เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กรมการค้าภายใน ชงมาตรการดูแลข้าวนาปี เข้า นบข. เดือนหน้า เร่งก่อนผลผลิตออก

28 พ.ค. 2568 | 16:14น.

กรมการค้าภายใน เตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือชาวนา ในฤดูกาลข้าวนาปี  2568/69 เข้า นบข. เดือนมิถุนายน 2568 ลุ้นให้ทันฤดูกาลผลิตข้าวปีนี้  ขณะที่  มาตรการไร่ละ 1,000 บาท รอกระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบข้อมูล หวังเสนอทันเข้าที่ประชุม

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน  เปิดเผยว่า   กรมเตรียมเสนอมาตรการช่วยเหลือชาวนาในฤดูข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 2568/69 ซึ่งจะเริ่มเพาะปลูกในช่วงเดือนสิงหาคม และจะเริ่มเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน 2568 นี้  โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าวแห่งชาติ (นบข.) โดยมีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเพื่อพิจารณามาตรการช่วยเหลือชาวนาก่อนฤดูกาลผลิต  ซึ่งได้ขอระยะเวลาการประชุมไปคาดว่าน่าจะมีการประชุมได้ในเดือนมิถุนายน 2568 นี้

“มาตรการที่จะเสนอเข้า นบข. เช่น  สินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปี สินค้าเชื่อเพื่อรวบรวมข้าวและสร้างมูลค่าเพิ่มโดยสถาบันเกษตรกร ชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าวในการเก็บสต๊อก และจัดตลาดนัดข้าวเปลือก รวมไปถึงมาตรการเสริมอื่นๆด้วย”

นอกจากนี้  กรมยังจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาด้านต้นทุนการผลิตข้าว ปุ๋ยราคาพิเศษ เพื่อเป็นการช่วยเหลือชาวนาด้านการเพาะปลูก ขณะที่  มาตรการช่วยเหลือข้าวนาปรัง  โดยผลผลิตข้าวนั้นออกสู่ตลาดไปเก็บ 90% หรือ ประมาณ 7.5 ล้านตัน โดยแนวโน้มราคาตอนนี้ก็อยู่ภาวะทรงตัว  แต่เพื่อเป็นการยกระดับคุรภาพข้าวในอนาคต กรมก็ยังมีแนวทางในการส่งเสริมการปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกข้าวที่มีคุณภาพ ตลาดเป็นที่ต้องการด้วย

ทั้งนี้  ที่ผ่านมาช่วงผลผลิตข้าวนาปรังออกสู่ตลาด กรมก็ดำเนินการหามาตรการยกระดับราคาข้าว โดยการจัดตลาดนัดข้าวเปลือกในพื้นที่ 10 จังหวัด ซึ่งทำให้ราคาข้าวขึ้นไป 100-200 บาทต่อตัน จากราคาที่ขาย ณ ปัจจุบัน  แต่หากราคาข้าวที่คุณภาพ ราคาก็จะปรับขึ้น 500-1,000 บาทต่อตัน  ซึ่งกรมช่วยชาวนามากกว่า 4,500 ราย ปริมาณข้าวกว่า 50,000 ตัน  ส่วนกิจกรรมอื่นๆก็จะเร่งส่งเสริมการบริโภคข้าวภายในประเทศให้มากขึ้น

อย่างไรก็ดี  สำหรับมาตรการช่วยเหลือชาวนา 1,000 บาทนั้น  ขณะนี้รอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์  ในการตรวจสอบชาวนาที่ขึ้นทะเบียน เพื่อสรุปข้อมูลก่อนที่จะเสนอ นบข. ในการพิจารณางบประมาณที่จะช่วยเหลือชาวนา  ทั้งนี้  จากข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ชาวนาที่ขึ้นทะเบียนมีจำนวนทั้งสิ้น ประมาณ 842,000 ครัวเรือน  พื้นที่เพาะปลูกประมาณ 11.74 ล้านไร่  ประมาณผลผลิตข้าว 7.68 ล้านตัน

นายวิทยากร มณีเนตร

สำหรับมาตการดูแลผลไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลไม้ภาคตะวันออก เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ รวมไปถึงมะม่วงซึ่งปัจจุบันผลผลิตออกออกสู่ตลาดไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งปีนี้ “ฝนยาว-หนาวนาน” ทำให้ผลผลิตปีนี้มีจำนวนมาก ดังนั้น มาตรการที่กรมจะนำมาติดตามดูแลผลไม้ และช่วยเหลือชาวไร่ โดยเข้าไปเชื่อมโยงตลาด ประสานผู้ประกอบการในการรับซื้อ และนำผลไม้ไปจำหน่ายผ่านกิจกรรมธงฟ้า ล่าสุด เต่าบิน เข้ามารับซื้อ มะม่วงในการผลิตน้ำผลไม้ ซึ่งก็มีผู้ประกอบการอีกหลายรายสนใจเข้ามารับซื้อ และในเดือนมิถุนายน กรมจะจัดดำเนินการจัด ไทยฟรุ๊ตเฟสติวัล ที่ตลาดสี่มุมเมือง เป็นต้น

ขณะที่ การดูแลปาล์มน้ำมัน กรมยังคงขอความร่วมมือผู้ประกอบการโรงสกัดในการรับซื้อ ปาล์มนำมัน ที่ 5 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขึ้นอยู่กับเปอร์เซ็นน้ำมันปาล์ม อีกทั้ง ให้ลานเท มีการจัดคิวรับซื้อให้มีความสะดวกไม่ติดคัด ซึ่งทุกฝ่ายก็พร้อมให้ความร่วมมือในการรับซื้ออย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังให้ผู้ปลูกชะลอการตัดผลปาล์มน้ำมันด้วย ในช่วงที่ราคาตกหรือผลผลิตออดเยอะเพื่อไม่ให้มีผลกระทบต่อการรับซื้อราคาผลปาล์มน้ำมัน และกำชับให้มีการติดป้ายแสดงราคารับซื้อด้วย นอกจากนี้ ก็เร่งให้ผู้ประกอบการส่งออกน้ำมันปาล์มดิบด้วย เนื่องจากราคา CPO ไทยยังแข็งขันได้ โดยราคาอยู่ที่ 32 บาทต่อกิโลกรัม มาเลเซียอยู่ที่ 30 บาทต่อกิโลกรัม และเชื่อว่าส่งออกทั้งปีจะเฉลี่ยใกล้เคียงปีที่ผ่านมา อยู่ที่ 8.7 แสนตัน