ราคาน้ำมันดิบ (28 พ.ค.) ปรับลด ตลาดกังวล OPEC+ อาจเพิ่มกำลังผลิตเดือน ก.ค. 68
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดหวั่น OPEC+ อาจเพิ่มกำลังการผลิตอีกในเดือน ก.ค. 68
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับลดลง หลังตลาดคาดการณ์ว่ากลุ่ม OPEC+ อาจมีแนวโน้มปรับเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบอีก 411,000 บาร์เรลต่อวัน ในเดือน ก.ค. 68 เพื่อเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาข้อสรุปของการประชุม ในวันเสาร์ที่จะถึงนี้ (31 พ.ค. 68)
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 27 พ.ค. 68 อยู่ที่ 60.89 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.68 เหรียญสหรัฐ และราคาน้ำมันเบรนต์อยู่ที่ 64.09 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ลดลง -0.65 เหรียญสหรัฐ
นอกจากนี้ การเจรจานิวเคลียร์ระหว่างอิหร่านและสหรัฐมีความคืบหน้าเล็กน้อย หลังคณะผู้แทนอิหร่านและสหรัฐได้เสร็จสิ้นการเจรจารอบที่ 5 ที่กรุงโรมเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ดี ยังคงมีประเด็นความขัดแย้งหลายประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นการเสริมสมรรถนะแร่ยูเรเนียมของอิหร่าน หากสามารถบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์และนำไปสู่การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่านก็อาจเกิดอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดได้
Reuters คาดการณ์ตัวเลขน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 23 พ.ค. 68 อาจปรับเพิ่มขึ้น 0.5 ล้านบาร์เรล สู่ระดับ 443.7 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตาม สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต๊อกน้ำมันดิบอย่างเป็นทางการในวันพฤหัสบดี โดยล่าช้าออกไป 1 วัน เนื่องจากวันหยุด Memorial Day
ราคาน้ำมันเบนซิน
ราคาน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการส่งออกน้ำมันเบนซินของอินเดียในเดือน เม.ย. 68 ปรับลดลงกว่า 30.8% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า สะท้อนอุปสงค์น้ำมันเบนซินในภูมิภาคที่อ่อนแอ อีกทั้งอุปทานในภูมิภาคมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการกลับมาดำเนินการของโรงกลั่นในมาเลเซียและอินเดีย หลังจากเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุงตามแผน
ราคาน้ำมันดีเซล
ราคาน้ำมันดีเซลปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตัวเลขการส่งออกน้ำมันดีเซลของอินเดียในเดือน เม.ย. 68 ปรับลดลงกว่า 54.1% เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าสู่ระดับ 1.3 ล้านตัน สะท้อนอุปสงค์น้ำมันดีเซลในภูมิภาคที่ยังคงซบเซา
