Skip to content

ก่อวินาศกรรมทางไซเบอร์ ? ยุโรปไฟดับครั้งใหญ่ ความโกลาหลที่ยังชี้นิ้วโทษกันไปมา

29 เม.ย. 2568 | 09:30น.
ก่อวินาศกรรมทางไซเบอร์ ? ยุโรปไฟดับครั้งใหญ่ ความโกลาหลที่ยังชี้นิ้วโทษกันไปมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าหลายประเทศยุโรปเผชิญเหตุไฟฟ้าดับปริศนา ภายหลังระบบไฟยุโรปล่มกะทันหัน ทำให้ไฟฟ้าประมาณ 100,000 เมกะวัตต์ทั่วยุโรปดับลง ล่าสุดเมื่อช่วงดึกของวันจันทร์ที่ 28 เมษายน ไฟฟ้าเริ่มกลับมาใช้ได้แล้วในบางพื้นที่ของสเปนและโปรตุเกสที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด กระนั้นสาเหตุเบื้องหลังยังไม่กระจ่างในทันที

ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ย้อนไปเมื่อช่วงสายของวันจันทร์ 28 เมษายน เวลาท้องถิ่น หลายพื้นที่ของคาบสมุทรไอบีเรียที่ตั้งของสเปนและโปรตุเกสเกิดเหตุไฟฟ้าดับ ทำให้พื้นที่ส่วนใหญ่ของสองประเทศเป็นอัมพาต เครื่องบินยังขึ้นบินไม่ได้ ขนส่งสาธารณะหยุดชะงักงัน และโรงพยาบาลระงับการปฏิบัติงานประจำวันชั่วคราว

ตั้งแต่ถนนที่พลุกพล่านของกรุงมาดริดไปจนถึงใจกลางเมืองบาร์เซโลนา เมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศหยุดชะงัก สัญญาณไฟจราจรหยุดทำงาน รถไฟใต้ดินหยุดให้บริการ และคนทยอยเดินออกจากร้านค้าและสำนักงานด้วยความมึนงงสับสนและต้องการคำตอบ แม้แต่กิจกรรมสำคัญ ๆ เช่น การแข่งขันเทนนิสมาดริดโอเพ่น (Madrid Open) ก็ต้องหยุดชะงักเช่นกัน

กระทรวงกิจการภายในสเปนประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติ พร้อมนำกำลังตำรวจเฝ้าระวังตามจุดต่าง ๆ ทั่วประเทศเพื่อรักษาความเรียบร้อย ขณะที่คณะรัฐมนตรีสองประเทศเรียกประชุมฉุกเฉิน เนื่องจากไฟฟ้าดับในระดับนี้ถือว่าเกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่งในยุโรป

นายเปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปนระบุภายหลังการหารือกับมาร์ก รุตเต้ เลขาธิการองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือนาโต้ว่า สเปนสูญเสียการผลิตไฟฟ้าไป 15 จิกะวัตต์ในเวลา 5 วินาที ซึ่งเทียบเท่ากับ 60% ของความต้องการไฟฟ้าในประเทศ ช่างเทคนิคกำลังพยายามหาสาเหตุว่าเหตุใดการผลิตไฟฟ้าจึงลดลงกะทันหันเช่นนี้ได้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี และอันดอร์ราเผชิญไฟฟ้าดับเช่นกัน

ไม่ใช่แค่สเปนและโปรตุเกสบนคาบสมุทรไอบีเรียเท่านั้น พื้นที่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศสบางส่วนก็เกิดไฟฟ้าดับชั่วคราวเช่นกัน โดยเฉพาะบริเวณใกล้ชายแดนสเปน ทางการฝรั่งเศสดำเนินการอย่างรวดเร็ว โดยพยายามเปลี่ยนเส้นทางไฟฟ้าเพื่อช่วยเหลือชาติเพื่อนบ้าน การดำเนินการอย่างรวดเร็วช่วยหยุดสถานการณ์ไม่ให้แย่ลงได้ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าระบบไฟฟ้ายุโรปในปัจจุบันเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมากแค่ไหน

เยอรมนีและอิตาลีประสบปัญหาไฟฟ้าดับเพียงระยะสั้น ๆ แม้ว่าจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าก็ตาม ในพื้นที่อันดอร์ราซึ่งอยู่ระหว่างฝรั่งเศสและสเปน ชาวบ้านก็พบว่าไม่มีไฟฟ้าใช้ในบางช่วงของวันเช่นกัน

ควรสังเกตว่า แม้ว่าประเทศเหล่านี้จะไม่ได้รับผลกระทบรุนแรงเท่ากับสเปนและโปรตุเกส แต่ผลกระทบยังคงส่งผลกระทบต่อระบบต่าง ๆ ของประเทศ ทำให้เกิดปัญหาเล็กน้อยแต่สำคัญ

สาเหตุไฟฟ้าดับ

เบื้องหลังของเหตุการณ์ไฟฟ้าดับในหลายประเทศยุโรปยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงสืบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงอยู่

1) รายงานเบื้องต้นชี้ให้เห็นถึงปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศที่หายาก ซึ่งก็คือ ‘แรงสั่นสะเทือนของบรรยากาศ’ ที่อาจส่งผลกระทบต่อสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเหนือสเปน แต่ยังไม่มีการยืนยันใด ๆ

2) สิ่งหนึ่งที่ทางการยังไม่สรุปในขณะนี้ คือการโจมตีทางไซเบอร์ ทั้งผู้นำสเปนและโปรตุเกสต่างก็ออกมาชี้แจงอย่างรวดเร็วว่าไม่มีหลักฐานใด ๆ ของการเล่นสกปรก ขณะที่การสอบสวนจะยังดำเนินต่อไป

นายลูวิช มงตึเนกรู นายกรัฐมนตรีโปรตุเกสระบุว่า ไม่มีการชี้ชัดลงไป ว่าการโจมตีทางไซเบอร์เป็นสาเหตุให้ไฟดับในครั้งนี้ ซึ่งในโปรตุเกสเริ่มดับเมื่อเวลาราว 10.33 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช (ราวเวลา 17.33 น. ของวันที่ 28 เมษายน เวลาไทย)

สาเหตุยังไม่ชัดเจน โปรตุเกสชี้ว่าต้นตอปัญหาเกิดจากในสเปน และสเปนโทษไปที่การเชื่อมต่อไฟฟ้ากับฝรั่งเศสที่เสียหาย

นายซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปนระบุว่า ทางสเปนกำลังหาสาเหตุและเหตุผลเบื้องหลัง โดยระดมทุกสรรพกำลังเพื่อแก้ปัญหานี้

“อาจมีสาเหตุนับพันสาเหตุ จึงยังเร็วเกินไปที่จะประเมินสาเหตุ” นายจัว คอนซีโก สมาชิกบอร์ดบริหารของ REN ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่งไฟฟ้าในโปรตุเกสกล่าว พร้อมเสริมว่า REN ได้ติดต่อกับสเปนแล้ว และ REE ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการระบบส่งไฟฟ้าของสเปนโทษว่าการเชื่อมต่อกับฝรั่งเศสล่มเป็นเหตุให้เกิดผลกระทบตามมา

“ระดับของการสูญเสียพลังงานนั้นเกินกว่าที่ระบบของยุโรปจะรับมือได้ และทำให้ระบบส่งไฟฟ้าของสเปนและฝรั่งเศสถูกตัดการเชื่อมต่อ ส่งผลให้ระบบไฟฟ้าของสเปนล่มในที่สุด” เอดูอาร์โต้ พรีโต้ ผู้อำนวยการ REE กล่าว และว่า จะใช้เวลา 6-10 ชั่วโมงในการทำให้ไฟฟ้ากลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

ไม่ว่าสาเหตุจะคืออะไรก็ตาม เหตุนี้ทำให้ไฟฟ้าประมาณ 100,000 เมกะวัตต์ทั่วทั้งยุโรปดับลง ซึ่งนับเป็นผลกระทบครั้งใหญ่ที่แสดงให้เห็นว่า แม้แต่ระบบพลังงานสมัยใหม่ก็เปราะบางได้เพียงใด