ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐยกย่องข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐและสหราชอาณาจักร (อังกฤษ) พันธมิตรเก่าแก่ ถือเป็นชาติแรกที่ทรัมป์บรรลุข้อตกลงการค้าหลังประกาศเรียกเก็บภาษี ว่าเป็นความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์เมื่อ 8 พฤษภาคม เวลาท้องถิ่น และเป็นก้าวแรกในความพยายามปฏิวัติเศรษฐกิจโลกครั้งใหญ่
บทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญมองว่า ข้อตกลงระหว่างสองประเทศไม่ได้เป็นข้อตกลงการค้าที่ครอบคลุมและเต็มรูปแบบตามที่ทรัมป์ประกาศและสัญญาไว้
ทรัมป์หวังว่าการประกาศดีลดังกล่าว ซึ่งเกิดขึ้นพร้อมๆกับที่ในยุโรปจัดงานครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะของฝ่ายสัมพันธมิตรที่มีสหรัฐร่วมรบอยู่ฝ่ายเดียวกับสหราชอาณาจักรในสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น จะช่วยจุดประกายความเชื่อมั่นในวาระทางเศรษฐกิจของทรัมป์ขึ้นมาอีกครั้ง และจะเห็นได้ว่า ทรัมป์ดำเนินการอย่างระมัดระวังโดยโพสต์ข้อความลงในโซเชียลมีเดียและให้เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โทร.เข้ามาที่โต๊ะเจรจาเพื่อประกาศข้อตกลง

มองไม่ใช่ข้อตกลงการค้า
กรอบการทำงานดังกล่าวจะทำให้สหรัฐเข้าถึงตลาดได้มากขึ้นและมีกระบวนการศุลกากรที่รวดเร็วยิ่งขึ้นสำหรับการส่งออกไปยังสหราชอาณาจักร ในขณะที่สหราชอาณาจักรจะได้รับการผ่อนปรนภาษีนำเข้ารถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียมเพียงเล็กน้อยและยังมีรายละเอียดอื่นๆ อีกมากมายที่ต้องเจรจากันอีกในภายหลัง
ทิม เมเยอร์ ศาสตราจารย์ด้านกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยดุ๊กกล่าวว่า จากมุมมองของตลาดโดยทั่วไป รวมถึงผู้ที่กังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่ยังไม่มีแก่นสาร และบอกอีกว่า ในดีลนี้ไม่มีอะไรให้ดูเลย เห็นได้ชัดว่านี่คือกรอบการทำงาน ไม่ใช่ข้อตกลง

สตาร์เมอร์ยอมรับว่าทั้งคู่จำเป็นต้องสรุปรายละเอียดบางส่วนให้เรียบร้อยแต่ชื่นชมข้อตกลงนี้ว่ายอดเยี่ยมมาก ทรัมป์ปัดตอบคำถามที่ว่าเขาโอ้อวดข้อตกลงนี้เกินจริงหรือไม่ โดยกล่าวว่าเป็นข้อตกลงที่ดีต่อทั้งสองฝ่ายแทนและบอกอีกว่า ทุกประเทศต้องการทำข้อตกลงกับสหรัฐ
เมื่อเผชิญกับตัวเลขโพลสำรวจความนิยมที่ลดลง ทรัมป์ก็กระตือรือร้นที่จะประกาศชัยชนะ เนื่องจากนโยบายภาษีทำให้ตลาดโลกไม่มั่นคงและเพิ่มโอกาสในการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ทรัมป์โต้แย้งว่าความพยายามของตนนั้นคุ้มค่ากับความเจ็บปวดในระยะสั้น เพราะจะส่งผลให้การลงทุนในสหรัฐเพิ่มขึ้น แต่ชัดเจนว่าเขาต้องการแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าและบรรเทาความวิตกกังวลด้านเศรษฐกิจ
ปีเตอร์ นาวาร์โร ที่ปรึกษาการค้าของทำเนียบขาว ซึ่งเป็นผู้มีบทบาทนำในนโยบายภาษีกล่าวในรายการ Fox Business ว่าทรัมป์กำลังดำเนินการให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยไม่ทำให้เสียหาย และนานาชาติจะเห็นข้อตกลงต่างๆตามมาอีก
แต่ข้อตกลงดังกล่าวส่งผลกระทบต่อความกังวลที่ใหญ่ที่สุดของธุรกิจในสหรัฐบางส่วน เนื่องจากสหราชอาณาจักรจะยังคงเก็บภาษีบริการดิจิทัลที่กระทบต่อบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐโดยมีเพียงคำมั่นสัญญาที่คลุมเครือในการทำงานเพื่อบรรลุข้อตกลงการค้าดิจิทัลในอนาคต
ทั้งสองฝ่ายยังคงไม่แน่ใจว่าจะจัดการกับแผนของทรัมป์ในการจัดเก็บภาษียาแบบถ้วนหน้าอย่างไร และในขณะที่สหราชอาณาจักรยกเลิกภาษีสำหรับผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของสหรัฐบางส่วน แต่กฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับมาตรฐานอาหารยังคงมีผลบังคับใช้
แมตธิว ไรอัน หัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การตลาดของ Ebury กล่าวว่า จนถึงตอนนี้ เราได้เห็นสัญญาณของความคึกคักเพียงเล็กน้อยในตลาดการเงินของสหราชอาณาจักร ซึ่งบ่งบอกทุกอย่างที่จำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับมุมมองของนักลงทุนต่อข้อตกลงนี้ ข้อตกลงนี้ยังห่างไกลจากข้อตกลงการค้าเต็มรูปแบบ ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปีจึงจะสรุปได้ และยังต้องใช้เวลาอีกสักระยะก่อนที่รายละเอียดปลีกย่อยจะชัดเจนขึ้น
คงภาษีพื้นฐาน 10 %
ก่อนบรรลุข้อตกลง สหราชอาณาจักรถูกเก็บภาษีอัตราพื้นฐาน 10 % ถือว่าต่ำกว่าประเทศอื่นๆหลายประเทศ และแม้เมื่อบรรลุข้อตกลงการค้ากันแล้ว ทรัมป์ยังคงใช้ภาษีพื้นฐานดังกล่าวกับสหราชอาณาจักร ซึ่งเป็นอัตราเดียวกับที่ประกาศใช้ในวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งก็เป็นการเตือนประเทศต่างๆ ที่หวังว่าจะลดภาษีลงต่ำกว่านั้น รวมถึงส่งสัญญาณไปยังนักลงทุนที่หวังว่าจะมีมาตรการผ่อนปรนภาษีที่เข้มงวดกว่านี้ก็อาจผิดหวังได้เช่นกัน
ทรัมป์ยืนกรานว่า ตอนนี้สหรัฐกำลังใช้ภาษีศุลกากรเพื่อประโยชน์ของสหรัฐเอง และชี้แจงอย่างชัดเจนว่าภาษีศุลกากรอาจสูงกว่า 10% สำหรับบางประเทศ ซึ่งทรัมป์เองมองว่าสหราชอาณาจักรทำข้อตกลงได้ดี แต่หลายประเทศ บางประเทศจะสูงกว่านี้มาก
ลดภาษีเฉพาะกลุ่มสินค้า
ทรัมป์ยังส่งสัญญาณว่าเขายินดีที่จะเจรจาเรื่องภาษีในเซกเตอร์ที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นให้มีการย้ายฐานการผลิตสินค้า เช่น รถยนต์ โลหะ และยา ซึ่งถือว่ามีความสำคัญต่อความมั่นคงของชาติ
ข้อตกลงนี้ผ่อนปรนภาษีรถยนต์ โดยกำหนดอัตราภาษีที่ต่ำกว่าเหลือ 10% จาก 27.5 % สำหรับรถยนต์มากถึง 100,000 คันที่ส่งออกจากสหราชอาณาจักรไปยังสหรัฐอเมริกาในแต่ละปี และได้มีคำมั่นสัญญาที่จะลดภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมด้วย จะทำให้ประเทศอื่นๆ มีความหวังมากขึ้นว่าภาษีเฉพาะกลุ่มของทรัมป์อาจสามารถต่อรองหรือได้รับการพิจารณาปรับลดลงได้
สหรัฐและสหราชอาณาจักรบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นระหว่างกันแล้ว แต่ที่ถูกนานาชาติจับตามองคือข้อตกลงสหรัฐและจีน ขณะนี้รัฐบาลสหรัฐกำลังเตรียมการเริ่มเจรจากับจีนโดยมีกำหนดหารือในวันที่ 10-11 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเป็นเป้าหมายใหญ่ที่สุดในนโยบายภาษี
และสหรัฐยังกำลังเจรจากับประเทศอื่นๆ ที่การเรียกเก็บภาษีในอัตราสูงกว่าถูกเลื่อนออกไปอย่างน้อยจนถึงเดือนกรกฎาคมนี้ รัฐบาลทรัมป์ได้ยกย่องความคืบหน้าการเจรจาภาษีกับอินเดีย และได้เจรจาระดับสูงกับญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตามการบรรลุข้อตกลงกับจีนนั้นแทบจะแน่นอนว่าเป็นเรื่องที่ท้าทายที่สุด
อ้างอิง
• Reuters
• CNN