เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เอกนัฏ มั่นใจ สส.ไม่ทิ้ง รทสช. ยันพร้อมหนุน ‘พีระพันธุ์’ สู้คดี

13 พ.ค. 2568 | 11:02น.
เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

เอกนัฏ พร้อมพันธุ์

เอกนัฏมั่นใจ สส.ไม่ทิ้งรวมไทยสร้างชาติ ยืนยันพรรคอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์-ผลงาน พร้อมสนับสนับสนุน ‘พีระพันธุ์’ สู้คดี

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกระแสข่าวที่มี สส.ภายในพรรครอย้ายพรรคการเมือง ว่าเท่าที่ได้คุย สส.ภายในพรรค หลายคนได้มีการลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งได้เสียงตอบรับที่ดี รวมถึงยังมีการลงพื้นที่พบปะประชาชน

จึงมั่นใจว่าทุกคนยังตั้งใจทำหน้าที่ร่วมกับพรรคร่วมไทยสร้างชาติ และพรรครวมไทยสร้างชาติก็ยังคงยึดอุดมการณ์ ไม่ให้ความสำคัญกับความขัดแย้งมากไปกว่าการแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน พร้อมย้ำว่าที่ผ่านมาพรรคได้ทำหน้าที่รับผิดชอบกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงาน แม้ว่าจะมีแรงเสียดทานในการทำงาน แต่ก็ยังคงทำงานต่อ

นายเอกนัฏยังปฏิเสธไม่ทราบกระแสข่าวที่นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ จะย้ายไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม พร้อมระบุว่าขออย่าไปกังวลแทนผู้บริหารพรรค เพราะพรรคยังคงยึดอุดมการณ์ ทำผลงานเพื่อประชาชน จึงไม่ต้องกลัว เพราะพรรคจะอยู่ได้ด้วยอุดมการณ์และผลงาน ไม่ใช่ผลประโยชน์หรือการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อน

ส่วนกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาผิดจริยธรรม กรณีการติดสติ๊กเกอร์ชื่อของตนเองบนถุงยังชีพของบริษัทแห่งหนึ่ง และมีการนำแจกขณะลงพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคจะช่วยดำเนินการอย่างไรนั้น นายเอกนัฏมั่นใจว่านายพีระพันธุ์พร้อมรับการตรวจสอบจาก ป.ป.ช. และพร้อมชี้แจงได้ ซึ่งไม่มีสิ่งที่น่าเป็นห่วงกังวลแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าทั้งตนเองและลูกพรรคสนับสนุนนายพีระพันธุ์มเต็มที่ ทั้งการแก้ไขข้อกล่าวหาและการทำงาน โดยเฉพาะการแก้ไขราคาพลังงานไม่ให้เกิน 3.90 บาท

ส่วน 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาวิเคราะห์กรณีที่มีการยื่นร้องเรียนนายพีระพันธุ์อย่างต่อเนื่องอย่างไรนั้น นายเอกนัฏย้ำว่าตนเองไม่มีเวลาวิเคราะห์ เนื่องจากไม่มีเวลา และไม่ได้ให้ความสำคัญกับความขัดแย้งทางการเมือง หรือข้อกล่าวหาต่าง ๆ เพราะไม่มีอะไรดีขึ้นจากสิ่งเหล่านี้ และประชาชนที่ฟังอยู่ก็เบื่อหน่าย ตนจึงเอาเวลามาจัดการปัญหาสำหรับเศรษฐกิจประเทศที่อยู่ในช่วงต้องดูแลเป็นพิเศษโดยเฉพาะสงครามการค้าระหว่างประเทศทั่วโลก และการปฏิรูปอุตสาหกรรมประเทศที่มีการลักลอบทำผิดกฎหมาย