เครือ ซี.พี.เปิดตัว “Amaze Super App” แอปรวมพอยต์บริการในเครือ-พาร์ตเนอร์ แลกซื้อของแทนเงินสด ชูจุดเด่น “บริการหลังการขาย-สิทธิประโยชน์” เหนือแพลตฟอร์มต่างชาติ ตั้งเป้าเพิ่มร้านค้าเป็น 1,800 ร้านในปีนี้ หวังเป็นแพลตฟอร์มระดับภูมิภาคในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เปิดตัว “อเมซ ซูเปอร์แอป” (Amaze Super App) แอปช็อปปิ้งที่ผู้ใช้สามารถรวมพอยต์จากหลายแหล่ง ทั้งจากโปรแกรมสมาชิกในเครือ ซี.พี. เช่น ALL POINT, My Lotus’s, Makro PRO POINT และ True Point รวมถึงพอยต์จากบัตรเครดิตชั้นนำ เช่น Krungsri, FirstChoice, POINTX, UOB, BBL, GSB และ KBank มาไว้ในกระเป๋าพอยต์เดียว และใช้พอยต์แทนเงินสดในการซื้อสินค้าบนแอป
ภายในแอปมีทั้งส่วนที่เป็น “มาร์เก็ตเพลซ” หรือ “อเมซมอลล์” (Amaze Mall) ที่รวมสินค้าจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 500 แบรนด์ และบริการ “ออนดีมานด์” สำหรับสั่งสินค้าผ่าน 7-Eleven และ Lotus’s พร้อมบริการจัดส่งภายใน 1-3 ชั่วโมง
นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การเปิดตัว “อเมซ ซูเปอร์แอป” นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจอีคอมเมิร์ซของเครือ ซี.พี. ซึ่งช่วยให้ผลิตภัณฑ์และบริการในเครือเสริม Synergy ระหว่างกัน โดยเมื่อผสานพลังของการวิเคราะห์ข้อมูลเข้ากับ AI แล้ว จะทำให้เข้าใจความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น
“สิ่งที่ Amaze แตกต่างจากแพลตฟอร์มอื่น ๆ ที่เป็นบริษัทข้ามชาติ คือการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย และการมอบสิทธิประโยชน์ให้กับผู้บริโภค เรามุ่งหวังว่าในอนาคต Amaze จะเติบโตเป็นแพลตฟอร์มที่สามารถแข่งขันได้ในระดับภูมิภาค”

นายธรินทร์ ธนียวัน ผู้อำนวยการบริหารกลุ่มด้านอีคอมเมิร์ซ เครือเจริญโภคภัณฑ์ เสริมว่า Amaze Super App ไม่ได้เป็นเพียงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ แต่เป็น “Loyalty e-Commerce” ที่สะท้อนการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย ที่เครือ ซี.พี.ตั้งใจวางรากฐานให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน ด้วยการเชื่อมโยงแต้มสะสมจากหลายแหล่งให้กลายเป็นมูลค่าจริงในชีวิตประจำวัน ผ่านระบบที่ปลอดภัย โปร่งใส และขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาโดยคนไทย
แนวทางการพัฒนาแพลตฟอร์มดิจิทัลในวันนี้ ต้องไม่หยุดเพียงแค่การค้าขายออนไลน์ แต่ต้องสร้างระบบนิเวศที่เอื้อต่อการใช้ประโยชน์จากข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ เคารพสิทธิของผู้บริโภค และเปิดโอกาสให้แบรนด์ไทยสามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างตรงจุด ขณะเดียวกันก็วางพื้นฐานสำหรับการทำ Personalized Commerce และ Retail Media ในอนาคต
“เรามุ่งหวังให้อเมซ ซูเปอร์แอป เป็นมากกว่าพื้นที่ซื้อขาย แต่เป็นโครงสร้างดิจิทัลที่ประเทศไทยสามารถเป็นเจ้าของเองได้ สอดคล้องกับหลักปรัชญา 3 ประโยชน์ของเครือ ซี.พี. ที่ยึดประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และองค์กรเป็นหลัก พร้อมสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของเศรษฐกิจดิจิทัลไทยในระยะยาว”

ด้าน ดร.สรินทิพย์ สถิตย์เสถียร กรรมการผู้จัดการ Amaze Super App บริษัท แอสเซนด์ คอมเมิร์ซ จำกัด กล่าวว่า อเมซ ซูเปอร์แอป ไม่ได้เป็นแค่แอปที่รวมพอยต์จากหลายแหล่งมาไว้ในที่เดียว แต่คือจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติโครงสร้างการใช้พอยต์ในประเทศไทย ที่ผ่านมาคนไทยใช้งานพอยต์ที่มีอยู่ได้ไม่เต็มที่ จึงพัฒนาอเมซ ซูเปอร์แอป เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถรวมพอยต์นำไปใช้จ่ายได้ง่าย และเกิดมูลค่าจริงในชีวิตประจำวัน
“เรามุ่งมั่นสร้างอีโคซิสเต็มที่มีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคโนโลยีที่พัฒนาโดยทีมคนไทยทั้งหมด พร้อมผลักดันร้านค้าพันธมิตรเข้าสู่โลกดิจิทัลด้วยต้นทุนที่ต่ำลง และโอกาสในการเข้าถึงฐานลูกค้าสมาชิกในเครือ ซี.พี.ที่มีอยู่กว่า 36 ล้านคน เพื่อให้ต้นทุนของการค้าขายออนไลน์ลดลงจริง ทั้งในฝั่งร้านค้า แพลตฟอร์ม และผู้บริโภค เพราะเมื่อต้นทุนลดลงอย่างยั่งยืน ผู้บริโภคก็จะได้ซื้อสินค้าที่ถูกลง ทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกันและเติบโตไปด้วยกันอย่างแท้จริง”
ดร.สรินทิพย์กล่าวต่อว่า อเมซ ซูเปอร์แอป ยังมุ่งให้ “อเมซมอลล์” เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสนับสนุนร้านค้าด้วยแผนการตลาดและแคมเปญต่าง ๆ เช่น Amaze Mall Day ที่มอบส่วนลดพิเศษและ Pointback สูงสุดถึง 15% เพื่อช่วยขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมด้วยเครื่องมือบริหารจัดการที่ใช้งานง่าย และทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่คอยให้คำแนะนำตลอดการดำเนินธุรกิจ
ทั้งหมดนี้สอดคล้องกับเป้าหมายของอเมซ ซูเปอร์แอป ที่ต้องการขยายจำนวนร้านค้าให้ครอบคลุมยิ่งขึ้นเป็น 1,800 ร้านค้าภายในสิ้นปี 2568 เพื่อยกระดับประสบการณ์ช็อปปิ้งและสร้างอีโคซิสเต็มทางธุรกิจที่เติบโตอย่างยั่งยืนร่วมกัน
“สำหรับเป้าหมายในระยะอันใกล้ คือการดึงฐานสมาชิกของเครือ ซี.พี.ให้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มได้มากที่สุด ส่วนการพัฒนาฟีเจอร์หรือบริการอื่น ๆ จะดูตามพฤติกรรมการใช้งานของผู้บริโภคอีกที โดยในเดือน ส.ค. 2568 จะมีการเปิดตัวบริการ Affiliate ตามมา”
