พิชัย รมว.คลัง เล็งปรับเปลี่ยนวิธีการใช้จ่ายงบประมาณหวังเกิดประสิทธิภาพสูงสุด มุ่งแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ดันภาคการเกษตร-ท่องเที่ยว-เทคโนโลยี หนุน GDP เติบโตระยะยาว พร้อมส่งเสริม Digital Platform Economy มากขึ้น
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนที่จะปรับเปลี่ยนวิธีการใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด โดยรัฐบาลมีความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง ของเศรษฐกิจไทย เพื่อสร้างความมั่นใจและนำพาประเทศไปสู่ความมั่งคั่งอย่างยั่งยืน ไม่ว่าจะเป็น ด้านเทคโนโลยีโดยจะมุ่งเน้นการส่งเสริมบุคลากร การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนาเทคโนโลยี และการสร้างตลาดที่เข้าใจเทคโนโลยีใหม่ ๆ
นอกจากนี้รัฐยังมีแนวคิดที่จะแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของภาคการเกษตร และมีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนของ GDP ในภาคเกษตรให้มากขึ้น เนื่องจากภาคเกษตรกรรมมีสัดส่วนใน GDP ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรที่อยู่ในภาคส่วนนี้ โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตร การลดต้นทุนการผลิต การปรับปรุงประสิทธิภาพ และการขยายตลาดส่งออกมากขึ้น
“ภาคเกษตร ที่เมื่อก่อนเคยเป็น 11% ของ GDP แต่ปัจจุบันอยู่ในระดับประมาณ 8% บวกลบ ขณะที่เกษตรกรรมเรามีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 300 ล้านไร่ แต่เราใช้เพื่อการเกษตรประมาณ 100 ล้านไร่ แปลว่าพื้นที่กว่า 35% แต่ตอบสนองเพียง 8% ขณะที่มีคนประกอบอาชีพเกษตรกรรมกว่า 30 ล้านคน รวมครอบครัว ตอบสนองเพียง 8% ต่อ GDP แปลว่าเซ็กเตอร์ดังกล่าวต่ำเกินไป ซึ่งเราอยากเห็นการเติบโต 30% ต่อ GDP“
นอกจากนี้ยังอยากดึงดูดการท่องเที่ยวด้วยอาหารท้องถิ่นและสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อเพิ่มการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวให้มากขึ้น รวมถึงยังต้องการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการส่งเสริม Digital Platform Economy ให้มากขึ้น ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่ใช้ดิจิทัลมากที่สุดแห่งหนึ่ง
รัฐบาลจึงพยายามจะนำดิจิทัลแพลตฟอร์มเข้ามา ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติ G-token เป็นช่องทางในการลงทุนแทนการเก็บเงินในธนาคาร ได้ผลตอบแทนเป็นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นช่องทางเชื่อมต่อตลาดทั้งในประเทศและต่างประเทศ ช่วยสร้างความมั่นใจการเปลี่ยนแปลงให้เศรษฐกิจมีความหวัง
ทั้งนี้รัฐบาลคาดหวังว่าการดำเนินมาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ จะเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชน และนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืนและครอบคลุมในระยะยาว