เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

3 โซลูชั่น ยกระดับเศรษฐกิจสีเขียว ท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก

11 พ.ค. 2568 | 12:12น.

รายงาน “เศรษฐกิจสีเขียวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” ฉบับที่ 6 ซึ่งจัดทำโดย Bain & Company, GenZero, Google, Standard Chartered และ Temasek นำเสนอ 3 วิธีการเชิงระบบ (Systems-based Approach) เพื่อปลดล็อกการเติบโต มุ่งเน้นความร่วมมือในระดับเอเชีย-แปซิฟิก (APAC) ที่จะช่วยให้เกิดผลกระทบทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาคได้อย่างมีนัยสำคัญ

เศรษฐกิจของกลุ่ม SEA-6 (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์, ไทย และเวียดนาม) สามารถเพิ่ม GDP ได้สูงสุดถึง 120 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สร้างงานใหม่ได้ถึง 900,000 ตำแหน่ง และลดช่องว่างการปล่อยคาร์บอนได้สูงถึง 50% ภายในปี 2573

APAC และ SEA มีบทบาทสำคัญในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกระดับโลก โดย APAC คิดเป็นสัดส่วนครึ่งหนึ่งของการปล่อยก๊าซทั่วโลก และ SEA คิดเป็น 7.5% ขณะที่ทั้งสองภูมิภาคต่างพึ่งพาพลังงานฟอสซิลอย่างหนัก

แม้หลาย ๆ ประเทศจะมีการตั้งเป้าหมายไว้ในปี 2573 ส่วนใหญ่ยังคงมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ โดยช่องว่างที่จะบรรลุเป้าหมายของการปล่อยคาร์บอนจะยิ่งมากขึ้นภายในปี 2583 และ 2593 ซึ่ง SEA อยู่ในสถานะที่เปราะบางเป็นพิเศษ และจำเป็นต้องเร่งดำเนินมาตรการอย่างเร่งด่วน

“เดล ฮาร์ดคาสเซิล” หุ้นส่วนและผู้อำนวยการร่วมของ Global Sustainability Innovation Center, Bain & Company เปิดเผยว่า วิสัยทัศน์เดิม ๆ นั้นมองว่าภาวะเศรษฐกิจมหภาคในปัจจุบันจะชะลอความคืบหน้าในด้านเศรษฐกิจสีเขียว แต่แท้จริงแล้ว เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกอาจจะเห็นการเร่งตัวของการพัฒนา เมื่อรัฐบาล บริษัท และนักลงทุนปรับเปลี่ยนลำดับความสำคัญ ด้วยการมุ่งเน้นที่โซลูชั่นเชิงระบบที่สามารถขยายผลได้และมีผลกระทบเป็นวงกว้าง

SEA สามารถกำหนดนิยามใหม่ให้กับเศรษฐกิจสีเขียว พลิกความท้าทายเป็นโอกาส โดยจะต้องขับเคลื่อนสองเป้าหมายควบคู่กัน คือ การลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีนัยสำคัญ และการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ภูมิภาคนี้บรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ พร้อมสร้างความมั่นคงและความมั่งคั่งในระยะยาว

รายงานฉบับนี้ระบุว่ามี 3 โซลูชั่นเชิงระบบหลัก ๆ ที่มีความสำคัญต่อการเติบโตและการลดคาร์บอนใน SEA ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพเพื่อความยั่งยืน, การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้ารุ่นใหม่ และระบบนิเวศเพื่อยานยนต์ไฟฟ้า (EV)

“เศรษฐกิจชีวภาพ” ถือเป็นส่วนสำคัญของเศรษฐกิจในกลุ่ม SEA-6 โดยมีสัดส่วนการจ้างงานราว 25-30% ของตลาดแรงงานในสินค้าโภคภัณฑ์หลัก เช่น น้ำมันปาล์ม ยางพารา และข้าว แต่วิธีการทำงานยังมีการปล่อยคาร์บอนและการตัดไม้ทำลายป่าอยู่ประมาณ 30% ของการปล่อยทั้งหมด การเพิ่มคุณค่าในภาคการเกษตรและการใช้ที่ดิน หรือการสร้างคุณค่าจากของเสีย สามารถช่วยเร่งการเติบโตของเศรษฐกิจชีวภาพได้

“โครงข่ายไฟฟ้า” จำเป็นที่จะต้องมีการเร่งขยายและปรับปรุงเพื่อรองรับการบูรณาการพลังงานหมุนเวียน รัฐบาลจะมีบทบาทสำคัญในการผลักดันการพัฒนาโครงข่ายผ่านการปฏิรูปกฎระเบียบเพื่อช่วยเอื้อให้เกิดการลงทุนจากภาคเอกชน การซื้อขายไฟฟ้าข้ามพรมแดน และการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

ในส่วนของ “ภาคคมนาคมขนส่งทางถนน” ที่เป็นแหล่งปล่อยคาร์บอนหลัก อัตราการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ยังอยู่ในระดับต่ำ กว่า 80% ของการผลิตยานยนต์ยังมุ่งเน้นไปที่เครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม

หาก SEA ไม่สามารถตามให้ทันกระแส EV โลกได้ อาจเผชิญความเสี่ยงทางเศรษฐกิจในอนาคต ภูมิภาคจึงจำเป็นต้องใช้กลยุทธ์คู่ขนาน ทั้งเร่งสร้างอุปสงค์และยกระดับการผลิตภายในประเทศ เพื่อรักษาความได้เปรียบด้านการผลิตและขับเคลื่อนการลดคาร์บอนอย่างคุ้มค่าที่สุด

ดังนั้น การพัฒนาคอร์ริดอร์สีเขียว (Green Corridors) สามารถช่วยเร่งการเปลี่ยนผ่านของยานพาหนะเชิงพาณิชย์ไปสู่ระบบไฟฟ้าได้ ขณะที่ความร่วมมือระดับ APAC จะยิ่งช่วยเพิ่มคุณค่า โดยผ่านการลงทุนร่วม และการบูรณาการห่วงโซ่อุปทานของแบตเตอรี่ การผลิต EV และระบบชาร์จไฟฟ้า โดยอาศัยวัตถุดิบที่มีอยู่ใน SEA

แนวทางเหล่านี้จะช่วยให้ SEA เดินต่อไปได้ แม้เผชิญความไม่แน่นอนในระดับมหภาค พร้อมปลดล็อกเส้นทางใหม่ในการเติบโตสีเขียว เพิ่มความสามารถในการฟื้นตัว และลดการพึ่งพาพลังงานนำเข้า ควบคู่ไปกับการบรรลุเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจสีเขียว