เศรษฐกิจ ‘กาตาร์’ เป็นอย่างไร ถึงได้ชื่อว่าร่ำรวยติดอันดับโลก
สำรวจเศรษฐกิจ-การค้า “กาตาร์” เป็นอย่างไร ถึงได้ชื่อว่า ร่ำรวยติดอันดับโลก
หลังจากสร้างคำถามให้กับโลกด้วยการมอบ Air Force One ให้กับ “โดนัล ทรัมป์” เป็นของขวัญจากราชวงศ์กาตาร์ที่มีความหรูหราระดับ “พระราชวังลอยฟ้า” มูลค่าราว 400 ล้านดอลล่าร์ (ราว 13,360 ล้านบาท) เกิดเป็นข้อสงสัยว่า รัฐอ่าวเปอร์เซียแห่งนี้ร่ำรวยมาจากไหน ? ทั้งที่เป็นเพียงประเทศเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับประเทศมหาอำนาจ ขนาดพื้นที่เล็กเกือบรั้งท้าย มีขนาดพื้นที่อันดับ 165 ของโลกจากกว่า 190 ประเทศ แถมยังมีขนาดเล็กกว่าไทยถึง 44.3 เท่า
แต่ทำไมกาตาร์กลับมีความมั่งคงทางเศรษฐกิจสูงมาก ล่าสุดทำการปิดดีลร่วมกับสหรัฐ รวมกว่า 243,500 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.1 ล้านล้านบาท) ในจำนวนนี้ส่วนหนึ่งมาจากมูลค่าดีลที่สายการบินแห่งชาติกาตาร์ แอร์เวย์สช้อปเครื่องบินโดยสารจำนวน 160 ลำ ถือว่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์การสั่งซื้อเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง ประชาชาติธุรกิจ พาไปทำความรู้จัก “กาตาร์” มากขึ้นและหาคำตอบเรื่องนี้
น้ำมัน – ก๊าซ เปลี่ยนชะตา
จุดเปลี่ยนนี้เริ่มเมื่อปี 2480 จากการค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ นำไปสู่การเปลี่ยนโครงสร้างเศรษฐกิจจากที่เคยพึ่งพาการประมงและการหาไข่มุกในสมัยเป็นรัฐในอารักขาของอังกฤษที่มีฐานะยากจน ไปเป็นการพึ่งพารายได้จากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก ซึ่งมีสัดส่วนกว่าครึ่งของ GDP และ 70% ของรายได้รัฐ กลายเป็นหนึ่งในรัฐที่ร่ำรวยที่สุดในตะวันออกกลาง ทำให้มีสวัสดิการจากรัฐถึงประชาชนแบบเต็มที่ บริการหลายๆอย่างฟรี หรือได้รับเงินอุดหนุนเป็นส่วนใหญ่
ทำให้มีอุตสาหกรรมหลักของประเทศ คือ การผลิตก๊าซ ธรรมชาติเหลว (LNG) การผลิตและกลั่นน้ำมันดิบ การผลิตแอมโมเนีย ปุ๋ย ปิโตรเคมี เหล็กกล้า ปูนซีเมนต์ และการซ่อมเรือพาณิชย์ โดยมีปริมาณน้ำมันดิบมากเป็นอันดับ 14 ของโลก ขณะก๊าซธรรมชาติมีปริมาณมากเป็นอันดับ 3 ของโลก
ต่อมาในปี 2551 กาตาร์ประกาศใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (Qatar National Vision 2030) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม โดยวางเป้าหมายไว้เพื่อก้าวขึ้นเป็นประเทศที่ทันสมัยภายในปี 2573
ที่ผ่านมา รัฐบาลกาตาร์จึงมุ่งบริหารจัดการเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเหมาะสมและยั่งยืน บริหารจัดการการใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบหลักที่มีในประเทศอย่างเหมาะสม
รวมถึงขยายตลาดส่งออกก๊าซธรรมชาติในยุโรปและเอเชีย เป็นกระจายความเสี่ยงและทำให้ประเทศอื่น ๆ พึ่งพากาตาร์มากขึ้น เพื่อเสริมสร้างอำนาจต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ นอกจากนี้ กาตาร์ยังเร่งส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจด้าน Knowledge-based Economy ที่เน้นการพัฒนาธุรกิจด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) และการเป็นศูนย์กลางการศึกษานานาชาติ
ปัจจุบันกาตาร์มีประชากรประมาณ 3 ล้านคน โดยที่มีรายได้ของเฉลี่ยต่อหัว (PPP) เท่ากับ 118,760 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3.9 ล้านบาทต่อปี ขณะที่ภาพรวมของประเทศ จีดีพีของปี 2567 ที่ผ่านมาอยู่ที่ 226 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.5 ล้านล้านบาท
ตามประมาณการจาก IMF ระบุว่า ปี 2568 จีดีพีของกาตาร์น่าจะอยู่ที่ราว 350,314 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 11.6 ล้านล้านบาท
QIA จัดการ ‘ความร่ำรวย’
สำหรับพระเอกที่คอยเป็นผู้จัดการความร่ำรวยของกาตาร์ คือ QIA (Qatar Investment Authority) หรือกองทุนความมั่นคั่งแห่งกาตาร์ ก่อตั้งขึ้นในปี 2548 โดยชีค ฮาหมัด บิน คาลิฟา อัล ธานี โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างมูลค่าในระยะยาว
รวมถึงวัตถุประสงค์อื่นอีก ไม่ว่าจะเป็นการจัดหาสภาพคล่องเมื่อจำเป็นเพื่อรักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจในท้องถิ่น และสนับสนุนการพัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น โดยลงทุนใน 9 ภาคส่วน ได้แก่
- ค้าปลีกและผู้บริโภค
- เทคโนโลยี
- สื่อและโทรคมนาคม (TMT)
- หลักทรัพย์ที่มีสภาพคล่อง
- โครงสร้างพื้นฐาน
- การเงิน
- กองทุน
- การดูแลสุขภาพ
- อุตสาหกรรม
- และอสังหาริมทรัพย์
กองทุนนี้เป็นกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติใหญ่เป็นอันดับ 8 ของโลก ตามข้อมูลของ Sovereign Wealth Fund Institute ระบุว่า QIA มีสินทรัพย์รวมมูลค่า 526 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 17.4 ล้านล้านบาท
ประวัติศาสตร์ FIFA 2022
แม้ว่า จะเป็นประเทศเล็กแต่เมื่อมีงานใหญ่อย่างการแข่งขันฟุตบอลที่ทั้งโลกจับตาอย่าง FIFA 2022 กาตาร์ก็จัดการเตรียมความพร้อมของประเทศอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการลงทุนกว่า 200,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 6.6 ล้านล้านบาท ในการปรับพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางอย่างระบบรถไฟฟ้าใต้ดิน สนามบิน ท่าเรือ ถนน และรถไฟ สนามกีฬาแห่งใหม่
รวมถึงที่อยู่อาศัยอย่างโรงแรม และอพาร์ทเมนต์เพื่อรองรับการเดินทางมาของผู้คนทั่วโลก นับตั้งแต่ชนะประมูลเจ้าภาพฟุตบอลโลก ผลลัพธ์จากความทุ่มเทนี้ส่งผลให้ นัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 2565 ของกาตาร์มีผู้ชมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลก โดยมีจำนวนผู้ชมเพิ่มขึ้นจาก 1.12 พันล้านคนที่ดูนัดชิงชนะเลิศในปี 2561 และมีผู้คนกว่า 1.86 ล้านคนแห่ไปที่สนามอัลบิดดาในใจกลางกรุงโดฮา
กาตาร์ถือเป็นชาติอาหรับและประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิมชาติแรกในโลกที่เป็นเจ้าภาพจัดฟุตบอลโลก
จากสถิติทั้งหมดทำให้กลายมาเป็นภาพจำครั้งสำคัญสำหรับแฟนบอล ซึ่งความคาดหวังในการแข่งขันรอบถัดมา ตอนนี้ถูกส่งต่อให้กับสหรัฐอเมริกาที่จะมาเป็นเจ้าภาพคนต่อไปในปี 2026
ข้อมูลจาก สำนักข่าวกรองแห่งชาติ, Global financial, Inside Fifa