เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

กสิกรไทย เกาะติดกลุ่มส่งออกใกล้ชิด หวั่นเจอพิษภาษีทรัมป์ จ่อทบทวนเป้าธุรกิจกลางปีนี้

28 พ.ค. 2568 | 18:09น.
กสิกร

กสิกร

ธนาคารกสิกรไทย จับตาผลกระทบภาษีทรัมป์ก่อนปรับเป้าหมายการเงินกลางปี เผยเห็นสัญญาณลูกค้ามีปัญหามากขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน ชี้ เกาะติดลูกค้าส่งออก-นำเข้าใกล้ชิด พร้อมช่วยปรับโครงสร้างหนี้ สกัดก่อนเป็นหนี้เสีย ด้านกรณี กัลฟ์ มองเป็นการลงทุนซื้อขายหุ้นปกติ

นายพิพิธ เอนกนิธิ ผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ภายใต้ความไม่แน่นอนและปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ปัจจุบัรธนาคารยังไม่มีการปรับเป้าหมายการเติบโตของธนาคาร โดยเดิมคาดว่าสินเชื่อจะทรงตัว หากเทียบกับปี 2567 และด้านหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) คาดว่าจะน้อยกว่า 3.25% ซึ่งไตรมาสที่ 1/2568 ตัวเลขออกมาเอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.18%

“บริษัทขอดูความชัดเจน จากสงครามการค้า หลังจากผ่านพ้น 90 วัน ไปก่อน รวมถึงผลเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และไทยว่าจะเป็นอย่างไร โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนได้ภายในกลางปี หลังจากนั้นธนาคารค่อยกลับมาทบทวนเป้าหมายการเติบโตต่างๆ อีกครั้ง ซึ่งหากสหรัฐฯ ยังยืนการเก็บภาษีนำเข้ากับประเทศไทยที่ 36% มองว่า ธุรกิจและเศรษฐกิจไทยจะเหนื่อยมากขึ้น”

อย่างไรก็ดี จากสถานการณ์ความไม่แน่นอนความผันผวนที่เกิดขึ้นทั่วโลกในปัจจุบัน หากถามว่าพอร์ตลูกค้ารายใหญ่ของธนาคารมีปัญหาให้เห็นบ้างหรือไม่ ส่วนนี้ธนาคารมองว่าเป็นปกติ ที่จะเห็นมากขึ้นท่ามกลางภาะเศรษฐกิจปัจจุบัน ทั้งการชำระคืนไม่ได้ การผิดนัดชำระหนี้ต่างๆ ที่ธนาคารเริ่มเห็นอาการเหล่านี้มากขึ้น ซึ่งธนาคารก็มีความเป็นห่วง และที่ผ่านมาธนาคารมีการเข้าไปซัพพอร์ตและช่วยเหลือลูกหนี้ต่อเนื่อง ทั้งการช่วยลูกค้าปรับโครงสร้างหนี้ต่างๆ มากขึ้นก่อนที่จะเป็นหนี้เสีย รวมถึงการยืดการชำระหนี้ต่างๆ เช่นจาก 3 ปี เพิ่มเป็น 5 ปี

อย่างไรก็ตาม กลุ่มที่เห็นปัญหาต่อเนื่องถือว่ากระจายตัวอยู่ในหลายอุตสาหกรรม เพราะวันนี้มีทั้งธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอยู่แล้ว จากผลกระทบก่อนหน้านี้ หรือตั้งแต่โควิด-19 เช่นกลุ่มส่งออก กลุ่มสิ่งทอต่างๆ และหลังจากนี้กลุ่มที่ต้องติดตามมากขึ้น คือกลุ่มที่เกี่ยวเนื่องกับการส่งออกที่ต้องมีการติดตามใกล้ชิด จากผลกระทบจากสงครามการค้า เพราะวันนี้ ส่งออกบางส่วนแม้จะยังขายได้แต่มาจากปัจจัยชั่วคราว จากการเร่งสั่งซื้อสินค้าก่อนมาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐจะมีผลบังคับใช้ ดังนั้นหลังจากนี้กลุ่มเหล่านี้ต้องติดตามมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ในด้านการปล่อยสินเชื่อ ธนาคารก็ต้องมีการเข้มงวดมากขึ้น ต่อเนื่องมาตั้งแต่โดนัลด์ ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าแล้ว เหล่านี้ก็สะท้อนให้เห็นผ่านสินเชื่อของทั้งระบบการเงินที่ไม่ได้เติบโต โดยในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ก็เห็นแล้วว่าสินเชื่ออ่อนแรงลงต่อเนื่อง ดังนั้น หากมองไปถึงสถานการณ์ในระยะข้างหน้ามองว่าน่าจะใกล้เคียงกันภายใต้ภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

“ที่ผ่านมาเรามีการเข้าไปดูแลเชิงลึกมากขึ้น คุยกันลูกค้ามากขึ้น เรียกเข้ามาคุย มาแก้ปัญหาร่วมกัน และปรับโครงรสร้างต่างๆ เท่าที่ธนาคารทำได้ ทำให้ที่ผ่านมาตัวหนี้เสียยังไม่ได้มีการปรับเพิ่มขึ้นมาก เพราะเราเข้าไปช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง”

ส่วนประเด็นกรณีบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF เข้ามาซื้อหุ้นนั้น ธนาคารยังไม่สามารถตอบได้ แต่หากให้มองในมุมของนักลงทุน มองว่า กสิกรไทย ถือเป็นพาร์ทหนึ่งของตลาดทุน ดังนั้นในด้านการลงทุนคงไม่สามารถห้ามใครให้เข้ามาซื้อหุ้นธนาคารไม่ได้ และจากการที่ธนาคารกสิกรไทยมีการพบปะนักลงทุนทั่วโลก หากถามว่าจุดดึงดูดที่ทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุน ซึ่งเป็นหลักการทั่วไปที่นักลงทุนใช้หลักในการเข้ามาลงทุนบริษัทต่างๆ สิ่งแรกๆ คือต้องดูจาก ผลประกอบการว่าดีหรือไม่

“กสิกรไทย ถือเป็นส่วนหนึ่งของตลาดทุน หากบริษัทสามารถทำผลประกอบการได้ดี นักลงทุนก็ต้องสนใจมากขึ้น และธนาคารคงไม่สามารถห้ามให้นักลงทุนเข้ามาไม่ได้ เราห้ามคนไทย ห้ามฝรั่งซื้อหุ้นไม่ได้ และเราก็เดินทางไปโรดโชว์ทั่วโลกที่ผ่านมา”