Skip to content

เศรษฐพุฒิ ผู้ว่า ธปท. เตือน ‘พายุสงครามการค้า-หนี้สูง’ กดดันเสถียรภาพไทยอ่อนแอ

29 เม.ย. 2568 | 18:27น.
เศรษฐพุฒิ ผู้ว่า ธปท. เตือน ‘พายุสงครามการค้า-หนี้สูง’ กดดันเสถียรภาพไทยอ่อนแอ

“เศรษฐพุฒิ” ผู้ว่า ธปท.ย้ำเสถียรภาพการเงินไทยยังแข็งแรง มีเงินทุนสำรองฯเพิ่มขึ้น 10 เท่า จากปี’40-41 แต่อย่าชะล่าใจ มองไปข้างหน้าพายุกำลังมา สงครามการค้า-หนี้ครัวเรือน-หนี้สาธารณะสูง ทำเสถียรภาพไม่แข็งแรงเท่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบ 5-6 ปีที่ผ่านมา ย้ำไทยถือครองทองคำสูงอันดับ 17 ของโลก ยันมีนโยบายกระจายการลงทุน แม้ดอลลาร์เสื่อมค่าลง พร้อมย้ำเก็บรักษาทองคำในที่ปลอดภัย เผยจับสัญญาณสุ่มเสี่ยง “ทองคำหลวงตามหาบัว” ถูกหยิบไปใช้ หากมีการแก้กฎหมาย พ.ร.บ. ธปท. และ พ.ร.บ.เงินตรา ถูกแก้ไข

ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในพิธีรับมอบทองคำจากคณะศิษยานุศิษย์องค์หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน ว่า ธปท.ได้รับมอบทองคำจำนวน 10 แท่ง น้ำหนักรวม 10 กิโลกรัม จากพระราชวชิรธรรมากร วิ. (คำสด อรุโณ) วัดป่าบ้านเพิ่มอำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี ประธานสงฆ์และผู้แทนคณะศิษยานุศิษย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน)

ซึ่งทองคำดังกล่าว เป็นทองคำที่ได้รับจากการจัดงานบุญประเพณี “ผ้าป่า 12 เมษาฯ สืบหน่อต่อแขนงคลังหลวง บูชาพระคุณองค์หลวงตา” ตามเจตนารมณ์ของหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เพื่อสมทบเข้าเป็นทุนสำรองเงินตรา โดยสินทรัพย์ที่ได้รับมอบมาทั้งหมดในช่วงก่อนหน้านี้ แบ่งเป็นทองคำแท่งน้ำหนักรวมประมาณ 13,129.832 กิโลกรัม และเงินตราต่างประเทศจำนวน 10,457,159.63 ดอลลาร์ (ข้อมูล ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2567)

“การรับมอบทองคำครั้งนี้ สำหรับ ธปท. ถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะทองคำที่ได้รับมอบหมายมาจากหยาดเหงื่อของประชาชน ซึ่งเป็นประชาชนที่ไม่ได้เป็นเศรษฐี ภายใต้ภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ค่าครองชีพสูง และราคาทองคำแพง โดยประชาชนยังคงบริจาค แม้ว่าค่าความบริสุทธิ์ของทองคำอยู่ที่ 99.99% แต่ความบริสุทธิ์ทางใจถือว่า 100% และบริจาคด้วยความศรัทธา ผมบอกว่าเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยอยากให้ความเชื่อใจว่าจะดูแลความปลอดภัยและทองคำยังอยู่ครบหมด ไม่มีการหยิบออกมาใช้”

จับตาแก้ พ.ร.บ. 2 ฉบับ สุ่มเสี่ยงล้วงเงินทุนสำรองฯ

ทั้งนี้ การเก็บรักษาทองคำที่ได้รับบริจาค และการดูแลในเชิงรูปธรรม โดยทองคำทั้งหมดจะถูกเก็บอยู่ที่ห้องมั่นคง สาย 7 นครชัยศรี โดยจะมีการตรวจสอบปีละ 2 ครั้ง เพื่อดูแลความปลอดภัยของตู้และกล่องเก็บ จากคณะกรรมการดูแลห้องมั่นคง และทุก ๆ 5 ปี จะมีการสุ่มตรวจ 3% ของทองคำทั้งหมด โดยมีเจ้าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เข้ามาร่วมตรวจด้วย โดยทองคำ 13,129.832 กิโลกรัมยังอยู่ครบทั้งหมด

และการดูแลความปลอดภัยในเชิงกฎหมายในการปกป้องและคุ้มครองทองคำ จะมีกฎหมาย 2 ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และ พ.ร.บ.เงินตรา เปรียบเหมือน “โอ่ง 2 ใบ”

ซึ่งโอ่งใบแรก จะแยกบัญชี ถือเป็นบัญชีทำธุรกรรมซื้อขายดูแลเสถียรภาพ จะมีการ “ยุบหนอพองหนอ” ได้ เพื่อดูแลค่าเงิน และอีกบัญชีแยกชัดเจน คือ บัญชีทุนสำรองระหว่างประเทศ จะแยกเป็น 3 บัญชีย่อย โดยทองคำ จะอยู่ในบัญชีพิเศษ เทียบเคียงกับ “เงินก้นถุง” มีความปลอดภัยในแง่กฎหมาย

“หากถามว่าจะมีอะไรที่ทำให้เกิดความสุ่มเสี่ยงเงินสำรองเงินตราตรงนี้ หรือเงินบริจาค ถ้าจะมี คือ การแก้กฎหมาย 2 ฉบับที่กล่าวมาเอามาไว้รวมกัน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยง ซึ่งเราก็ดูแลไม่ให้เกิดขึ้น และต้องจับตามองหากมีการเกิดขึ้นก็มีความสุ่มเสี่ยงของเงินทุนสำรองระหว่างประเทศและเงินผ้าป่าช่วยชาติจะถูกนำไปใช้ ดังนั้น หากมีสัญญาณการแก้กฎหมายก็ต้องเฝ้าระวัง”

ชี้ทองคำช่วยหนุนหลัง-สร้างความมั่นใจให้ธนาคารกลาง

สำหรับประโยชน์ที่ได้รับจากการบริจาคทองคำนั้น จะเห็นว่ามีประโยชน์หลายด้าน โดยด้านแรก คือ ทองคำที่อยู่ในบัญชีเงินตรา จะช่วยหนุนหลังธนบัตรที่ใช้ทุกวัน ซึ่งจะมีความมั่นใจว่ามีเงินหนุนหลัง เพราะหากไม่มีอะไรหนุนหลัง และมีการตีพิมพ์ธนบัตรเหมือนบางประเทศ เช่น อาร์เจนตินา เวเนซุเอลา และซิมบับเว ที่มีเงินเฟ้อพุ่ง 100-200% เงินที่พิมพ์ออกมาไม่มีค่า ไม่มีอะไรหนุนหลัง ทำลายเสถียรภาพชัดเจน

ซึ่งไทยมีทองคำหนุนหลัง ทำให้ไทยมีเสถียรภาพ รวมถึงเสถียรภาพทางด้านต่างประเทศ เพราะถ้าประเทศไหนไม่มีเสถียรภาพ และเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไม่เพียงพอ ค่าเงินจะไม่มีเสถียรภาพ เช่น สปป.ลาว ที่ค่าเงินอ่อนค่า ราคาสินค้าแพง เป็นต้น

ด้านที่สอง คือ ความไว้ใจและความน่าเชื่อถือของ ธปท. รวมถึงธนาคารกลางทุกที เพราะว่าเชื่อมั่นสิ่งที่พิมพ์ออกมามีค่า หรือธนบัตรที่เพิ่มออกมา เช่น พิมพ์ 100 บาท ก็คือ 100 บาท หากธนาคารกลางไม่มีความน่าเชื่อถือและความไว้ใจหายไป เสถียรภาพจะหายไปหมด โดยจะเห็นว่าทุนสำรองระหว่างประเทศปัจจุบันมีสูงมากกว่าในช่วงก่อนที่มีโครงการ “ผ้าป่าช่วยชาติ” โดยในปี 2541 มีอยู่ 2.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 2.76 แสนล้านดอลลาร์ ทวีคูณมาเป็น 10 เท่า

สงครามการค้า-หนี้สูง ทำเสถียรภาพไม่แข็งแรง

อย่างไรก็ดี แม้ว่าทุนสำรองระหว่างประเทศจะมีค่อนข้างสูง แต่ชะล่าใจไม่ได้ แม้ว่าเสถียรภาพจะสูงกว่าเมื่อเทียบในปี 2540-2541 ชัดเจน แต่ถ้าเทียบกับ 5-6 ปีก่อนไม่ได้แข็งแรงเท่าที่ควรจะเป็น ทั้งหนี้ครัวเรือน และหนี้สาธารณะที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ชะล่าใจไม่ได้

และหากมองไปข้างหน้าพายุกำลังจะมาจากสงครามการค้า แม้จะยังไม่มาไม่เต็มที่ แต่มาแน่นอน ช่วงนี้จึงต้องใส่ใจเสถียรภาพ เพราะเราเห็นพายุกำลังจะมาจะต้องทำให้เรือแข็งแรง อุดรูรั่ว ทำงานอย่างสามัคคี เพราะถ้าเรือรั่วจะไปกันทั้งหมด ดังนั้น ความเสียสละ และความร่วมมือร่วมใจเป็นสิ่งสำคัญ

“คำสอนของหลวงตามหาบัวเหมาะสมกับสถานการณ์นี้ หากประเทศชาติไปไม่รอด ไม่ว่าเศรษฐี หรือประชาชนคนทั่วไปก็ไปไม่รอด เปรียบเหมือนเรือที่มีรอยรั่วตรงนี้ แต่ตรงนู้นไม่รั่ว จะซ่อมและดูแลแต่ตรงที่มีไม่ได้ เพราะสุดท้ายจะไปพร้อมกันหมด”

ไทยถือทองคำสูงอันดับ 17 ของโลก

สำหรับคำถามภายใต้เงินดอลลาร์เสื่อมค่าลงจะมีผลอย่างไร และปัจจุบัน ธปท.ถือครองเงินดอลลาร์สัดส่วนเท่าไรนั้น ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวว่า ข้อมูลสัดส่วนการถือครองเงินดอลลาร์ไม่สามารถเปิดเผยได้ แต่ ธปท.มีนโยบายการกระจายการลงทุนในสินทรัพย์หลากหลาย

โดยธนาคารกลาง และ ธปท.ที่มีการถือสินทรัพย์ดอลลาร์ค่อนข้างเยอะนั้น เหตุผลหลักมาจากเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นบัญชีที่มีไว้ซื้อขายสินค้า กู้เงิน และชำระเงิน โดยธุรกรรมส่วนใหญ่จะเป็นดอลลาร์ ทำให้เงินทุนสำรองฯ มีเงินดอลลาร์จำนวนไม่น้อย แต่ไม่เฉพาะ ธปท. แต่รวมถึงธนาคารกลางแห่งอื่นด้วย

“แม้ว่าดอลลาร์จะเสื่อมค่าลง และคนหนีไปถือสกุลเงินอื่น แต่ดอลลาร์ยังคงเป็นสกุลเงินก้อนใหญ่ โดยไทยมีการถือและกระจายในหลายสกุลเงิน และไทยยังถือครองทองคำมากที่สุดเป็นอันดับที่ 17 ของโลก จึงไม่ได้หวังพึงพิงดอลลาร์อย่างเดียว แต่ยังมีการกระจายการลงทุนไปสินทรัพย์อื่นด้วย”

ส่วนคำถามการเก็บรักษาทองคำในไทยหรือต่างประเทศนั้น หากเป็นทองคำที่ได้รับบริจาคจากโครงการของหลวงตามหาบัวจะถูกเก็บรักษาในประเทศไทย ส่วนทองคำที่เหลือจะถูกเก็บรักษาในต่างประเทศ ซึ่งเหตุผลหลักมาจากการธนาคารกลางทุกประเทศจะต้องซื้อทองคำในประมาณมาก และจะต้องหาตลาดที่ใหญ่มากพอ และได้มาตรฐาน ซึ่งจะอยู่ในต่างประเทศ ซึ่งการนำทองคำกลับประเทศ แม้ว่าในหลักการสามารถขนย้ายได้ แต่การขนย้ายมีความเสี่ยงจากการโจรกรรม และต้นทุนจากการขนย้ายมีต้นทุนมหาศาล

ดังนั้น ธปท.หรือธนาคารกลางแห่งอื่นจึงต้องเก็บรักษาทองคำไว้ที่ต่างประเทศ โดยในส่วนของ ธปท.ได้ฝากไว้ธนาคารกลางที่มีความน่าเชื่อถือสูง มีการเก็บรักษาอย่างปลอดภัย มีการรายงานทุกเดือน และมีการสุ่มตรวจ โดยไม่มีปัญหาแต่อย่างใด และ ธปท.มีการกระจายการฝากไว้หลายแห่ง และเป็นความลับ

ชี้ทองคำค่าบริสุทธิ์ต่ำกว่า 99.5% ไม่รวมในทุนสำรองฯ

ส่วนกรณีที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่มีการกำหนดค่าความบริสุทธิ์ของทองคำที่จะใช้เป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศได้จะต้องเป็นทองคำ 99.5% นั้น จะเห็นว่าทองคำที่ฝากไว้ในต่างประเทศจะเป็นทองคำที่มีค่าความบริสุทธิ์มากกว่า 99.5% ทั้งหมด ส่วนที่ค่าความบริสุทธิ์น้อยกว่าจะอยู่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นทองคำที่มีในสมัยก่อตั้งธนาคารแห่งประเทศไทยเมื่อ 80 ปีก่อน ซึ่งเป็นตอนที่ได้รับทองคำจำนวน 9.6 ตัน มาจากกระทรวงการคลัง โดยค่าเฉลี่ยความบริสุทธิ์อยู่ที่ 92% และไม่ได้นับเป็นเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ จึงเป็นความเข้าใจผิด