หลังจากเมื่อวานนี้ (28 เม.ย.) เกิดไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ในสเปนและโปรตุเกส และฝรั่งเศสบางส่วน โดยส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของประชาชนกว่า 50 ล้านคน ทั่วคาบสมุทรไอบีเรีย ซึ่งขณะนี้การจ่ายไฟฟ้าเริ่มกลับคืนในบางพื้นที่ของสเปนและโปรตุเกส โดยคาดว่าจะใช้เวลาอีกหลายชั่วโมงหรือหลายวันในการฟื้นฟูระบบให้กลับสู่สภาวะปกติ ส่วนสาเหตุของไฟฟ้าดับยังไม่เป็นที่แน่ชัด
@ย้อนรอย 2 เหตุการณ์ไฟดับครั้งใหญ่
รู้หรือไม่ว่าประเทศไทยเคยเกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับทั่วทั้งประเทศ (Blackout) เป็นระยะเวลายาวนานที่สุด เมื่อวันเสาร์ที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2521 เนื่องจากเครื่องกำเนิดไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าพระนครใต้ ซึ่งเป็นกำลังการผลิตสำคัญของประเทศ เกิดเหตุขัดข้องขึ้น ทำให้เครื่องกำเนิดไฟฟ้าอื่น ๆ ทั่วประเทศซึ่งมีระบบการทำงานต่อเนื่องขัดข้องไปด้วย เป็นเหตุของการเกิดไฟฟ้าดับ ในทุกภูมิภาคของประเทศ
ผ่านมากว่า 30 ปี เมื่อช่วงใกล้ค่ำ เวลา 18.52 น. วันที่ 21 พฤษภาคม 2556 ได้เกิดเหตุไฟฟ้าดับทั่ว 14 จังหวัดภาคใต้ ตั้งแต่จ.ชุมพร ไปจนถึง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยนายสุทัศน์ ปัทมสิริวัฒน์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ระบุว่า เนื่องจากสายส่งไฟฟ้าแรงสูงเชื่อมโยงจากภาคกลางไปสู่ภาคใต้ช่วงจอมบึง-บางสะพาน 2 ขัดข้อง ทำให้ กฟผ. ไม่สามารถจ่ายไฟฟ้าจากภาคกลางสู่ภาคใต้ได้
@PDPใหม่ใช้เกณฑ์ LOLE
ปัจจุบันประเทศไทยได้วางแผนในการสร้างความมั่นคงด้านไฟฟ้าและพลังงานสำหรับอนาคต เพื่อให้ผลิตไฟฟ้าสำรองที่เหมาะสมและเพียงพอต่อการใช้งานและสามารถใช้ไฟฟ้าได้อย่างเสถียร ซึ่งเดิมแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศ หรือ Power Development Plan (PDP) มีการคาดการณ์ Reserve Margin อยู่ที่ 15-25% ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เนื่องจากในตอนนั้น ระบบไฟฟ้า และเศรษฐกิจในประเทศไทยยังเติบโตไม่มาก
แต่จากแนวโน้มการใช้ไฟฟ้าของคนไทยในปัจจุบัน มีพฤติกรรม รูปแบบ หรือลักษณะการใช้ไฟฟ้าเปลี่ยนไปจากอดีต ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ หรือวางแผนกำลังการผลิตไฟฟ้าด้วยการใช้เกณฑ์กำลังผลิตไฟฟ้าสำรองแต่เพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป
@ทำความรู้จัก LOLE
ดังนั้น สำหรับแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าในปี พ.ศ. 2566-2580 กระทรวงพลังงาน จึงมีการนำเกณฑ์วัดที่เรียกว่า “เกณฑ์ในการเกิดโอกาสไฟฟ้าดับ” หรือที่เราเรียกว่า LOLE มาประกอบกับเกณฑ์การวัดกำลังผลิตไฟฟ้าสำรอง หรือ Reserve Margin ควบคู่กัน
โดย LOLE หรือภาษาไทยเรียกว่า ดัชนีโอกาสเกิดไฟฟ้าดับ (Loss of Load Expectation) เป็นเกณฑ์ที่ใช้วัดระดับความมั่นคงของระบบไฟฟ้าในการวางแผนเชิงความน่าจะเป็นคือจะเกิดไฟฟ้าดับในแต่ละช่วงเวลาตลอดหนึ่งปี ซึ่งคำนวณเป็นจำนวนชั่วโมงต่อปีที่คาดว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจะเกินความสามารถในการจ่ายพลังงานของระบบไฟฟ้าไฟฟ้า โดยในภาพรวมของประเทศพบว่า ควรใช้เกณฑ์ไม่เกิน 0.7 วันต่อปีหรือ 18 ชั่วโมงต่อปี
ซึ่งสาเหตุที่ทำไมต้องใช้ LOLE เพราะปัจจุบันสถานการณ์การผลิตไฟฟ้าและการใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงไปซึ่งมีความหลากหลายของประเภทโรงไฟฟ้าในระบบ และการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานพลังงานหมุนเวียนมีสัดส่วนสูงขึ้น โดยเกณฑ์นี้จะคำนึงถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในการผลิตไฟฟ้าของแต่ละโรงไฟฟ้า
รวมทั้งลักษณะความต้องการใช้ไฟฟ้าและพิจารณาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าตลอดทุกช่วงเวลา ดังนั้นการใช้เกณฑ์ LOLE จึงมีความเหมาะสมมากกว่าการใช้เกณฑ์ Reserved Margin ที่พิจารณาความมั่นคงของระบบไฟฟ้าครอบคลุมในทุกช่วงเวลาและไม่พิจารณาถึงความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในการผลิตไฟฟ้าของแต่ละโรงไฟฟ้า
@ไฟดับไม่เกิน 17 ชั่วโมงต่อปี
สำหรับข้อดี ของ LOLE ที่ประเทศไทยจะนำมาใช้นั้น มีการพิจารณาความมั่นคงของระบบที่ครอบคลุมตลอดทุกช่วงเวลา คำนึงถึงสมรรถนะการทำงานของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นของเครื่องกำเนิดไฟฟ้า และลักษณะของความต้องการใช้ไฟฟ้า (Load Profile) โดยจะสะท้อนถึงคุณลักษณะของระบบตลอดทุกช่วงเวลา ซึ่งจากสถานการณ์การผลิตและการใช้ไฟฟ้าของประเทศไทยได้มีการเปลี่ยนแปลงไปจากอดีต จึงมีการพิจารณาทบทวนเกณฑ์ LOLE ที่เหมาะสม ทั้งในภาพรวมทั้งประเทศและแยกตามรายพื้นที่ เนื่องจากในแต่ละพื้นที่จะมีความต้องการระดับความมั่นคงระบบไฟฟ้าที่แตกต่างกัน
ประเทศไทยใช้เกณฑ์ LOLE ในระดับไม่เกิน 0.7 วันต่อปี หรือไม่เกิน 17 ชั่วโมงจาก 8,760 ชั่วโมง ซึ่งอาจจะต่ำกว่าสหรัฐอเมริกาหรือเกาหลีใต้ แต่ก็สูงกว่าในบางประเทศ แต่เกณฑ์ที่เหมาะสมกับประเทศไทย มีความสอดคล้องกับการลงทุนของระบบจำหน่ายที่จะมีเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยสามารถการันตีได้ว่าประเทศไทยจะมีกำลังไฟฟ้าใช้เพียงพอและไม่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมทั้งประเทศ