ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพฤหัสบดีที่ 29 พฤษภาคม ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ (29/5) ที่ระดับ 32.84/85 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/5) ที่ระดับ 32.60/61 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ โดยดอลลาร์สหรัฐปรับตัวแข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวเพิ่มขึ้นที่ระดับ 100.32
โดยดอลลาร์สหรัฐยังคงได้รับปัจจัยบวกจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐประกาศเลื่อนการเรียกเก็บภาษีศุลกากรในอัตรา 50% จากสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งข่าวดังกล่าวทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าสถานการณ์ตึงเครียดด้านการค้าที่คลี่คลายลงจะเป็นปัจจัยหนุนเศรษฐกิจสหรัฐ และเมื่อคืนนี้คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ได้มีการเปิดเผยรายงานการประชุมประจำวันที่ 6-7 พ.ค.
โดยระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจเผชิญกับการตัดสินใจที่ยากลำบากในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เงินเฟ้อปรับสูงขึ้นในเวลาเดียวกับที่อัตราการว่างงานก็เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน และกรรมการเฟดยังได้เตือนว่าสหรัฐมีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอย
นอกจากนี้ศาลการค้าระหว่างประเทศของสหรัฐในนิวยอร์กได้มีคำสั่งในวันพุธ (28/5) ให้ระงับการใช้มาตรการภาษีศุลกากรของ ปธน.ทรัมป์ โดยศาลตัดสินว่า ปธน.ทรัมป์ใช้อำนาจเกินขอบเขตด้วยการกำหนดภาษีสินค้านำเข้าจากประเทศที่ขายสินค้าให้กับสหรัฐ มากกว่าที่ซื้อจากสหรัฐ ซึ่งจุดประกายความหวังว่ามาตรการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างจำกัด
สำหรับปัจจัยในประเทศวันนี้ (29/5) นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) แถลงภาวะเศรษฐกิจการคลังเดือน เม.ย. 2568 ยังได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 10 และการบริโภคภาคเอกชนก็ขยายตัวต่อเนื่อง
อย่างไรก็ดี ภาคการท่องเที่ยวจากชาวต่างชาติชะลอตัวลง ขณะที่นักท่องเที่ยวไทยยังขยายตัวได้ อย่างไรก็ตามยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจ และนโยบายเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะสหรัฐ และจีน ที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยในด้านต่าง ๆ อย่างใกล้ชิดต่อไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 32.71-32.88 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 32.74/75 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (29/5) ที่ระดับ 1.1240/41 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโรปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/5) ที่ระดับ 1.1334/35 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร โดยวันนี้ (29/5) มีการเปิดเผยผลสำรวจรายเดือนที่จัดทำโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติอิตาลีบ่งชี้ว่า ความเชื่อมั่นผู้บริโภคของอิตาลีขยายตัวสู่ระดับ 96.5 จุดในเดือน พ.ค. สูงกว่าคาดการณ์ที่ระดับ 93.0 และเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 92.7 โดยตลาดยุโรปมีการซื้อขายกันอย่างเบาบางเนื่องจากสถาบันการเงินในหลายประเทศหยุดทำการเนื่องในวันฉลองพระเยซูเสด็จขึ้นสู่สวรรค์ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.1211-1.1297 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.1273/74 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
ค่าเงินเยนเคลื่อนไหวเปิดตลาดเช้านี้ (29/5) ที่ระดับ 145.92/93 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวอ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (28/5) ที่ระดับ 144.11/12 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยวันนี้ (29/5) สำนักงานคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่นได้เปิดเผยข้อมูลดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคญี่ปุ่นปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 32.8 ในเดือน พ.ค. ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 31.8 หลังจากที่เดือน เม.ย.อยู่ที่ 31.2
นอกจากนี้คุณเรียวเซ อาคาซาวะ หัวหน้าคณะผู้แทนเจรจาภาษีของญี่ปุ่น ได้ออกมาเปิดเผยในวันนี้ (29/5) ขณะเดินทางไปยังกรุงวอชิงตัน เพื่อร่วมการเจรจารอบที่ 4 กับฝ่ายสหรัฐ โดยเขาระบุว่า ญี่ปุ่นมีแผนหารือถึงการขยายความร่วมมือในด้านความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พร้อมทั้งแก้ไขอุปสรรคที่ไม่ใช่ภาษีระหว่างสองประเทศ โดยหนึ่งในข้อเสนอหลักที่ญี่ปุ่นเตรียมนำเสนอคือ การจัดซื้ออุปกรณ์ทางทหารจากสหรัฐ โดยคุณอาคาซาวะกล่าวว่า การจัดซื้อเหล่านี้จะส่งผลให้สหรัฐมีดุลการค้าเกินดุลกับญี่ปุ่น จึงควรถูกพิจารณาเป็นปัจจัยร่วมในการเจรจาทางการค้า
นอกจากนี้ญี่ปุ่นยังเสนอแนวทางความร่วมมือในด้านเทคโนโลยีการต่อเรือ การปรับปรุงมาตรฐานการตรวจสอบรถยนต์นำเข้า และการเพิ่มปริมาณการนำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจการเจรจา ทั้งนี้การเจรจาระหว่างคุณอาคาซาวะและคุณสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ มีกำหนดจัดขึ้นในวันศุกร์นี้ (30/5) ที่กรุงวอชิงตัน โดยหากทั้งสองฝ่ายไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ทันเวลา ญี่ปุ่นก็อาจจะต้องเผชิญกับอัตราภาษีนำเข้าระดับ 24% ตั้งแต่เดือน ก.ค.เป็นต้นไป ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 144.76-146.28 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 145.23/24 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ตัวเลขประมาณการดัชนีผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาสที่ 1/2568 ของสหรัฐ (29/5), ยอดทำสัญญาขายบ้านที่รอปิดการขายเดือน เม.ย.ของสหรัฐ (29/5),จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ (29/5),
อัตราว่างงานเดือน เม.ย. ของญี่ปุ่น (30/5), ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของญี่ปุ่น (30/5), พื้นฐานของกรุงโตเกียวเดือน พ.ค.ของญี่ปุ่น (30/5), การผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือน เม.ย.ของญี่ปุ่น (30/5), ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย.ของญี่ปุ่น (30/5), ยอดค้าปลีกเดือน เม.ย.ของเยอรมนี (30/5), ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) เดือน เม.ย.ของสหรัฐ (30/5), และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน พ.ค. จากมหาวิทยาลัยมิชิแกน (30/5)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -8.4/-8.3 สตางค์ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.5/-7.5 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ