Skip to content

บีโอไอ เตรียมชงบอร์ดสัปดาห์หน้าผุดมาตรการใหม่รับมือทรัมป์

14 พ.ค. 2568 | 12:31น.
บีโอไอ เตรียมชงบอร์ดสัปดาห์หน้าผุดมาตรการใหม่รับมือทรัมป์

จับตาการประชุมบอร์ดบีโอไอสัปดาห์หน้า (19 พ.ค. 2568) “นฤตม์” เตรียมชงมาตรการใหม่รับมือทรัมป์ขึ้นภาษี เผยงาน “ซับคอนไทยแลนด์ 2025” 45 ประเทศอวดศักยภาพด้านอุตสาหกรรมพร้อมดึงซัพพลายเชนไทยเข้าวงจร EV

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวในงาน “ซับคอนไทยแลนด์ 2025” ว่า ในสัปดาห์หน้า (19 พ.ค. 2568) จะมีการประชุมบอร์ดบีโอไอ ที่กระทรวงการคลัง โดยวาระสำคัญคือเรื่องของการเสนอมาตรการใหม่ที่จะมารองรับและช่วยส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการไทย เพื่อลดผลกระทบจากการขึ้นภาษีของนายโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนี้ยังมีในส่วนที่จะปรับปรุงมาตรการเก่าให้สอดรับสถานการณ์ปัจจุบันด้วยเช่นกัน

ฐานอุตสาหกรรมใหม่ให้มั่นคงและยั่งยืน คือการยกระดับห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเทศให้ผู้ผลิตชิ้นส่วนและวัตถุดิบในประเทศ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทยและ SMEs ได้มีบทบาทอย่างแท้จริงในระบบอุตสาหกรรมเป้าหมายแห่งอนาคต

โดยการจัดงาน ซับคอนไทยแลนด์ 2025 ที่จัดขึ้นในครั้งนี้ต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 ถือเป็นเวทีสำคัญระดับนานาชาติที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของบีโอไอ ในการเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรม Business Matching กับผู้ซื้อรายใหญ่ การเจรจาจัดซื้อชิ้นส่วนในกลุ่มอุตสาหกรรมใหม่ และกิจกรรมตลาดกลางซื้อขายที่เปิดกว้างสำหรับผู้ประกอบการทุกระดับ ที่สำคัญในปีนี้

“เรายังเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า โดยเปิดพื้นที่ “xEV Sourcing Zone” เพื่อให้บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน (Tier 1) จัดแสดงชิ้นส่วนที่ต้องการจัดซื้อ และกิจกรรม BOI Symposium 2025 ภายใต้ธีม Shaping the Future of xEV in Thailand-Opportunities for Innovation and Growth ที่เชิญผู้นำระดับสูงจากค่ายรถชั้นนำ มาร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางการพัฒนา xEV และบทบาทของไทยในเวทีโลก”

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงาน “ซับคอนไทยแลนด์ 2025” เช่นกันว่า ในยุคที่โลกกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงรอบด้าน ทั้งจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานสู่ระบบพลังงานสะอาด ประกอบกับปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี และความยั่งยืนที่กำลังพลิกโฉมภาคอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว งานซับคอนไทยแลนด์ 2025 ที่จัดขึ้นในวันนี้ (14 พ.ค. 2568) ถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตและการลงทุนระดับภูมิภาค

ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการจัดแสดงนวัตกรรมเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้ต่อยอดเครือข่าย พัฒนาความร่วมมือ และขยายโอกาสทางธุรกิจสู่ตลาดสากล รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนในการผลักดันอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และพลังงานสะอาด เพื่อเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งภายในประเทศ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

“เราเดินหน้าอย่างต่อเนื่องในการส่งเสริมการลงทุน พัฒนาเทคโนโลยี บุคลากร และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านของเศรษฐกิจโลกสู่ระบบสีเขียวและดิจิทัล ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก และประเทศไทยยังคงมีโอกาสมหาศาลในการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลาง Subcontracting & Supply Chain Hub แห่งภูมิภาคอาเซียน”

นายมนู เลียวไพโรจน์ ประธานบริษัท อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย กล่าวว่า อินฟอร์มาฯ ในฐานะผู้จัดงานแสดงสินค้าชั้นนำระดับโลก มุ่งสร้างบทบาทมากกว่าเพียง “เวทีแสดงสินค้า” แต่คือ “แพลตฟอร์มเชิงกลยุทธ์” ที่เชื่อมโยงภาคอุตสาหกรรมไทยเข้ากับเครือข่ายธุรกิจ เทคโนโลยี และการลงทุนทั้งในและต่างประเทศ สำหรับปีนี้ยังคงเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะ SMEs เข้าถึงผู้ซื้อระดับโลกอย่างใกล้ชิด พร้อมกันนี้ความร่วมมือกับภาครัฐ โดยเฉพาะ BOI และพันธมิตรในห่วงโซ่อุตสาหกรรม ยังเป็นหัวใจสำคัญของงาน ซึ่งปีนี้รวมเทคโนโลยีกว่า 1,500 แบรนด์จาก 45 ประเทศไว้ในพื้นที่เดียวกัน