เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
Business “สยามพิวรรธน์”โชว์ความสำเร็จกลยุทธ์ผนึกพันธมิตรจีนดันยอดขาย Golden Week โต 2 เท่า
ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
Finance ออมสินเปิดตัว ‘ใบสลากออมสินรูปแบบพิเศษเพื่อคนพิเศษ’ เริ่มต้น 100 บาท ขายแล้ววันนี้
เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
Politics เปิดประวัติ “ชยุธ โลหกิจ” ติดโผรั้งเก้าอี้อธิบดีกรมทางหลวงคนใหม่
ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (3 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 100 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,300 บาท
‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
Finance ‘กรุงไทย’ เปิดเกมรับหุ้น AI ผันผวน แนะสะสมหุ้นคุณภาพ-ถือทอง 5-10%
ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
Finance ก.ล.ต. ถก 40 บริษัทหลักทรัพย์ ยกระดับธุรกิจโบรกเกอร์ เดินหน้าพัฒนา TISA
สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
Politics สั่งจัดระเบียบ ‘มูลนิธิทั่วประเทศ’ แจ้งผลงานประจำปี-การใช้เงินบริจาค
ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
HR ร่าง พ.ร.บ. ประกันสังคม ฉบับใหม่ ขยาย ม.33 ถึง 65 ปี ปลดล็อก “3 ขอ”
ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
Politics ครม.เคาะ ‘ยุทธศักดิ์ สุภสร’ นั่งประธานบอร์ด CEA พร้อมแต่งตั้ง 4 ทูต
วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
Finance วิจัยกรุงศรี คาดดอกเบี้ยโลก ปรับขึ้นช่วง ธ.ค.-จับตาไทย อาจขึ้นระยะกลาง
ดูทั้งหมด

ผลกระทบของการขึ้นภาษีจาก ‘ทรัมป์’ สู่ระบบการค้าโลกและเศรษฐกิจ 2 ประเทศมหาอำนาจ

22 พ.ค. 2568 | 16:24น.
USA-chiana
คอลัมน์ : Pawoot.com 
ผู้เขียน : ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ

การกลับมาของโดนัลด์ ทรัมป์ ในสนามการเมืองของสหรัฐอเมริกา ได้นำมาซึ่งนโยบาย “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” ที่เข้มข้นขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการค้าแบบดั้งเดิม แต่ยังส่งผลลามไปถึงระบบโลจิสติกส์ดิจิทัล, แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ, และซัพพลายเชนที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีในยุคปัจจุบัน

หลังการขึ้นภาษี ท่าเรือเมืองลอสแองเจลิส ซึ่งเป็นหนึ่งในฮับหลักของการนำเข้าสินค้าสหรัฐ พบว่าปริมาณนำเข้าสินค้าลดลงถึง 35% โดยเฉพาะสินค้าจากจีนที่ลดลงมากกว่า 50% ซึ่งตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้เพียงแต่สะท้อน “พฤติกรรมผู้บริโภค” ที่เปลี่ยนไปเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อระบบการขนส่งอัจฉริยะ ที่เชื่อมโยงกับ AI, IOT และ Big Data ในการวางแผนล่วงหน้า เมื่อคำสั่งซื้อลดลง การคาดการณ์ (Forecasting) ที่เคยแม่นยำจากระบบ ERP และซอฟต์แวร์วิเคราะห์ซัพพลายเชนระดับโลกก็เริ่มมีความคลาดเคลื่อน และนั่นทำให้บริษัทขนส่งทางเรือจำเป็นต้องปรับตารางเดินเรือ ยกเลิกรอบวิ่ง หรือชะลอการขนส่ง เป็นวงจรที่ย้อนกลับมากระทบระบบทั้งหมด

ในฝั่งของอีคอมเมิร์ซ ผลกระทบที่เด่นชัดคือแพลตฟอร์ม Temu จากจีน ที่เคยขยายตลาดเข้าสหรัฐอเมริกาอย่างรุนแรง โดยอาศัยโมเดล D2C (Direct-to-Consumer) และอัลกอริทึ่มการแนะนำสินค้าที่แม่นยำ เพื่อดันยอดขายแบบไร้พรมแดน

อย่างไรก็ตาม การยกเลิกข้อยกเว้นภาษี De Minimis ที่เดิมให้สินค้ามูลค่าต่ำกว่า 800 ดอลลาร์ปลอดภาษีนำเข้า ทำให้โมเดลนี้แทบใช้งานไม่ได้ ส่งผลให้ Temu ต้องถอนสินค้าจำนวนมากออกจากระบบในสหรัฐ และเปลี่ยนกลยุทธ์ไปบุกตลาดที่มีต้นทุนภาษีต่ำกว่า เช่น ยุโรปตะวันออก และแอฟริกา

ฝั่ง Amazon ซึ่งเป็นเจ้าตลาดอีคอมเมิร์ซในสหรัฐเองก็ได้รับแรงกระแทกไม่น้อย พ่อค้าแม่ค้าชาวจีนที่เคยใช้ Fulfillment by Amazon (FBA) เป็นช่องทางหลัก เริ่มถอนตัวออกจากแพลตฟอร์ม เพราะไม่สามารถแบกรับต้นทุนภาษีใหม่ได้ บางรายต้องปิดร้านชั่วคราว หรือขึ้นราคาจนขาดความสามารถในการแข่งขัน ส่งผลให้ระบบ AI-based Pricing Optimization ของ Amazon เริ่มเผชิญความไม่เสถียรจากการเปลี่ยนแปลงด้านต้นทุนแบบฉับพลัน

เมื่อสินค้าถูกยกเลิกการนำเข้าอย่างฉับพลัน โรงงานในจีนจำนวนมากเผชิญปัญหาสินค้าล้นสต๊อก ระบบ Warehouse Automation ที่ใช้หุ่นยนต์และระบบจัดการคลังสินค้าอัตโนมัติ (WMS) กลับกลายเป็นภาระ เพราะสินค้าที่ไม่มีปลายทางถูกบังคับให้พักไว้ในคลังอย่างไม่มีกำหนด

SMEs จีนซึ่งเป็นกลุ่มที่ใช้เทคโนโลยีระดับกลางในการควบคุมต้นทุนต้องจำใจขายตัดขาดทุน หรือรีบหาตลาดใหม่อย่างเร่งด่วน เช่นในอาเซียนหรืออินเดีย ซึ่งยังไม่มีข้อจำกัดทางภาษีมากนัก นอกจากนี้ ยังมีผู้ประกอบการบางรายที่พยายามใช้เทคโนโลยีอย่าง AI ในการ Matching สินค้ากับตลาดปลายทางใหม่แบบเรียลไทม์ แต่ต้องยอมรับว่า “ข้อมูลที่ไม่เพียงพอ” และ “ความซับซ้อนของภาษีนำเข้าในแต่ละประเทศ” ยังเป็นอุปสรรค

การเปลี่ยนแปลงทางภาษีทำให้โมเดลเดิมของ “การผลิตในจีนแล้วส่งออกตรง” ไม่สามารถอยู่รอดได้อีกต่อไป บริษัทข้ามชาติหลายแห่งเริ่มย้ายฐานการผลิตบางส่วน หรือทำการ Assembly ในประเทศที่ภาษีต่ำ เช่น เม็กซิโก เวียดนาม หรือมาเลเซีย แล้วค่อยส่งออกไปยังอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยง
ภาษี การเคลื่อนไหวนี้ส่งผลให้เกิดโครงข่ายการผลิตแบบกระจาย (Distributed Manufacturing) ซึ่งจะส่งผลในระยะยาวต่อระบบโลจิสติกส์ การจ้างงาน และโครงสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลทั่วโลก

ในยุคที่การค้าระหว่างประเทศขับเคลื่อนด้วย AI, Automation และ Data การเปลี่ยนแปลงทางภาษีไม่ใช่แค่ “ตัวเลขบนเอกสาร” อีกต่อไป แต่กลายเป็นคลื่นความเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนระบบเศรษฐกิจดิจิทัลทั้งหมด

การขึ้นภาษีของโดนัลด์ ทรัมป์ แม้จะมีเป้าหมายในการปกป้องผู้ผลิตในประเทศ แต่หากไม่มีนโยบายสนับสนุนที่ “ยืดหยุ่นและทันต่อเทคโนโลยี” อาจกลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้ธุรกิจสหรัฐเองเสียเปรียบในตลาดโลก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

การค้าโลก ภาษีทรัมป์