มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป หนึ่งในมีเดียเอเยนซี่รายใหญ่เผย 3 สัญญาณบวกในไตรมาสแรก พร้อมชี้ 8 กลุ่มผู้บริโภคที่ธุรกิจ “ต้องโฟกัส” ตั้งแต่ไตรมาสสองของปี 2568 นี้ และช่องทางสื่อสารที่เหมาะสมกับแต่ละกลุ่ม เพื่อฝ่ามรสุมความท้าทายในช่วงที่เหลือของปี
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า ช่วงที่เหลือของปี 2568 นี้ สถานการณ์ต่าง ๆ ยังท้าทายและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่ขณะเดียวดัน บริษัทสังเกตุเห็นสัญญาณบวกในช่วงไตรมาสแรก ที่สะท้อนถึงตลาดและกลุ่มผู้บริโภคที่มีศักยภาพ
จุดนี้เป็นโอกาสสำคัญสำหรับธุรกิจและนักการตลาดที่ จะปรับตัวและปรับเป้าหมายมาจับกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้เพื่อสร้างการเติบโต ท่ามกลางความท้าทายในช่วงครึ่งหลังของปี
- ธุรกิจยานยนตร์ส่งสัญญาณดีมานด์ยังแกร่ง
หนึ่งในสัญญาณบวกของช่วงไตรมาสแรก เห็นได้จากยอดจองรถยนต์ในงาน Motor Show 2025 ที่ทำได้ถึง 77,379 คัน เพิ่มขึ้น 41.6% จากปี 2567 โดยในจำนวนนี้เป็นสัดส่วนยอดจอง EV สูงถึง 65% ของทั้งหมด สะท้อนความเชื่อมั่นผู้บริโภค กำลังซื้อและศักยภาพในการจับจ่าย
- สงกรานต์สะท้อนท่องเที่ยวฟื้นตัว
โดยงาน Maha Songkran Festival 2025 ที่ท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 11 – 15 เมษายน มีผู้เข้าร่วมถึง 1.1 ล้านคน สร้างเม็ดเงินสะพัดกว่า 4,097.17 ล้านบาท ส่วนงาน Bangkok Pride Festival 2025 คาดผู้ร่วมงานกว่า 300,000 คน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังประกาศให้ปี 2568 นี้เป็น Amazing Thailand Grand Tourism and Sports Year 2025 พร้อมวางแผนปูพรมอีเวนต์ต่อเนื่องตั้งแต่มีนาคม–กันยายน สะท้อนทั้งศักยภาพของไทยในการจัดอีเวนท์ขนาดใหญ่ และการฟื้นตัวของการท่องเที่ยว
- ลุ้นสหรัฐอาจทบทวนนโยบายกำแพงภาษี
แม้รัฐบาลสหรัฐจะประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากทั่วโลก โดยเฉพาะจากจีน 145% เมื่อช่วงต้นเดือนเมษายน แต่การเลื่อนเก็บภาษีออกไปอีก 90 วัน ส่งสัญญาณว่า อาจมีการทบทวนความเข้มข้นของนโยบายนี้
8 กลุ่มผู้บริโภคที่ธุรกิจ “ต้องโฟกัส”
นายภวัต กล่าวต่อไปว่า แม้จะมีสัญญาณบวก แต่การทำการตลาดและการสื่อสารปี 2568 นี้ ต้องกำหนดเป้าหมายเชิงกลยุทธ์อย่างเจาะจงไปยังกลุ่มที่มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการจับจ่ายสินค้าและบริการ เพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดีที่สุด
โดย กลุ่มผู้บริโภคที่ธุรกิจ “ต้องโฟกัส” นั้นประกอบด้วย 8 กลุ่ม คือ
- แรงงานเกษตร
เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีจำนวน 12 ล้านคน โดยเป็นกำลังซื้อสำคัญในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค และสินค้าจำเป็นที่ตอบสนองต่อความต้องการและวิถีชีวิต รวมถึงเปิดรับนวัตกรรมเกษตรมากขึ้นเรื่อยๆ
แม้คนกลุ่มนี้จะไม่อยู่ในเมือง แต่เข้าถึงเทคโนโลยีและโซเชียลมากขึ้นผ่านมือถือ ทำให้ธุรกิจและนักการตลาดสามารถสื่อสารถึงคนกลุ่มนี้ผ่านช่องทางอย่าง Facebook, TikTok, สื่อท้องถิ่น (ป้าย/วิทยุ), อีเวนต์ชุมชน/งานประเพณี
- แรงงานบริการ
มีจำนวน 5 ล้านคน เป็นกลุ่มผู้ทำงานในร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม ไปจนถึงภาคบริการสุขภาพและท่องเที่ยว
โดยมีพลังการจับจ่าย และเป็นกลุ่มที่เข้าถึงสื่อผ่านมือถือสูงมาก ทำให้ช่องทางสื่อสารที่แนะนำประกอบด้วย Facebook, YouTube, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/ตลาดเช้า/ห้างฯ), บูธกิจกรรมในบริเวณแหล่งชุมชนและที่ทำงาน
- Gen Z (13–29 ปี)
กลุ่มคนรุ่นใหม่จำนวน 13 ล้านคน นับเป็น Trend Setter เนื่องจากพฤติกรรมไวต่อกระแส ต้องการการสื่อสารที่สร้างการมีส่วนร่วมและให้คุณค่าความเป็นตัวเอง และไลฟ์สไตล์ที่นิยามโลกในแบบของตัวเอง ทั้งพฤติกรรม การซื้อสินค้า และการเสพสื่อ จึงเป็นแรงขับเคลื่อนของทุกแพลตฟอร์ม โดยช่องทางสื่อสารที่แนะนำจะเป็น TikTok, IG, YouTube, X, Gaming-Discord, สื่อนอกบ้าน (Transit, ใกล้สถานศึกษา/ห้างฯ)
- พนักงานบริษัท
กลุ่มมนุษย์เงินเดือนจำนวน 18 ล้านคน เป็นชนชั้นกลางที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเมือง มีกำลังซื้อ มองหาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นทั้งในเรื่องการใช้จ่าย สุขภาพ และความมั่นคง รวมถึงเปิดรับข้อมูลจำนวนมาก แต่จะเลือกเชื่อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และให้คุณค่ากับแบรนด์ที่เข้าใจชีวิตจริง ทั้งนี้ช่องทางแนะนำสำหรับสื่อสารคือ Facebook, TikTok, YouTube, LinkedIn, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/ออฟฟิศ), Roadshow ทดลองใช้/สมัครบริการ
- กลุ่มใกล้เกษียณ/ผู้สูงวัย
นับเป็นอีกกลุ่มใหญ่ด้วยจำนวนถึง 18.6 ล้านคน ซึ่งมีทั้งเวลาและกำลังซื้อ พร้อมดูแลตัวเองและคนรอบข้าง ต้องการความมั่นใจในแบรนด์และความคุ้มค่า แม้จะไม่ไวกับเทคโนโลยี แต่ซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ที่เชื่อถือได้
สำหรับช่องทางสื่อสารที่แนะนำประกอบด้วย Line, TV, YouTube, Facebook, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/ห้างฯ/โรงพยาบาล), บูธกิจกรรม (ตรวจสุขภาพ/แจกสินค้าตัวอย่าง)
- Micro Sellers หรือพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์-ออฟไลน์
กลุ่มนี้นับเป็นเสาหลักของเศรษฐกิจฐานราก ด้วยจำนวนที่มีประมาณ 4 ล้านคนขึ้นไป ประกอบด้วยเจ้าของร้านค้าเล็ก ๆ ที่ใช้ทุกเครื่องมือเพื่อสร้างรายได้ทั้งไลฟ์สด ขายหน้าร้าน และโซเชียล แบรนด์ที่เข้าถึงและสนับสนุนคนกลุ่มนี้ได้ จะได้แรงหนุนจากการบอกต่อแบบปากต่อปาก โดยช่องทางแนะนำ อาทิ Facebook Group, TikTok, ป้ายตลาด/หน้าร้านขายส่ง, อีเวนต์ฝึกอาชีพ/แจกแพ็กเกจเริ่มต้น
- แรงงานต่างด้าว
เป็นกลุ่มที่มีจำนวนมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งคนกลุ่มรับเป็นองค์ประกอบสำคัญของเศรษฐกิข เนื่องจากไม่เพียงแค่ทำงาน แต่ใช้จ่าย กิน เที่ยว และสร้างชุมชนร่วมกับเพื่อนร่วมชาติ โดยการสื่อสารกับคนกลุ่มนี้ไม่เพียงต้องผ่านช่องทางที่เหมาะสม แต่ยังต้องใช้ภาษาและรูปแบบที่เหมาะสมด้วย อย่าง Facebook ภาษาถิ่น, YouTube, สื่อนอกบ้าน (ป้าย/Transit/โชวห่วย/CVS) ป้ายที่พัก/นิคมฯ/โรงงาน, บูธแจกซิม/สินค้าตัวอย่าง
- นักท่องเที่ยวต่างชาติ
กลุ่มที่เดินทางเพื่อหาประสบการณ์ใหม่ พร้อมใช้จ่ายกับสิ่งที่แตกต่าง คุ้มค่า และสร้างความประทับใจ โดยคนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความต่างเฉพาะถิ่น และประสบการณ์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งช่องทางสื่อสารที่แนะนำ อาทิ ป้ายสนามบิน/แลนด์มาร์ก/ แหล่งท่องเที่ยว, Travel Platform, การรีวิวในช่องทางต่าง ๆ
นายภวัต ย้ำว่า ปี 2568 นี้อาจไม่ใช่ปีทอง แต่ก็ยังไม่ใช่ปีที่ธุรกิจจะต้องถอยอย่างเดียว โดยหากทำการตลาดที่จริงใจ และเข้าใจผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้วยการเข้าใจ “คน” ไม่ใช่แค่ “ข้อมูล” และใช้สื่ออย่างแม่นยำ รวมถึงวางเกมที่ต่างทั้งจากคู่แข่งและตนเองในอดีต จะไม่เพียงสร้างยอดขายได้ แต่ยังสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับฐานลูกค้าด้วย
