ข้อมูลเผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 26 พ.ค. และอัพเดตล่าสุดเมื่อ 27 พ.ค. เวลา 07.50 น.
ช่างภาพเอพี (AP) จับภาพที่คล้ายว่าประธานาธิบดีมาครงถูกภริยาตบบนเครื่องบินขณะเดินทางถึงเวียดนาม ในทริปเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ล่าสุดคณะผู้ติดตามประธานาธิบดีปฏิเสธ แต่ต่อมาลดความสำคัญของข่าวลง
กรณีสำนักข่าวเอพีถ่ายภาพไว้ได้ขณะเครื่องบินของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ผู้นำฝรั่งเศส ลงจอดที่เวียดนาม ซึ่งในจังหวะหนึ่งดูเหมือนว่ามาครงจะถูกบริจิตต์ มาครง ภริยาตบหน้าเข้าให้ ขณะที่บางสื่อระบุว่า มาครงถูกผลักจนหน้าหันอย่างเห็นได้ชัดเจนนั้น ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ 26 พฤษภาคม สำนักประธานาธิบดีฝรั่งเศสปฏิเสธข่าวในทีแรก แต่จากนั้นลดความสำคัญของเหตุการณ์ดังกล่าวลง
จากคลิปวิดีโอภริยาของมาครงดูเหมือนจะผลักหน้าของเขาออกไปให้ไกล ในขณะที่ทั้งคู่มาถึงเวียดนาม เพื่อเริ่มทัวร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยภาพที่สำนักข่าวเอพีถ่ายไว้ได้ในกรุงฮานอยเมื่อเย็นวันอาทิตย์ที่ 25 พฤษภาคมแสดงให้เห็นประตูเครื่องบินของมาครงเปิดออก ซึ่งเผยให้เห็นเขา แขนของบริจิตต์ ภริยาโผล่ออกมาจากด้านซ้ายของประตูเครื่องที่เปิดอยู่ เธอวางมือทั้งสองข้างบนใบหน้า จนถึงปากของสามี และผลักมันออกไป ประธานาธิบดีมาครงดูตกใจ แต่ก็กลับมาตั้งหลักได้อย่างรวดเร็ว และหันไปโบกมือทักทายผ่านประตูเครื่องที่เปิดอยู่
ด้านช่างภาพยังคงไม่เห็นร่างบริจิตต์เพราะเครื่องบินบังอยู่ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นการแสดงออกทางสีหน้าหรือภาษากายของเธอได้
จากนั้นทั้งคู่ก็เดินลงบันไดไปเพื่อรอการต้อนรับอย่างเป็นทางการจากเจ้าหน้าที่เวียดนามที่มารอต้อนรับอยู่แล้ว แม้ว่าบริจิตต์จะไม่ตอบรับแขนสามีของเธอที่ยื่นมาให้เธอก็ตาม
คลิปวิดีโอดังกล่าวถูกเผยแพร่อย่างรวดเร็วบนอินเทอร์เน็ต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบัญชีที่มักมีเนื้อหาไม่เป็นมิตรกับผู้นำฝรั่งเศส
แหล่งข่าวซึ่งเป็นหนึ่งในคณะผู้ติดตามของประธานาธิบดีฝรั่งเศสได้ลดความรุนแรงของเหตุการณ์นี้ลง ระบุว่า “เป็นช่วงเวลาที่ประธานาธิบดีและภริยาผ่อนคลายครั้งสุดท้ายก่อนเริ่มทริปการเยือน โดยการพูดเล่นกัน”
“เป็นช่วงเวลาแห่งความสามัคคี ไม่จำเป็นต้องมีอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านี้ เพื่อให้เข้าทางนักทฤษฎีสมคบคิด” แหล่งข่าวกล่าวเสริม โดยโทษบัญชีที่สนับสนุนรัสเซียสำหรับความคิดเห็นเชิงลบเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้
ก่อนที่ต่อมาประธานาธิบดีมาครงก็ลดความุรุนแรงของเหตุการณ์เช่นกันว่า “ผมกำลังทะเลาะกับภรรยา หรืออาจจะพูดเล่น ๆ กันก็ได้”
“ไม่มีอะไรทั้งนั้น” มาครงกล่าวกับผู้สื่อข่าวในกรุงฮานอย