เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

ไทยปักหมุดศูนย์กลางท่องเที่ยวยั่งยืน เอเชีย-แปซิฟิก

07 พ.ค. 2568 | 11:46น.
สรวงศ์ เทียนทอง

สรวงศ์ เทียนทอง

“สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ประกาศยุทธศาสตร์ 5 ข้อ ในงานเสวนาระดับนานาชาติในหัวข้อ “Thailand Tourism Vision : Global Alignment, Local Impact in a Disruptive World” เตรียมดันไทยสู่ Future-Proof Destination พร้อมชู CBT-Soft Power-Smart Tourism รับมือโลกผันผวน

นายสรวงศ์ เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวในงานเสวนาระดับนานาชาติในหัวข้อ “Thailand Tourism Vision : Global Alignment, Local Impact in a Disruptive World” (เชื่อมโลกเปลี่ยนไทยท่ามกลางเศรษฐกิจโลกผันผวน) ว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมกับองค์การการท่องเที่ยวโลกแห่งสหประชาชาติ (UN Tourism) จัดงานดังกล่าวขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์ แนวทางการรับมือกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลก และผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (Sustainable Tourism Hub) แห่งภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศ ได้ร่วมกันแสดงความเห็นต่อการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ภูมิรัฐศาสตร์ สภาพภูมิอากาศ และพฤติกรรมนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่ อาทิ กลุ่ม Gen Z และ Digital Nomads ที่มีความต้องการหลากหลายและแสวงหาประสบการณ์ที่ลึกซึ้งมากขึ้นจากการท่องเที่ยว

“อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยต้องเดินหน้าท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเชื่อมโยงนโยบายการท่องเที่ยวเข้ากับแนวโน้มระดับโลก โดยเฉพาะหลักการของ UN Tourism ได้แก่ Sustainability, Inclusivity และ Resilience ซึ่งจะช่วยยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)” นายสรวงศ์กล่าว

สำหรับภายในงาน มีการยกตัวอย่างความสำเร็จของ “ชุมชนบ่อสวก จังหวัดน่าน” ซึ่งได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งใน “Best Tourism Villages 2024-Fast Track” ของ UN Tourism สะท้อนให้เห็นว่าการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community-Based Tourism : CBT) คือทางรอดและทางรุ่งของเศรษฐกิจฐานรากในยุคใหม่

นอกจากนี้ กระทรวงยังได้เปิดเผย 5 ยุทธศาสตร์สำคัญ ในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยระหว่างปี 2025-2030 ได้แก่

  1. ปรับ KPI จากปริมาณสู่คุณภาพ : เน้นนักท่องเที่ยวคุณภาพ ลดการพึ่งพาจำนวนนักท่องเที่ยว
  2. กระจายรายได้สู่เมืองรอง : ส่งเสริม CBT เชื่อมโยงเกษตร วัฒนธรรม และภูมิปัญญาท้องถิ่น
  3. ผสาน Soft Power และ Digital Economy : ใช้วัฒนธรรม อาหาร กีฬา และเทคโนโลยีในการเพิ่มมูลค่า
  4. กระจายความเสี่ยงของตลาด (Market Diversification) : ขยายตลาดใหม่ เช่น ตะวันออกกลาง อินเดีย ละตินอเมริกา และแอฟริกา
  5. เตรียมพร้อมรับมือวิกฤต : พัฒนา Tourism Risk Map, ระบบแจ้งเตือนภัยและยกระดับสุขอนามัย

ทั้งนี้ ไทยยังเดินหน้าใช้ Big Data, AI และระบบ Smart Tourism เพื่อยกระดับประสบการณ์นักท่องเที่ยว สร้างความเชื่อมั่นและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว

“ประเทศไทยไม่สามารถขับเคลื่อนอนาคตการท่องเที่ยวได้โดยลำพัง เราต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน องค์กรระหว่างประเทศ และพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Future-Proof Destination จุดหมายปลายทางแห่งอนาคตที่มั่นคง ยืดหยุ่น และยั่งยืนอย่างแท้จริง” นายสรวงศ์กล่าว