เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ไทยยูเนี่ยน ไตรมาสแรกปี’68 รับ 2.98 หมื่นล้าน แม้เศรษฐกิจโลกผันผวน

09 พ.ค. 2568 | 14:29น.
ธีรพงศ์ จันศิริ

ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป เปิดผลประกอบการไตรมาสแรกปี 2568 ด้วยยอดขาย 29,789 ล้านบาท และทำอัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวดีมาอยู่ที่ 18.8 เปอร์เซ็นต์ นับเป็นสถิติสูงสุดสำหรับการเติบโตในไตรมาสแรก พร้อมด้วยการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไทยยูเนี่ยนมีงบดุลที่แข็งแกร่ง

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับภาพรวมในการดำเนินธุรกิจในไตรมาสแรกของปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิที่ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการทำทรานส์ฟอร์เมชั่นตามกลยุทธ์เพื่อมุ่งสู่ปี 2573 (Strategy 2030) อยู่ที่ 1,317 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนกำไรสุทธิ อยู่ที่ 1,019 ล้านบาท

ขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ในเกณฑ์ที่ดีคือ 1.0 เท่า ทำให้ไทยยูเนี่ยนมีความคล่องตัวและสามารถสร้างโอกาสสำหรับการลงทุนในอนาคตได้ ทั้งนี้ Strategy 2030 นับเป็นโร้ดแม็ปใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตครั้งสำคัญของไทยยูเนี่ยน เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำของโลกในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและโภชนาการเพื่อสุขภาพจากท้องทะเล

“แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมจะมีความท้าทายอย่างมาก แต่เรายังคงมุ่งมั่นในการเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจหลัก ผ่านการลงทุนเพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว จนสามารถสร้างผลกำไรที่ดี นอกจากนี้ เรายังคงเดินหน้าสร้างการเปลี่ยนแปลงให้กับองค์กร เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจให้เกิดความคล่องตัว มีประสิทธิภาพ และรวดเร็วยิ่งขึ้น การวางรากฐานการทำงานที่แข็งแกร่งกำลังเริ่มผลิดอกออกผล และจะสร้างประโยชน์และความสำเร็จให้กับองค์กรมากขึ้นในอนาคต” นายธีรพงศ์กล่าว

สำหรับผลประกอบการตามกลุ่มธุรกิจของไทยยูเนี่ยนในไตรมาสแรกของปี พบว่ากลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงยังเติบโตต่อเนื่อง มียอดขายรวม 4,174 ล้านบาท ขยายตัว 5.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 24.5เปอร์เซ็นต์

ส่วนกลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป มียอดขายรวม 14,762 ล้านบาท ปรับตัวลดลงราว 14.0 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากปริมาณความต้องการสินค้าในตะวันออกกลางในปีก่อนที่สูงมากกว่าปกติ และการลดลงของยอดขายผลิตภัณฑ์รับจ้างผลิตในยุโรป จากการที่ลูกค้ากลุ่มนี้ชะลอการสั่งซื้อสินค้า เนื่องด้วยราคาปลาที่เพิ่มสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของกลุ่มอาหารทะเลแปรรูปในไตรมาสนี้ทำได้ดีถึง 19.4 เปอร์เซ็นต์

ขณะที่กลุ่มธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง มียอดขายรวม 8,441 ล้านบาท ลดลง 12.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นผลจากราคากุ้งในสหรัฐอเมริกาที่ปรับตัวสูงขึ้นทำให้ยอดขายกุ้งชะลอตัว แต่บริษัทยังคงสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้ดีขึ้นจาก 11.8 เปอร์เซ็นต์ เมื่อปีก่อน มาอยู่ที่ 12.4 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกปีนี้ และสุดท้ายคือกลุ่มธุรกิจสินค้าเพิ่มมูลค่าและอื่น ๆ ทำยอดขายได้ 2,412 ล้านบาท ลดลงราว 3.1 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีก่อน

จากความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไทยยูเนี่ยนยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ในกรณีที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาดำเนินการตามอัตราภาษีที่ประกาศจริง บริษัทมีการคาดการณ์เรื่องการเปลี่ยนแปลงทางภาษีไว้แล้ว และได้เตรียมพร้อมโดยการสำรองสินค้าทุกประเภทในสหรัฐอเมริกาไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มีสินค้าในตลาดเพียงพอสำหรับการขายราว 4-6 เดือน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงในระยะสั้น

ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงใช้ประโยชน์จากการมีฐานการผลิตและแหล่งวัตถุดิบทั่วโลก เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดจากการขึ้นภาษีให้เหลือน้อยที่สุด โดยไทยยูเนี่ยนมีฐานการผลิต 15 แห่ง ใน 13 ประเทศ เช่น กานา เซเชลส์ โปแลนด์ สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม เป็นต้น ทำให้บริษัทมีความพร้อมในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นจากความไม่แน่นอนทางภาษี

นอกจากนี้ ในไตรมาสแรกของปีไทยยูเนี่ยนยังได้รับการประกาศคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศ ระดับ A แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ จาก Japan Credit Rating หรือ JCR ซึ่งเป็นบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากบริษัทมีศักยภาพในการเติบโตและมีธุรกิจหลากหลายอยู่ทั่วโลก

ทั้งนี้ อันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศนี้อยู่ในอันดับเดียวกันกับอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ได้รับจาก JCR พร้อมกันนี้ JCR ได้คงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะยาวสกุลเงินในประเทศของบริษัทไว้ที่ระดับ A แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกัน ไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับการสนับสนุนเงินกู้ด้านความยั่งยืนทางทะเล หรือ Blue Loan วงเงิน 150 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 5,000 ล้านบาท จากธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB

โดยเป็นการปล่อยวงเงินกู้ Blue Loan จากธนาคารพาณิชย์ชั้นนำที่เป็นพันธมิตรทางการเงินให้กับบริษัทอาหารทะเลในประเทศไทยเป็นครั้งแรก วงเงินกู้ดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการยกระดับการจัดซื้อวัตถุดิบกุ้งที่เพาะเลี้ยงอย่างยั่งยืนในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายหลักของกลยุทธ์ความยั่งยืน SeaChange® 2030 ของไทยยูเนี่ยน