Skip to content

เนสกาแฟ ขับเคลื่อนความยั่งยืน อุตสาหกรรมกาแฟไทย ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรไทย

29 พ.ค. 2568 | 09:00น.
เนสกาแฟ ขับเคลื่อนความยั่งยืน อุตสาหกรรมกาแฟไทย ผ่านการส่งเสริมเกษตรกรไทย

ท่ามกลางภาวะที่การเพาะปลูกกาแฟในไทยและในระดับโลกกำลังเผชิญวิกฤตความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เนสกาแฟได้ปฏิรูปการผลิตกาแฟตั้งแต่ต้นน้ำ ขับเคลื่อนความยั่งยืนของอุตสาหกรรมกาแฟในประเทศ ด้วยการส่งเสริมเกษตรกรไทย ในการเพาะปลูกตาม หลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู หรือ Regenerative Agriculture พร้อมเดินหน้าถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงธุรกิจให้เกษตรกร ส่งผลให้เกษตรกรไทยได้ผลผลิตที่ดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ควบคู่ไปกับการดูแลและฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

อ้างอิงข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย ปี 2568 ราคาเมล็ดกาแฟในตลาดโลกปรับตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเมล็ดกาแฟโรบัสต้าในปี 2568 มีราคาสูงขึ้นมากกว่า 3 เท่า เมื่อเทียบกับ ปี 2564 ปัจจัยที่หนุนการเพิ่มขึ้นของราคากาแฟ มาจากสภาพอากาศสุดขั้วทำให้ผลผลิตลดลง ในขณะที่เทรนด์การบริโภคกาแฟเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า เนสกาแฟเป็นแบรนด์กาแฟยอดนิยมอันดับ 1 ในประเทศไทยจากเนสท์เล่ ในฐานะผู้นำตลาดกาแฟ เนสกาแฟจะสานต่อบทบาทสำคัญในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้กับวงการกาแฟไทย เรามีความมุ่งมั่นที่จะตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยให้ดียิ่งขึ้น และผลักดันการเติบโตของอุตสาหกรรมกาแฟไทย ควบคู่ไปกับการดูแลเกษตรกรไทย และพัฒนาการปลูกกาแฟอย่างยั่งยืน เพื่อให้มั่นใจว่าจะมีผลผลิตเมล็ดกาแฟในระยะยาวที่เพียงพอ เพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภค เกษตรกรที่เราทำงานเคียงข้าง รวมถึงพันธมิตร คู่ค้า และประเทศไทยโดยรวม

โจโจ้ เดลา ครูซ ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย)
โจโจ้ เดลา ครูซ
ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจผลิตภัณฑ์กาแฟและครีมเทียม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย)

การดำเนินงานของเนสกาแฟมุ่งไปที่การสนับสนุนและดูแลเกษตรกรไทย ให้มีผลผลิตและชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ซึ่งเนสกาแฟได้ดูแลและอยู่เคียงคู่เกษตรกรไทยมาเป็นเวลามากกว่า 40 ปี และจะยังคงดำเนินการเช่นนี้ต่อไป

ในทุก ๆ ปี เนสกาแฟรับซื้อเมล็ดกาแฟดิบพันธุ์โรบัสต้าในปริมาณมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลผลิตทั้งหมดที่ปลูกได้ในประเทศไทย โดยล่าสุดเมื่อต้นปี พ.ศ. 2568 เนสกาแฟได้รับซื้อเมล็ดกาแฟโรบัสต้าจากเกษตรกรไทยในปริมาณมากเหมือนเช่นทุกปีที่ผ่านมา

ขับเคลื่อนการเกษตรเชิงฟื้นฟู

เนสกาแฟให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนการเกษตรเชิงฟื้นฟู เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยสามารถรับมือกับภาวะการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และสามารถสร้างผลผลิตกาแฟคุณภาพได้มากขึ้น มีรายได้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังให้ความช่วยเหลือเกษตรกรไทย เพื่อให้สามารถปลูกกาแฟได้อย่างมีประสิทธิภาพและได้มาตรฐาน ผ่านการฝึกอบรมแก่เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟแล้วกว่า 2,000 ราย

ในเรื่องของหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟู มีวิธีการต่าง ๆ ได้แก่ ปลูกกาแฟร่วมกับป่า สนับสนุนให้เกษตรกรปลูกต้นไม้ที่ให้ร่มเงาควบคู่ไปกับการปลูกกาแฟ ซึ่งจะเป็นการช่วยสร้างความหลากหลายทางชีวภาพ และเพิ่มการดูดซับคาร์บอน การปลูกพืชคลุมดิน เพื่อเก็บกักความชุ่มชื้นและสารอินทรีย์ต่างๆ ที่อยู่ในดิน พร้อมช่วยลดคาร์บอนไปพร้อมๆ กัน การใช้เทคนิคการเกษตรผสมผสานในการปลูกพืชหลากหลายชนิดในแปลง เพื่อเป็นการหมุนเวียนธาตุอาหารในดินทำให้ดินมีสารอาหารเพิ่มขึ้น ทำให้เกิดความหลากหลายทางระบบนิเวศ และช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เสริมตลอดปีจากพืชหลากชนิดในแปลง การส่งเสริมให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ทดแทนปุ๋ยเคมี เนสกาแฟ

รวมไปถึงจัดหาวัสดุการเกษตรให้เกษตรกรเพื่อผลิตปุ๋ยหมักมากกว่า 500 ตันต่อปี เพื่อให้ดินมีสุขภาพดีและมีความอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นการปกป้องแหล่งน้ำ และ การวิเคราะห์ดิน เราได้ให้การสนับสนุนการวิเคราะห์ดินอย่างต่อเนื่องแก่เกษตรกรจำนวน 3,800 ราย นับตั้งแต่ปี 2012 เพื่อแนะนำการใช้ปุ๋ยที่ถูกต้องตามค่าของดิน หากดินมีคุณภาพดี ก็จะสามารถทำให้เกิดผลผลิตที่มีคุณภาพและช่วยให้เกิดการดูดซับคาร์บอนตามมา

นอกจากนี้ เนสกาแฟยังได้กระจายต้นกล้ากาแฟพันธุ์ดี ให้เกษตรกรไทยไปแล้วกว่า 4.7 ล้านต้น เนสท์เล่ มีศูนย์วิจัยของตนเองในการพัฒนาพันธุ์กาแฟที่เหมาะกับการปลูกในประเทศไทย ซึ่งเป็นต้นพันธุ์ที่สามารถทนแล้งได้ดี มีระบบรากแข็งแรง มีความทนทานต่อโรค และให้ผลผลิตมาก ดกทุกต้นสม่ำเสมอ

นอกจากความรู้ด้านการเพาะปลูกแล้ว เนสกาแฟ ยังจัด หลักสูตรโรงเรียนธุรกิจเกษตร หรือ Farmer Business School เพื่อช่วยให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการเรื่องต้นทุนและกำไรให้ดีขึ้น

เนสกาแฟ

จากจุดเริ่มต้นในพื้นที่ภาคใต้ เช่น จังหวัดชุมพร ในขณะนี้ เนสท์เล่ได้ขยายพื้นที่การปลูกกาแฟตามหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูในจังหวัดอื่นๆ ในประเทศไทย ซึ่งเรากำลังส่งเสริมเกษตรกรในอำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ซึ่งตอนนี้มีการปลูกกาแฟโรบัสต้าบนพื้นที่กว่า 1,000 ไร่แล้ว และพื้นที่ในจังหวัดเลยอีกประมาณ 800 ไร่ และเราจะยังคงเดินหน้าขยายพื้นที่ปลูกกาแฟภายใต้หลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง

ผลิตภัณฑ์เนสกาแฟลาเต้ ใช้น้ำนมวัวสด เป็นส่วนผสม โดย เนสท์เล่ได้ส่งเสริมหลักการเกษตรเชิงฟื้นฟูใน ฟาร์มโคนม ช่วยให้เกษตรกรไทยได้รับความรู้ด้านการทำปศุสัตว์ที่เหมาะสม สามารถได้ผลผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงขึ้น ได้ผลผลิตปริมาณมากขึ้น พร้อมกับการลดผลกระทบจากการปล่อยคาร์บอนจากฟาร์มปศุสัตว์

จากการทำงานใกล้ชิดกับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟมาอย่างยาวนาน ทำให้เนสกาแฟสามารถจัดหาวัตถุดิบอย่างมีความรับผิดชอบ 100% ซึ่งก็คือเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้าทั้ง 100% ที่เนสกาแฟใช้ในประเทศไทย ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานการจัดหาเมล็ดกาแฟอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วย มาตรฐาน 4C (Common Code for the Coffee Community) ในระดับสากล กล่าวคือ การดูแลให้การเพาะปลูกกาแฟเป็นไปอย่างยั่งยืนในหลายๆ มิติ ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องดินและทรัพยากรน้ำ การไม่ตัดไม้ทำลายป่า การปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ การไม่ใช้สารเคมีต้องห้าม และมีการจัดการของเสียอย่างถูกต้อง และยังรวมไปถึงมิติด้านสังคมและเศรษฐกิจ เช่น การใช้แรงงานอย่างถูกต้องเป็นธรรม การมีกลไกการตรวจสอบย้อนกลับ การพัฒนาทักษะของเกษตรกรและการเพิ่มผลผลิตและรายได้ในระยะยาว โดยเนสท์เล่ได้ช่วยให้เกษตรกรผู้ปลูกกาแฟในไทยมากกว่า 2,500 ราย และสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟ 5 แห่ง ผ่านมาตรฐาน 4C นี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

และส่วนของน้ำนมดิบ เนสท์เล่สามารถบรรลุเป้าหมายในการจัดหาน้ำนมดิบอย่างมีความรับผิดชอบ 100% ผ่านการรับซื้อจากเกษตรกรโคนมไทย เพื่อนำมาผลิตเป็นเนสกาแฟกระป๋องพร้อมดื่มสำหรับสูตรที่มีส่วนผสมของน้ำนม

เนสกาแฟ

Triple Win+ สร้างผลผลิตทางเกษตรที่ดี ดูแลเกษตรกร และสิ่งแวดล้อม

การดำเนินงานตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีของเนสกาแฟ นำไปสู่ ความสำเร็จที่สามารถสรุปออกมาเป็นคอนเซ็ปต์ “Triple Win+” สร้างความมั่นคงทางอาหารด้วยการมีผลผลิตที่ดีทั้งคุณภาพและปริมาณ ดูแลเกษตรกรให้มีรายได้ที่ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และยังช่วยปกป้องฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม

ท้ายสุด ผู้บริโภคก็จะได้รับผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงจากวัตถุดิบคุณภาพ ภายใต้แบรนด์เนสกาแฟ จากเนสท์เล่ ที่ทุกคนชื่นชอบ นับเป็นการสร้างความยั่งยืนให้แก่อุตสาหกรรมกาแฟในประเทศไทยตั้งแต่ต้นน้ำ

เนสกาแฟ พร้อมเดินหน้าพัฒนาความยั่งยืนอุตสาหกรรมกาแฟไทยผ่านการสนับสนุนดูแลเกษตรกร และดำเนินงานด้วยความยั่งยืน ส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง รสชาติอร่อย ไปถึงมือผู้บริโภคไทย ตามกลยุทธ์ “ขับเคลื่อนสิ่งดี ๆ เพื่อผู้บริโภค (Good for You) และเพื่อโลกของเรา (Good for the Planet)

เนสกาแฟ