Skip to content

พิชัย นั่งหัวโต๊ะ คนร. เคาะเกณฑ์ใหม่รัฐวิสาหกิจ ดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน

21 พ.ค. 2568 | 14:05น.
พิชัย นั่งหัวโต๊ะ คนร. เคาะเกณฑ์ใหม่รัฐวิสาหกิจ ดำเนินกิจการอย่างยั่งยืน

“พิชัย ชุณหวชิร” ประชุมบอร์ด คนร. เคาะปรับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดีของรัฐวิสาหกิจ เทียบเท่ามาตรฐาน OECD มอบนโยบายเร่งรัดการแก้ไขปัญหาให้เกิดแนวทางที่ชัดเจนมากขึ้น เพื่อให้สามารถดำเนินกิจการได้อย่างยั่งยืน

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม 2568 โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธาน ซึ่ง คนร.ได้พิจารณาในเรื่องสำคัญ ดังนี้

1.คนร.ให้ความเห็นชอบร่างประกาศ คนร. เรื่องการกำกับดูแลกิจการที่ดีในรัฐวิสาหกิจ พ.ศ. …. เพื่อให้ระบบการกำกับดูแลกิจการของรัฐวิสาหกิจมีความทันสมัยและทัดเทียมกับมาตรฐานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD ของประเทศไทยอีกด้วย

2.คนร.ได้รับทราบความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาองค์กรของรัฐวิสาหกิจ 4 แห่ง ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) โดยมอบหมายให้รัฐวิสาหกิจและกระทรวงเจ้าสังกัดกำหนดบทบาทในการประกอบกิจการที่เหมาะสม สอดคล้องกับสภาพอุตสาหกรรมในปัจจุบัน มีการแบ่งแยกการหารายได้และการปรับโครงสร้างค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนในแต่ละธุรกิจ

รวมทั้งให้เร่งดำเนินโครงการที่สำคัญที่สร้างผลตอบแทนที่ดีและพัฒนาคุณภาพการให้บริการให้แล้วเสร็จตามเป้าหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการดำเนินงานและด้านการเงินอย่างยั่งยืนในระยะยาว รวมทั้งยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้าและประชาชนที่สอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

3.คนร.ได้รับทราบรายงานผลดำเนินงานตามแผนปฏิบัติการประจำปี 2567 ของรัฐวิสาหกิจจำนวน 52 แห่ง โดยเป็นการติดตามความสำเร็จของโครงการและการลงทุนที่สำคัญของรัฐวิสาหกิจที่สนับสนุนการบรรลุหมุดหมายในการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 และยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งนโยบายรัฐบาล ซึ่งยังมีโครงการและการลงทุนที่ยังไม่สามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามแผน

คนร.จึงได้มอบหมายให้กระทรวงเจ้าสังกัดและรัฐวิสาหกิจกำกับ ติดตามโครงการอย่างใกล้ชิด โดยให้มีการประเมินผลในเชิงผลลัพธ์และประโยชน์อื่น ๆ ที่ได้รับจากการดำเนินโครงการ นอกเหนือจากการประเมินความสำเร็จในการดำเนินโครงการและการลงทุนเท่านั้น