สนธิญาจ่อยื่น ป.ป.ช. -กกต.สอบ ‘พีระพันธุ์’ ปมถือหุ้น 4 บริษัท
สนธิญาเตรียมยื่น ป.ป.ช.-กกต. ตรวจสอบ ‘พีระพันธุ์’ ปมถือหุ้น 4 บริษัท ส่อผิดมาตรา 187 พร้อมจี้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง
นายสนธิญา สวัสดี นักเคลื่อนไหวทางการเมืองให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 2 พฤษภาคม เวลา 10.30 น. จะไปยื่นร้องต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กรณีเป็นกรรมการบริษัทและถือหุ้นในบริษัทอื่น ๆ รวม 4 บริษัท น่าจะเข้าข่ายกระทำการฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ มาตรา 187 ประกอบ พ.ร.บ.หุ้นส่วน และหุ้นของคณะรัฐมนตรี และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ในประเด็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์
รวมทั้งตรวจสอบพบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมในงบการเงินรอบบัญชี วันที่ 1 มิถุนายน 2566-31 ธันวาคม 2567 ตามข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ พบว่าได้มีหุ้นที่เป็นมรดก แต่ไม่ได้จัดการปันทรัพย์มรดก โดยถือเอาไว้เกินระยะเวลา 5 ปี เป็นการครอบครองปรปักษ์ เพราะหุ้นเป็น สังหาริมทรัพย์ชนิดหนึ่ง ตรวจสอบทรัพย์สินเพิ่มกว่า 21 ล้านบาท มีทั้งการกู้ยืมเพื่อลงทุน 14 ล้าน ในขณะเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน และคงสถานะกรรมการ ก่อนจะไปยื่นลาออกจากกรรมการบางบริษัทในช่วงรัฐบาลแพทองธาร ชินวัตร
นายสนธิญากล่าวว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่าย 1.เป็นการกระทำฝ่าฝืน รัฐธรรมนูญมาตรา 167 2.ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จหรือไม่ และ 3.เป็นผลประโยชน์ทับซ้อนระหว่างผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์สาธารณะ ข้อที่ 7 ข้อที่ 8 ข้อที่ 11 ข้อที่ 17 ข้อที่ 22 ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดํารงตําแหน่งในองค์กรอิสระ รวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ. 2561 เข้าข่ายฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่
โดยจะยื่นเอกสารเพิ่มเติมให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบข้อเท็จจริง ตามหนังสือที่ยื่นไปแล้ว ตามเลขรับที่ 13824 เมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา นอกจากนี้ จะยื่นเอกสารเพื่อให้ ป.ป.ช.ไต่สวนและตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ตามรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 234 (1) ประกอบ มาตรา 235 วรรคหนึ่ง (1) ว่าเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 219 ข้อที่ 7 ข้อที่ 8 ข้อที่ 11 ข้อที่ 17 ข้อที่ 22 และข้อที่ 27 ตามมาตรฐานทางจริยธรรม เพื่อให้ ป.ป.ช.โปรดวินิจฉัยและไต่สวนพิจารณาตามรัฐธรรมนูญต่อไป
“ผมอยากให้นายพีระพันธุ์ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยตัวเอง เนื่องจากข้อมูลการเป็นกรรมการของบริษัทที่เกี่ยวข้องอยู่ในสารบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ที่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้อยู่แล้ว เพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเกิดความชัดเจนว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้าผมจะเข้ายื่นร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ตรวจสอบในประเด็นที่นายพีระพันธุ์เป็นหัวหน้าพรรค รทสช.เพิ่มเติมด้วย ซึ่งอาจจะส่งผลต่อเรื่องคุณสมบัติ การทำหน้าที่คณะกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ที่ต้องรับรองการส่งผู้สมัคร สส.ลงรับเลือกตั้งด้วย” นายสนธิญากล่าว