เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
ข่าวในพระราชสำนัก ในหลวง พระราชินี ทอดพระเนตรคอนเสิร์ต “โอเปรา โกส์ ทู ฮอลลีวูด”
บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
เศรษฐกิจภูมิภาค บินตรง “คุนหมิง-อุดรฯ” ล่ม ทัวร์เร่งคืนเงินเต็มจำนวนหวั่นกระทบภาพลักษณ์
“โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
Biz Movement “โอปอล สุชาตา” เตรียมอำลาตำแหน่ง Miss World 2026
“ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
News “ชัชชาติ” สำรวจ ดาต้าเซ็นเตอร์ พระราม9 หลังชาวบ้าน-ร้านค้าร้องกลิ่นน้ำมันคลุ้ง
‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
Real Estate ‘เอสซี-เสนา’ ฝ่าวิกฤตกู้ยาก ผนึก ‘แบงก์ใหญ่’ ช่วยคนซื้อบ้าน 
ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
การศึกษา ยศชนัน-ศูนย์กันก่อนท่วม ชู Localize Technology ปั้นน้ำเป็นทุนเศรษฐกิจ
WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
Biz Movement WOODY เจ้าตลาดคอนเทนต์สู่ Well-being Ecosystem
เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
SD เปิดหลังบ้านความยั่งยืน NCC ‘Carbon Neutral Event’ เรื่องที่ไม่เคยถูกเล่ามาก่อน
ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
SD ไทยเบฟร่วม Bangkok Business Summit 2026 ชู SEP สร้างการเติบโตยั่งยืน
เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
เศรษฐกิจภูมิภาค เชียงใหม่-ลำพูน ปลุกอีเวนต์โคมลอย “Moonlight Sky Lantern 2026” ดันห้องพักยี่เป็งเต็ม 100%
ดูทั้งหมด

ตลท. จ่อตั้งกระดานเทรดใหม่ หนุน บล. ควบรวม ชงปฏิรูปกฎหมาย 

19 พ.ค. 2568 | 18:49น.

ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์ อุรพีพัฒนพงศ์ ใกล้จะครบกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง “ประธานกรรมการ” ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันที่ 5 ส.ค. 2568 หรือเริ่มนับถอยหลังอีกเพียง 100 วัน โดยจะได้ต่อวาระหรือไม่

จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (บอร์ด ก.ล.ต.) ที่จะประชุมแต่งตั้งบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯใหม่ ในเดือน ก.ค.นี้ หากได้ต่อวาระก็ต้องลุ้นว่าบอร์ด ตลท.จะมีมติเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯต่อไปหรือไม่ ซึ่งในแง่ความอาวุโสก็ถือว่าผ่าน เพราะเคยเป็นกรรมการตลาดหลักทรัพย์ฯมาแล้ว 3 สมัย

ล่าสุดตลาดหลักทรัพย์ฯจัดงาน Meet the Press ให้สื่อมวลชนร่วมพูดคุยกับ “ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์” หลังดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดตลาดหลักทรัพย์ฯมาครบ 1 ปีเต็ม เมื่อวันที่ 15 พ.ค.ที่ผ่านมา

เข้ามายุค “วิกฤตตลาดหุ้น”

“ศาสตราจารย์พิเศษกิติพงศ์” เล่าว่า เข้ามารับตำแหน่งในช่วงตลาดหุ้นผันผวนหนัก ตอนนั้นดัชนีหุ้นไทยต่ำสุดลงไป 1,100 จุด เจอวิกฤตหลายเรื่องมาก โดยเฉพาะปัญหาการฉ้อโกง อาทิ MORE, STARK รวมไปถึงเรื่องความไม่เท่าเทียมในการซื้อขายหุ้น ส่งผลทำให้ตลาดหุ้นไทยไม่น่าสนใจ ทำให้บทบาทหน้าที่หลักตอนนั้นคือ ต้องสร้างความเชื่อมั่นกลับมา (Trust and Confidence)

ซึ่งก็เข้ามาปรับปรุงมาตรการกำกับการซื้อขายและคุ้มครองผู้ลงทุนเพิ่มเติมตามความเหมาะสม เพื่อให้นักลงทุนมีความเท่าเทียมกันให้มากที่สุด เช่น เรื่องชอร์ตเซล มีกฎกติกาไม่ให้มี Naked Short และกำหนดต้องมีหุ้นในมือถึงจะทำชอร์ตเซลได้ และปัจจุบันกำลังเสนอให้ชอร์ตเซลทำได้เฉพาะหุ้น SET100 เท่านั้น เพื่อจะไม่ให้กระเทือนถึงนักลงทุนรายย่อย

รวมทั้งออกเกณฑ์ Dynamic Price Band, Uptick, การขึ้นทะเบียน HFT และปรับปรุง Co-location นอกจากนั้นยังมีการปรับเกณฑ์เรื่องคุณสมบัติบริษัทเข้า SET และ mai และแยกประเภทการขึ้นเครื่องหมาย C เพื่อให้นักลงทุนได้ข้อมูลที่เร็วและถูกต้อง และริเริ่มประยุกต์ใช้ AI ทั้งกระบวนการตลาดทุน

เกณฑ์ใหม่ซื้อหุ้นคืน

และมาตรการใหม่ที่ใกล้สำเร็จแล้วคือ เงื่อนไขใหม่เรื่องการซื้อหุ้นคืน (Treasury Stock) ซึ่งคาดว่าจะมีผลบังคับใช้ได้ภายในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะปลดล็อก 1.ยกเลิกระยะเวลาพักคอย จากเดิมกำหนดให้การซื้อหุ้นคืนตามโครงการใหม่จะทำได้เมื่อพ้นกำหนด 6 เดือน แต่ต่อไป บจ.สามารถทำโครงการใหม่ได้ทันที และ 2.ขยายระยะเวลาการขายหุ้นคืนเพิ่มเป็น 5 ปี (ต่อได้ 1 ปี จำนวน 2 ครั้ง) จากเดิมที่กำหนดต้องขายให้หมดใน 3 ปี เพื่อช่วยให้ บจ.บริหารจัดการขายหุ้นที่ซื้อคืนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ขณะที่ยอดซื้อหุ้นคืนช่วง 4 เดือนแรกปีนี้ มี บจ.ที่ซื้อหุ้นคืนรวม 37 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเท่ากับมูลค่าทั้งปี 2567 ไปแล้ว ซึ่งแนวทางนี้ทำให้หุ้นมี P/E และ P/BV ดีขึ้น

ส่วนโครงการ Jump+ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับ บจ.จะเริ่มดำเนินการได้ มิ.ย.นี้ โดยมีบริษัทเป้าหมาย 50-100 บริษัทนำร่อง รวมถึงแผนผลักดันการออมและลงทุนผ่านโครงการ Thailand Individual Saving Account หรือ TISA โดยให้สิทธิพิเศษยกเว้นภาษีเงินปันผล ซึ่งตอนนี้กำลังพูดคุยกับ ก.ล.ต. หารูปแบบที่เหมาะสมอยู่

ศึกษาตั้งกระดานเทรดหุ้นใหม่

“ประธานบอร์ดตลาดหุ้น” กล่าวอีกว่า เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว และเพิ่มเครื่องยนต์ใหม่ในการดึงเสน่ห์ตลาดหุ้นไทยกลับคืนมา ตลาดหลักทรัพย์ฯกำลังศึกษาการแยกกระดานเทรดหุ้นใหม่ขึ้นมาเหมือนโมเดลต่างประเทศ เพื่อสนับสนุนการระดมทุนของกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย (New Economy) ที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

โดยตามแผนจะเอา บจ.ที่ทำเรื่อง New Economy ย้ายมาอยู่ที่กระดานใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งเป้ากลุ่มบริษัทเทคโนโลยีต่างชาติหรือบริษัทต่างชาติที่เข้ามาขอสิทธิประโยชน์ BOI ในไทยให้เข้ามาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทย โดยไม่ต้องรอมีกำไร 3 ปี และพร้อมจะสนับสนุนในการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีเพิ่มเติม

ขณะที่ยังมีแผนผลักดันบริษัทขนาดใหญ่ที่ต้องการ Spin-Off บริษัทลูกที่ดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีเข้ามาเทรดในตลาดหุ้นไทยเพิ่มมากขึ้น อาทิ กลุ่ม ปตท., กลุ่มปูนซิเมนต์ไทย, กลุ่ม WHA เป็นต้น รวมถึงสนับสนุนให้ธุรกิจครอบครัวเข้ามาจดทะเบียนมาดยิ่งขึ้น

“ผมต้องการเห็นจำนวน บจ.มีมากกว่านี้จาก 800 บริษัทเพิ่มเป็น 1,000-1,500 บริษัท น่าจะเหมาะสมอิงกับจำนวนบริษัทที่เสียภาษีในประเทศไทยที่มีอยู่กว่า 1 แสนบริษัท”

หนุน บล.ควบรวมกิจการ

และยังมีแนวความคิดสนับสนุนการควบรวมกิจการของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของธุรกิจ ภายใต้สถานการณ์ที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง จากผลกระทบสงครามการค้า จากปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 39 แห่ง ให้ลดเหลือเพียง 18 แห่ง หรือลดลง 50% เนื่องจากช่วง 1-2 ปีมานี้ บล.กว่าครึ่งมีผลการดำเนินงานขาดทุน เนื่องจากสภาพตลาดหุ้นที่ผันผวนและปริมาณการซื้อขายที่ต่ำลงมาก ซึ่งการจูงใจอาจเพิ่มสิทธิประโยชน์ เช่น การลดค่าธรรมเนียม

ชงแก้กฎหมายปฏิรูปตลาดทุน

สุดท้ายคือการวางรากฐานกฎหมายตลาดทุน ผลักดันแก้ไขกฎหมายในรูปแบบ Omnibus Law โดยจะเสนอคอนเซ็ปต์แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุนไทยทีเดียวจำนวน 10 ฉบับ ภายใต้ พ.ร.บ.ปฏิรูปตลาดทุนไทย

“ก็หวังว่าแผนงานที่จะทำร่วมกับกระทรวงการคลัง และ ก.ล.ต.ต่อไปนั้น ทางตลาดหลักทรัพย์ฯจะขับเคลื่อนให้ดีที่สุด เพราะต้องการพัฒนาตลาดหุ้นเพื่อทุกคน ดังนั้นแผนงานที่เราทำมา และทำอยู่ ยังคงต้องทำต่อไป”