เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
“พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
Politics “พิพัฒน์” ร่วมยินดี “วัดพระมหาธาตุฯ” ขึ้นทะเบียนมรดกโลก เร่งโครงข่ายคมนาคมเชื่อม “เส้นทางแห่งศรัทธา” รับนักท่องเที่ยวทั่วโลก
จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
News จับตา 3 ส.ค. ศาลแพ่งไต่สวนคดีฟ้อง “Meta” สภาผู้บริโภคจี้แพลตฟอร์มร่วมรับผิดภัยโฆษณาปลอม
‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
Politics ‘เท้ง’ ย้ำ ’ปชน.‘ ไม่มีแนวคิดล้มโครงการ 30 บาท ยันหนุนแก้เพื่อความยั่งยืน-ไม่ลดสิทธิประชาชน
“จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
HR “จักรภพ” หนุน PMAT ดันร่าง พ.ร.บ.วิชาชีพ HR ยกระดับการบริหารคนสู่มาตรฐานสากล
‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Politics ‘ปกรณ์’ เผย กฎหมายเนรเทศฉบับใหม่ ต่างด้าวทำ ‘วิปริต’ ให้กลับประเทศได้ทันที
Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
Tech Synology เตือนภัย Agentic AI เขย่าไซเบอร์ชู ISO 27001 รับมือความเสี่ยงองค์กร
ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
Economic ยกระดับด่านสะเดาแห่งใหม่ หนุนการค้า-เที่ยวชายแดน
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
ดูทั้งหมด

ภูมิธรรม มองระบายข้าวลอตสุดท้าย เป็นข้อต่อสู้คดียิ่งลักษณ์ พิสูจน์ข้าวไม่เน่า

22 พ.ค. 2568 | 18:04น.
ภูมิธรรม เวชยชัย

ภูมิธรรมเชื่อใช้การระบายข้าวลอตสุดท้าย สมัยเป็น รมว.พาณิชย์ เป็นข้อต่อสู้คดียิ่งลักษณ์ ชี้พิสูจน์ข้าวไม่เน่าขายกิโลฯ ละ 18 บาท แต่ก่อนหน้ากลับได้ 5-6 บาท ขออย่าโยงการเมือง

นายภูมิธรรม เวชยชัย นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงกรณีศาลปกครองสูงสุด วินิจฉัยเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลัง ที่สั่งให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ ชดใช้ค่าเสียหายโครงการรับจำนำข้าว 3.5 หมื่นล้านบาท ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่สั่ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดเฉพาะในส่วนของการระบายข้าว (จีทูจี) 50% เป็นจำนวน 10,028,861,880 บาท ว่าจากเดิมศาลปกครองกลางตัดสินไว้อยู่ที่ 3 หมื่นกว่าล้านบาท และการพิจารณาครั้งนี้ทำให้เห็นว่าน่าจะมีประเด็นอะไรที่ทำให้เกิดความคลาดเคลื่อนได้

จึงมีการพิจารณาลดทอนลงมาตามดุลยพินิจของศาล ซึ่งเราต้องเคารพ และหน้าที่ของจำเลยที่ถูกกล่าวหา ก็มีหน้าที่ทำให้ความกระจ่างเกิดขึ้น ในสิ่งที่ตนเองคิดว่ายังไม่ได้รับความเป็นธรรม แม้จะเป็นศาลฎีกาก็ตามแต่ยังไม่มีกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นก็เป็นหน้าที่ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ที่ต้องพิสูจน์ทราบ เพราะครั้งนี้มีอีกหลายเรื่องที่ไม่ได้นำมาเป็นกรอบในการพิจารณา

ส่วนที่เป็นปัญหาที่ตนได้ทำงานไว้ในการขายข้าวได้ 200 กว่าล้านบาท ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า จริง ๆ วิธีคิดตั้งแต่แรกมีปัญหา ในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในการมองเรื่องข้าว ซึ่งในคดีนี้ทนายความของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้มีการประกาศแล้ว ว่าจะนำไปเป็นหลักฐานใหม่ ซึ่งตนคิดว่าใช้มาตรฐานที่ตนได้ทำไปแล้ว ที่มีการพิสูจน์ว่าการขายข้าว 10 ปี ก็ยังขายได้ถึงกิโลกรัมละ 18 บาท ที่นำไปขายก่อนหน้านี้ในราคากิโลกรัมละ 5-6 บาท หากมีการพิสูจน์ทราบให้มีความชัดเจนมากขึ้น คดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ยังมีโอกาสที่จะนำมาทบทวน

แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล ว่าจะเห็นข้อมูลในการพิจารณากับข้อมูลที่ตนได้ทำ และการกำหนดราคาข้าวที่เปลี่ยนแปลงไป ว่าจะนำมาหักลบกันได้หรือไม่ และควรค่าที่จะมาเป็นหลักฐานใหม่ ก็น่าจะมีการทบทวนเกิดขึ้น

นายภูมิธรรมยังระบุว่า การระบายข้าวขึ้นอยู่ที่ราคา หากเป็นราคาที่ตนขายกิโลกรัมละ 18-25 บาท สามารถขายได้หลายแสนล้านบาท หากนำมาหักล้างสามารถชดเชยได้อยู่แล้ว ซึ่งการรับซื้อครั้งที่แล้ว เชื่อว่าทั้งหมดเป็นข่าวดี การนำไปขาย 5-6 บาท ต้องเป็นข้าวที่คุณภาพแย่และเน่าจริง ๆ

พร้อมยังระบุว่า ตนก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการไปขายข้าวลอตสุดท้ายที่เก็บไว้นานที่สุดยังขายได้กิโลกรัมละ 18 บาท เพราะฉะนั้น ก็เป็นข้อสงสัยได้ว่าระยะเวลาที่เก็บข้าวสั้นกว่านั้น ซึ่งมีเหตุผลอะไรที่ขายได้ราคาต่ำกว่า ต้องพิสูจน์ทราบตรงนี้ให้ชัดเจน และตนมองว่าเป็นโอกาสที่นำมาพิจารณาความเสียหายที่ชัดเจน และความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมย้ำว่าเป็นไปตามกฎหมาย ตนเพียงแต่พูดในมุมมอง ไม่ได้ละเมิดการตัดสินของศาล

ส่วนหากมองในมิติทางการเมือง ว่ากรณีนี้อาจเป็นสัญญาณที่ไม่ดีที่จะส่งต่อรัฐบาลเพื่อไทยหรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่าเป็นคำถามที่เครียดเกินไปที่มองเป็นมิติการเมือง เพราะเรื่องนี้เป็นการขายข้าว ทิศทางไม่ใช่เรื่องการเมือง

อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรมย้ำเรื่องการระบายข้าวลอตสุดท้าย ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่มีใครทราบข้าวเน่าจริงหรือไม่ เพราะโกดังถูกปิดตาย ไม่มีใครเข้าไปตรวจ เรื่องนี้อาจจะเป็นประโยชน์ต่อจำเลย ที่เชื่อว่าข้าวไม่เน่า และนำเรื่องที่ตนขายข้าวได้ 18 ล้านบาท และก่อนหน้านั้นก็ไม่มีประจักษ์พยาน และยังมีข้อสงสัยว่าข้าวเน่าจริงหรือไม่

ส่วนจะมีการขอใบเสร็จการระบายข้าวเพื่อนำเป็นข้อต่อสู้ในคดีหรือไม่นั้น นายภูมิธรรมกล่าวว่าเป็นเรื่องของทนายว่าจะสู้ประเด็นไหน ซึ่งหากตนเป็นทนายก็จะยังไม่พูด เพราะเป็นข้อต่อสู้ที่ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ