่หมุนเวียนเพื่อลดต้นทุนวัตถุดิบ และสร้างผลิตภัณฑ์จักสานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามแนวทาง BCG Model

ผลจากการพัฒนานี้ทำให้สมาชิกมีรายได้เสริมเฉลี่ย 7,000-8,000 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ สำนักงานจัดหางานจังหวัดนครพนมยังได้เข้ามาสนับสนุนการเข้าถึงกองทุนส่งเสริมอาชีพอิสระวงเงินสูงสุด 300,000 บาท เพื่อขยายธุรกิจและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจในท้องถิ่น

ข้อมูลสถานการณ์แรงงานเด่น

จากข้อมูลสถานการณ์แรงงานจังหวัดนครพนม พบว่ามีแรงงานอิสระกว่า 210,000 คน และแรงงานผู้มีงานทำรวมกว่า 272,000 คน ขณะที่แรงงานต่างด้าวในระบบมีประมาณ 2,123 คน และแรงงานในระบบประกันสังคมรวมกว่า 63,000 คน ครอบคลุมมาตรา 33, 39 และ 40

นายพิพัฒน์เน้นย้ำว่ากระทรวงแรงงานมีเป้าหมายผลักดันให้แรงงานอิสระเข้าถึงการส่งเสริมอาชีพ พัฒนาทักษะ และสิทธิประโยชน์ทางสังคมอย่างทั่วถึง รวมถึงเชื่อมโยงโอกาสทางการตลาด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานในพื้นที่นครพนม สกลนคร และมุกดาหารอย่างเป็นรูปธรรม

“แรงงานอิสระต้องได้รับการสนับสนุนให้มีรายได้มั่นคง พร้อมต่อยอดสู่อาชีพที่ยั่งยืนในท้องถิ่นของตนเอง” พิพัฒน์กล่าว